Monthly Archives: May 2012

Hop(2011)


เริ่มเรื่องที่เกาะอีสเตอร์ อีบีจะต้องรับสืบทอดเป็นกระต่ายอีสเตอร์ดูแลโรงงานผลิต<<แอบนึกถึงเรื่องชาร์ลี แอนด์ เดอะ ช็อคโกแลต แฟคทอรีที่พี่เดปป์เล่น และจัดส่งขนมหวานให้กับเด็กๆในวันอีสเตอร์ต่อจากพ่อ สมัยเด็กพ่อพาอีบีไปดูโรงงานที่มีไก่คาร์ลอสป็นคนคุมคนงานไก่ อีบีตื่นตาตื่นใจมากจากนั้นก็ตามพ่อไปส่งขนมให้กับเด็กๆ เฟรด โอแฮร์ตื่นขึ้นมากลางดึกเห็นกระต่ายอีสเตอร์อยู่ที่สนาม พอเฟรดหยิบกล้องวิ่งลงมากระต่ายก็หายไปแล้วเหลือแต่ตะกร้าขนมวางอยู่หน้าประตูบ้าน

20 ปีต่อมาเฟรด(เจมส์ มาร์สเดน)ถูกครอบครัวกดดันให้ย้ายออกจากบ้านเพราะเฟรดไม่มีความรับผิดชอบ เลือกงาน ขี้เกียจปล่อยชีวิตไปวันๆ แซม(เคลีย์ คูโอโค)น้องสาวของเฟรดแนะนำให้เฟรดไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทเกม แซมให้เฟรดช่วยไปเฝ้าบ้านเจ้านายของแซมและช่วยดูแลหมา ตัดไปที่เกาะอีสเตอร์ อีบีที่โตมาแล้วเกิดอยากเป็นมือกลองแทนที่จะเป็นกระต่ายอีสเตอร์ พอถูกพ่อกดดันอีบีเลยหนีออกจากเกาะอีสเตอร์มาที่ฮอลลีวูด แคลิฟอร์เนียร์ อีบีหาที่อยู่จนกระทั่งมาเจอเฟรด อีบีแกล้งทำเป็นบาดเจ็บเพราะถูกรถของเฟรดชน อีบีขอเข้าไปอยู่ในบ้านกับเฟรด เฟรดคิดว่าตัวเองฝันไปที่เห็นกระต่ายพูดได้ เฟรดให้อีบีนอนที่โรงรถ

เช้าวันรุ่งขึ้นเฟรดตื่นขึ้นมาพอไปดูที่โรงรถก็ไม่เจออีบีแล้ว แต่กลายเป็นว่าอีบีแอบขึ้นมาเล่นเกมตีกลองแถมทำร้องรกไปหมด เฟรดจับอีบีใส่กล่องไปทิ้งแต่อีบีไม่ยอมไป อีบีบอกกับเฟรดว่าเป็นกระต่ายอีสเตอร์มาสำรวจพื้นที่ เฟรดที่เคยเห็นกระต่ายตอนเด็กเชื่อเลยยอมให้อีบีไปด้วย เฟรดไปสัมภาษณ์งานสั่งให้อีบีคอยอยู่ในรถ ที่เกาะอีสเตอร์คาร์ลอสบอกพ่อของอีบีเรื่องที่อีบีหนีหายไป คาร์ลอสพยายามจะขอเป็นทายาทแทนอีบีแต่พ่อของอีบีไม่สนใจส่งทีมกระต่ายองครักษ์หมวกชมพูสามตัวออกตามหาอีบี พวกหมวกชมพูแกะรอยจนเจออีบี อีบีเลยต้องหนีเข้าไปในบริษัทที่เฟรดสัมภาษณ์งาน เฟรดกลัวอีบีจะก่อเรื่องพยายามไล่อีบีไป อีบีไปเจอห้องดนตรีที่มือกลองไม่อยู่พอดีกับที่นักดนตรีวงนั้นตาบอด อีบีเลยไปนั่งตีกลองแทน พอเล่นจบคนในวงรู้ว่าอีบีไม่ใช่สมาชิกในวงให้แผ่นพับ Hoff ที่เปิดรับสมัครผู้มีความสามารถกับอีบี

อีบีขอร้องให้เฟรดพาไปออดิชันและสัญญาว่าถ้าเฟรดพาไปจะไปจากชีวิตเฟรด เฟรดพาอีบีกลับไปที่บ้าน(ที่เฟรดไปเฝ้าแทนแซม)เจอกับแซมที่แวะมาดูความเรียบร้อย เฟรดไปรับหน้าแซมให้อีบีไปทำความสะอาดห้อง แซมได้ยินเสียงจากข้างบนพอขึ้นไปดูอีบีแกล้งทำตัวเป็นตุ๊กตา แซมเตือนให้เฟรดไปงานแสดงละครงานโรงเรียนของอเล็กซ์น้องสาวที่พ่อแม่รับเลี้ยง เฟรดพาอีบีไปออดิชันฮอฟพอใจมากแถมไม่ประหลาดใจที่อีบีพูดได้ ฮอฟเชิญอีบีไปออกรายการ หลังจากออดิชันเฟรดกำลังจะแยกกับอีบีแต่พวกหมวกชมพูตามมาอีบีขอให้เฟรดช่วยต่อ เฟรดไปงานโรงเรียนอเล็กซ์โดยมีอีบีตามไปด้วย อเล็กซ์ร้องเพลงแย่มาก อีบีกระโดดขึ้นเวทีไปร้องแทนเฟรดรีบตามไปและแกล้งทำเป็นเชิดหุ่นกระต่ายพูดได้ พ่อของเฟรดต่อว่าที่เฟรดแย่งซีนน้อง

เฟรดมีความคิดอยากเป็นกระต่ายอีสเตอร์ขึ้นมา อีบีช่วยเทรนให้เฟรดทั้งวาดไข่ ออกกำลังกายเพื่อเตรียมรับภารกิจกระต่ายอีสเตอร์ ที่เกาะอีสเตอร์คาร์ลอสเองก็วางแผนยึดอำนาจจากพ่อของอีบี คาร์ลอสเลยต้องฟิตพอๆกับเฟรด วันที่อีบีต้องไปออกรายการ พวกหมวกชมพูตามมาถึงบ้าน อีบีจัดฉากเอาเสื้อแบบเดียวกับตัวเองใส่ให้ไก่งวงแล้วต้มในหม้อหลอกพวกหมวกชมพูว่าตายไปแล้ว จากนั้นอีบีก็หนีไป เฟรดตื่นนอนพวกหมวกชมพูคิดว่าเฟรดเป็นฆาตกรฆ่าอีบีเลยยิงลูกดอกยาสลบใส่เฟรดแล้วจับเฟรดกลับไปที่เกาะอีสเตอร์ ก่อนออกรายการอีบีเริ่มสำนึกและเป็นห่วงเฟรด ฮอฟแนะนำให้อีบีกลับไป คาร์ลอสยึดอำนาจจากพ่อของอีบีแย่งเอาคทาวิเศษไป พอถึงเวลาคาร์ลอสมีหูงอกและกลายร่างเป็นกระต่าย คาร์ลอสจับพ่ออีบีกับเฟรดใส่ตะกร้าเตรียมต้มในหม้อ อีบีกลับมาถูกคาร์ลอสจับขึ้นสายพานหั่นเป็นชิ้น เฟรดกินเชือกที่ทำจากขนมช่วยพ่อของอีบีไว้ อีบีหนีรอดตามคาร์ลอสไป

คาร์ลอสขึ้นรถที่ใช้ส่งไข่ อีบีตีกลองพอไก่ที่ควบคุมการบินได้ยินเสียงเพลงก็เต้นตามจังหวะตามความเคยชินจนรถของคาร์ลอสเสียการควบคุม อีบีแย่งคทาไปคืนให้พ่อ อีบีขอให้พ่อแต่งตั้งเฟรดเป็นกระต่ายอีสเตอร์คู่กับตัวเอง ตัดไปที่เฟรดอยู่กับครอบครัว เฟรดบอกกับพ่อเรื่องกระต่ายอีสเตอร์พ่อไม่ยอมเชื่อจนกระทั่งรถส่งขนมมารับเฟรดที่สนาม ทั้งครอบครัวตามออกมาดูแบบงงๆ พ่อยอมรับว่าภูมิใจนัวเฟรด จากนั้ยเฟรดก็ขึ้นรถไปปฏิบัติภารกิจพร้อมกับอีบี คาร์ลอสถูกลดระดับไปเป็นไก่ลากรถ

Advertisements

The Hangover(2009)


ดัก(จัสติน บาร์ธา)กำลังจะแต่งงานกับเทรซี พ่อของเทรซีให้ดักยืมเบนซ์คลาสสิคเปิดประทุนขับไปลาสเวกัสเพื่อนฉลองสละโสดกับเพื่อนได้แก่ฟิล(แบรดลีย์ คูเปอร์)ที่เป็นครูสอนเด็กประถม ฟิลแอนตีการแต่งงานมาก สตู(เอ็ด เฮล์ม)หมอฟันที่ถูกแฟนบงการชีวิต สตูวางแผนจะขอเมลิสซาแต่งงานในงานแต่งของดักทั้งที่เพื่อนคอยค้านเพราะเมลิสซานอกใจสตูแอบมีอะไรกับบาร์เทนเดอร์แต่สตูไม่สนใจ และอลันพี่ชายเพี้ยนๆของเทรซี ทั้งหมดเข้าพักที่ซีซาร์สพาเลซจากนั้นก็พากันแอบขึ้นไปบนดาดฟ้าของโรงแรม

เช้าวันรุ่งขึ้น พอตื่นขึ้นมาที่ห้องพบว่าดักหายตัวไป อลันเจอเสืออยู่ในห้องน้ำจากนั้นก็ได้ยินเสียงเด็กทารกร้องไห้อยู่ในตู้ สตูฟันหักส่วนฟิลมีสายรัดข้อมือคนป่วยของโรงพยาบาล ทั้งสามคนต่างก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอลงมาถึงล็อบบีก็เจอผ้าปูที่นอนของดักถูกทิ้งลงมาที่พื้น ฟิลขโมยรถตำรวจขับออกไป ทั้งหมดเริ่มแกะรอยเริ่มจากโรงพยาบาล หมอบอกว่าฟิลแค่ฟกช้ำแต่ผลเลือดพบว่ามีรูฟีนอล(ยาที่ใช้สำหรับมอมเหยื่อเพื่อข่มขืน) หมอให้ที่อยู่โบสถ์พอไปถึงปรากฏว่าเมื่อคืนสตูแต่งงานกับเจด(ฮีทเทอร์ เกรแฮม)สาวนักเต้นที่เป็นแม่ของเด็กทารก ตำรวจตามมาจับทั้งสามคนข้อหาขโมยรถตำรวจ ฟิลโทรบอกเทรซีว่าจะกลับช้าอีกวัน พวกฟิลต่อรองกับตำรวจจนยอมปล่อยตัว<<ทั้งสามคนต้องถูกสาธิตวิธีการใช้ที่ช็อตไฟฟ้าให้เด็กๆดู

พอได้รถเบนซ์คืนก็เริ่มรู้สึกว่ามีคนอยู่หลังรถ พอเปิดดูกลายเป็นชาวจีนเปลือยออกมาแทน หลังจากทำร้ายทั้งสามคนแล้วชาวจีนก็วิ่งหนีไป อลันสารภาพว่าเป็นคนวางยาเองเพราะคิดว่าเป็นยาอี ทั้งสามคนกลับไปที่โรงแรมเจอกับไมค์ ไทสัน<<ตัวจริง ไทสันสั่งให้ทั้งสามคนเอาเสือที่แอบขโมยมาจากบ้านไปคืน อลันใส่ยาที่เหลือในเนื้อให้เสือกินแล้วจับใส่หลังรถ ระหว่างทางเสือตื่นเลยอาละวาดจนกลายเป็นว่าทั้งสามคนต้องเข็นรถที่มีเสือไปคืนไทสัที่บ้าน ไทสันให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดตอนนั้นยังมีดักอยู่ด้วย เป็นภาพตอนทั้งแกงค์กำลังเมาเข้ามาขโมยเสือในบ้านแล้วขึ้นรถตำรวจขับออกไป  

อยู่ๆก็มีรถพุ่งมาชน เป็นรถของชาวจีนที่เจอท้ายรถชื่อเลสลีย์ เฉา เฉาสั่งให้หาเงิน $80,000 ที่เฉาเล่นได้มาคืนแลกกับตัวเพื่อน เฉานัดให้ไปเจอเช้าวันรุ่งขึ้นกลางทะเลทราย ทั้งหมดกลับไปที่ห้องเพื่อหาเงินแต่ก็ไม่พบ อลันใช้วิธีนับไพ่จนชนะได้เงินมาแปดหมื่นกว่า ที่จุดนัดพบ เฉาเอาเงินไปและปล่อยตัวดักแต่กลายเป็นคนผิวดำที่ขายยาให้กับอลัน ฟิลโทรหาเทรซีกำลังจะบอกเรื่องที่ดักหายตัวไป ดัก(คนขายยาพูดถึงยาที่ขายให้อลัน)สตูนึกขึ้นได้ว่าดักอยู่ที่ไหนรีบกระโดดใส่ห้ามฟิลไม่ให้บอกเทรซีว่าดักหายตัวไป พอกลับไปที่โรงแรมดักอยู่บนดาดฟ้า เพราะตอนเมาขนขึ้นไปเล่นกัน ผ้าที่ทิ้งลงมาตอนคือสัญญาณขอความช่วยเหลือ ทั้งสามคนรีบพาดักที่อยู่ในสภาพขาดน้ำเกรียมแดดใส่รถเข็นแต่เที่ยวบินเต็มหมด

ทั้งสี่คนตัดสินใจขับรถ(สภาพพังยับ)กลับ ก่อนกลับเจดคืนแหวนให้สตูเพราะรู้ว่าสตูทำไปเพราะเมา เจดเฉลยว่าสตูถอนฟันตัวเองเพราะถูกอลันท้าให้ทำ สตูขอนัดกับเจดในสัปดาห์หน้า ระหว่างทางก็สั่งชุดทักซิโดมาเปลี่ยนกันข้างถนน ดักกลับมาช้าแต่ก็ยังได้แต่งงานกับเทรซี ดักสัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก สตูขอเลิกกับเมลิสซา อลันเจอกล้องของสตูที่ท้ายรถ ทั้งสี่คนตกลงกันว่าจะดูพร้อมกันแล้วลบทำลายหลักฐานทิ้งทั้งหมด 

Shutter Island(2010)


เท็ดดี(ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ)อดีตทหารที่ไปรบในสงครามโลกช่วยปลดปล่อยเชลยที่เยอรมัน เท็ดดีออกเดินทางพร้อมชัค(มาร์ค รัฟฟาโว)ผู้ช่วยคนใหม่ไปยังเกาะชัตเตอร์เพื่อสืบเรื่องที่เรเชล โซแลนโดผู้ป่วยทางจิตหายตัวไป เรเชลเป็นผู้ต้องหาที่ถูกตัดสินว่าวิกลจริตก่อคดีจับลูกทั้งสามคนของตัวเองกดน้ำจนตาย เท็ดดีพบกับดร.คาวลีย์(เบน คิงส์ลีย์)ผู้ดูแลที่ควบคุมที่นั่น ดร.คาสลีย์พาเท็ดดีไปดูห้องขังที่ถูกล็อคจากภายนอกแต่เรเชลหายตัวไปเฉยๆ รองเท้าของเรเชลยังอยู่ครบเท็ดดีเลยคิดว่าเรเชลหนีไปได้ไม่ไกล พบเศษกระดาษเขียนไว้ว่าใครคือรายที่ 67

เท็ดดีกับชัคออกสำรวจรอบๆ เท็ดดีเห็นถ้ำแต่พวกยามบอกที่นั่นมีต้นไม้พิษ เท็ดดีถามเกี่ยวกับประภาคารก็บอกว่าตรวจหมดแล้ว เท็ดดีสอบปากคนที่เกี่ยวข้องได้ข้อมูลว่าหมอชีแฮนที่เป็นหมอประจำตัวของเรเชลที่เรเชลเพิ่งเข้ากลุ่มบำบัดก่อนจะหายตัวไปได้ลาพักออกจากเกาะไปในเช้าวันรุ่งขึ้น คืนนั้นเท็ดดีฝันถึงโดโลเรส(มิเชล วิลเลียมส์)ภรรยาที่ตายเพราะไฟไหม้ โดโลเรสบอกกับเท็ดดีว่าเรเชลยังอยู่บนเกาะ และบอกว่าแอนดรูว์ แลดิสเป็นคนวางเพลิงจนทำให้เธอตาย

เท็ดดีสอบปากคำผู้ป่วย มีคนแอบเขียนใส่สมุดของเท็ดดีให้หนีไป เท็ดดีเล่าให้ชัคฟังเรื่องแอนดรูว์(ที่เป็นคนวางเพลิง)ถูกส่งมาอยู่บนเกาะชัตเตอร์ แต่เท็ดดีบอกว่าไม่ได้มาเพื่อฆ่าแอนดรูว์ล้างแค้นเพราะเห็นคนตายมาเยอะแล้ว ภาพแฟลชแบ็คกลับไปที่ค่ายกักกัน เท็ดดียืนมองผู้นำทหารที่ฆ่าตัวตายแต่ไม่ตายในทันที ค่อยๆตายอย่างทรมาน ด้านนอกมีศพพวกเชลยทั้งผู้หญิงและเด็กแข็งอยู่กับกองหิมะ พวกกองทหารพยายามหนีพวกทหารสหรัฐกราดยิงกองทหาร(แบบเดียวกับที่ทหารเยอะมันสังหารหมู่ชาวยิว) เท็ดดีบอกกับชัคว่าตั้งใจมาเปิดโปงเพราะได้ข้อมูลจากจอร์จ นอยซ์ที่เป็นผู้ต้องหาเรื่องเกาะชัตเตอร์ใช้ผู้ป่วยในการทดลองลับ

เท็ดดีกับชัคไปที่หลุมศพแต่ติดพายุฝน ชัคตั้งข้อสังเกตว่าที่เท็ดดีได้มาที่เกาะอาจเป็นการจัดฉากเพราะการทดลองที่เท็ดดีว่าทางการน่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วย พอกลับไปที่พักเท็ดดีกับชัคใส่ชุดแบบเดียวกับผู้คุมเพราเสื้อผ้าเปียกหมด ดร.คาวลีย์บอกว่าเจอเรเชลแล้ว เท็ดดีไปสอบถามเรเชลเสียสติคิดว่าเท็ดดีเป็นสามีจากนั้นก็คลุ้มคลั่ง เท็ดดีเริ่มปวดหัวดร.คาวลีย์ให้ยาและให้เท็ดดีไปนอน เท็ดดีฝันถึงเหตุการณ์ในอดีตเห็นเด็กผู้หญิงมาถามว่าทำไมไม่ยอมช่วยเธอ เท็ดดีบอกว่าตัวเองมาช้าเกินไป

วันต่อมาเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้อง ชัคชวนเท็ดดีไปที่วอร์ดซีที่เป็นสถานที่ต้องห้าม เท็ดดีถูกผู้ป่วยทำร้าย ต่อมาเท็ดดีเจอจอร์จ นอยซ์ถูกขังอยู่ จอร์จโทษว่าที่ถูกจับกลับมาเป็นเพราะเท็ดดี เท็ดดีสัญญาว่าจะช่วยจอร์จออกไป เท็ดดีเริ่มสงสัยชัคที่อ้างว่าไปหาข้อมมูลเกี่ยวกับคนไข้ เท็ดดีขอออกไปสำรวจคนเดียว ต่อมาเท็ดดีเห็นชัคคิดว่าชัคตกหน้าผา เท็ดดีตามลงไปดูก็เจอแสงไปจากถ้ำ ที่นั่นเท็ดดีได้เจอกับเรเชลตัวจริง เรเชลบอกว่าตัวเองเป็นหมอไม่มีสามีและลูก เรเชลเกิดไปรู้เรื่องการทดลองลับที่จับคนมาผ่าเปิดสมองแยกเส้นประสาทเพื่อทำให้กลายเป็นคนที่ไม่มีความทรงจำ ไม่รู้จักความเจ็บปวดสำหรับใช้ในกองทัพ เรเชลบอกว่าเท็ดดีก็ถูดวางยาและยากำลังจะเริ่มออกฤทธิ์

เท็ดดีกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ดร.คาวลีย์บอกกับเท็ดดีว่าเท็ดดีมาคนเดียว เท็ดดีทำร้ายหมอที่จะฉีดยา แอบวางระเบิดรถและไปที่ประภาคาร เท็ดดีขึ้นไปเจอกับดร.คาวลีย์นั่งรออยู่ ชัคเข้ามาในฐานะหมอชีแฮน ดร.บอกว่าเท็ดดีคือผู้ป่วยที่ชื่อว่าแอนดรูว์ แลดิส เรื่องของเรื่องคือเท็ดดีเป็นชื่อที่แอนดรูว์ที่มีอาการทางจิตสมมติขึ้นมา แอนดรูว์ยิงโดโลเรสตายเพราะโดโลเรสที่เริ่มประสาทหลอนจับลูกกดน้ำตายทั้งสามคน เด็กที่แอนดรูว์ฝันถึงชื่อเรเชลคือลูกสาวคนเล็กของแอนดรูว์ ดร.คาวลีย์ตัดสินใจส่งแอนดรูว์เข้าโปรแกรมโลโบโทมีซึ่งใช้สำหรับบำบัดผู้ป่วยที่มีอาการขั้นรุนแรงที่สุด แอนดรูว์กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง

วันรุ่งขึ้นหมอชีแฮนมานั่งคุยกับแอนดรูว์ แอนดรูว์ยังคงเชื่อว่าหมอชีแฮนคือชัคเพื่อนร่วมงานและพยายามชวนชัคหนีออกจากเกาะชัตเตอร์ ดร.คาวลีย์กับพวกเลยมาพาแอนดรูว์ไปเข้าโปรแกรมโลโบโทมี ก่อนไปแอนดรูว์หันมาคุยกับหมอชีแฮนว่า ควรเลือกอยู่อย่างปิศาจร้ายหรือเลือกตายอย่างคนดี หมอชีแฮนเรียกแอนดรูว์ว่าเท็ดดี แต่เท็ดดีออกเดินนำดร.คาวลีย์ไปและไม่ได้หันกลับมาอีก

หนังยาวมาก ดูdvdรอบสองเก็บรายละเอียด ไม่ถึงกับชอบพอจะเดาพล็อตเรื่องออกตั้งแต่ตอนที่พระเอกปวดหัวจนต้องกินยา สงสัยตั้งแต่แรกว่าทำไมโดโลเรสในฝันของเท็ดดีถึงมีเลือดออกจากท้องทั้งที่ในเรื่องบอกตายเพราะไฟไหม้ พอเฉลยก็…อืม… 

Faster(2010)


ไดรฟเวอร์(ดเวนย์ จอห์นสันหรือเดอะ ร็อค)<<<ไม่มีชื่อในเรื่องเรียกทับแบบนี้เลยเพราะทำหน้าที่ขับรถติดคุกข้อหาปล้นธนาคารพ้นโทษออกจากคุก ไดรฟเวอร์ไปเอารถที่เตรียมไว้พร้อมกับปืนและรูปของคนที่จะตามล้างแค้นพวกที่ร่วมกันปล้นและฆ่าพี่ชายตาย ตอนนั้นไดรฟ์เวอร์กับพี่ชายถูกหักหลังพวกที่เหลือขู่จะยิงพี่ชายถ้าไดรฟเวอร์ไม่ยอมบอกที่ซ่อนเงิน พอบอกพี่ชายก็ถูกฆ่าอยู่ดี ไดรฟ์เวอร์ถูกยิงที่หัวแต่ไม่ตายเลยใส่เหล็กแทนกะโหลกและถูกจับติดคุก ในคุกไดรฟ์เวอร์ถูกรังแกแต่ก็สู้เอาตัวรอดได้ทุกครั้งและสักไว้ที่แขนจนได้ฉายาว่าปิศาจ ไดรฟ์เวอร์ไปเก็บสมาชิกคนแรกเป็นพนักงานขายของทางโทรศัพท์อย่างง่ายด้วยการบุกเข้าไปยิงแสกหน้า

นักสืบชิเชโรได้รับมอบหมายให้ทำคดีร่วมกับค็อป(บิลลี บ็อบ ธอร์นตัน)<<ใช้ทับศัพท์ ค็อปมีปัญหากับภรรยาและติดยาเสพติดด้วย ค็อปทำงานนี้เป็นงานสุดท้ายก่อนจะเกษียณอายุ คิลเลอร์(โอลิเวอร์ แจ็คสัน-โคเฮน)นี่ก็เรียกแบบนี้เลยอีกคน คิลเลอร์ถูกจ้างให้เก็บไดรฟเวอร์ คิลเลอร์เองก็คิดจะเลิกอาชีพรับจ้างฆ่าและขอแฟนแต่งงาน สมัยเด็กคิลเลอร์เคยขาพิการต้องใส่เหล็กดามขา หลังจากที่ฆ่ารายแรกแล้วไดรฟเวอร์ไปหาคนให้ข้อมูลขอข้อมูลคนที่เหลือเพิ่ม รายที่สองเป็นคน(ที่แกล้งทำตัวเป็นคน)แก่หลอกเด็กสาวๆมาส่งที่ห้องแล้ววางยาเพื่อถ่ายคลิป ไดรฟเวอร์เข้ามายิงแสกหน้าก่อนที่เด็กสาวจะถูกทำมิดีมิร้าย คิลเลอร์ตามมาดวลกับไดรฟเวอร์นิดหน่อยก่อนที่ไดรฟเวอร์จะขับรถหนีไป คิลเลอร์กลับไปขอแฟนแต่งงาน หลังจากแต่งงานแฟนขอให้วางมือแต่คิดเลอร์ติดใจเรื่องไดรฟเวอร์จะต้องทำให้สำเร็จก่อนค่อยวางมือ

 ชิเชโรจำได้ว่าคนในกล้องวงจรปิดคือไดรฟเวอร์ซึ่งเป็นคนเดียวกับผู้ร้ายปล้นธนาคารที่ชิเชโรบังเอิญได้เทปตอนที่ไดรฟเวอร์กับพี่ชายถูกฆ่าแต่ไม่เห็นหน้าคนร้ายรายอื่นในนั้น ไดรฟเวอร์ไปหาแฟนเก่าที่ตอนนี้แต่งงานมีลูกไปแล้ว แฟนเก่าอวยพรให้ไดรฟเวอร์แก้แค้นสำเร็จ รายที่สามเป็นคนที่ปาดคอพี่ชายของไดรฟเวอร์ ไดรฟเวอร์เข้าไปที่บาร์ใช้ที่แซะน้ำแข็งแทงไม่ยั้ง ก่อนสลบไปคนร้ายให้ไดรฟเวอร์โทรหาลูกชายฝากบอกว่าขอโทษ รายที่สามไม่ตายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ไดรฟเวอร์ได้ยินข่าวเลยย้อนกลับไปฆ่าตอนที่กำลังอยู่ในห้องผ่าตัด คิลเลอร์รับโทรศัพท์จากผู้ว่าจ้างรีบไปที่โรงพยาบาลแต่ไม่ทัน ค็อปไล่ตามไดรฟเวอร์ไป ค็อปพลาดท่าแต่ไดรฟเวอร์ไม่ได้ยิงค็อป ลูกชายของคนที่ถูกฆ่าโทรมาไดรฟเวอร์ยอมรับว่าเป็นคนที่ฆ่าพ่อ ลูกชายบอกจะแก้แค้นไดรฟเวอร์บอกทำในสิ่งที่ควรทำแต่ถ้าเลือกเดินทางนี้แล้วอนาคตจะมืดมิด

คิลเลอร์ขับรถไล่ตามไดรฟเวอร์จนทัน ไดรฟเวอร์ยิงยางรถคิลเลอร์แต่ไดรฟเวอร์ก็ถูกคิลเลอร์ยิงถากที่คอ ไดรฟเวอร์ไปหาแม่ถามถึงพ่อเลี้ยง แม่บอกว่าพ่อเลี้ยงตายไปแล้วและพ่อเลี้ยงไม่ได้เป็นคนหักหลังไดรฟเวอร์กับพี่ชาย ไดรฟเวอร์ไปหาเหยื่อรายสุดท้ายที่เคยทำหน้าที่เป็นคนดูต้นทางแต่ตอนหลังสำนึกเลยมาเป็นนักเทศน์เพื่อช่วยเด็กๆที่หลงผิด ไดรฟเวอร์ฟังรายการที่รายสุดท้ายเทศน์ทางวิทยุเรื่องของการให้อภัยมาตลอด สุดท้ายไดรฟเวอร์ยอมปล่อยรายสุดท้ายไป คิลเลอร์ตามมาถึงบอกให้ไดรฟเวอร์หยิบปืนขึ้นมาเพื่อดวลกัน ไดรฟเวอร์ปฏิเสธ คิลเลอร์เห็นลิสท์รายชื่อถูกขีดฆ่าทั้งหมดเลยบอกว่างานของของไดรฟเวอร์ยังไม่เสร็จเพราะยังมีอีกรายที่เป็นคนว่าจ้างให้คิลเลอร์มาฆ่าไดรฟเวอร์

 ระหว่างนั้นค็อปเข้ามาสั่งให้คิลเลอร์วางปืน ค็อปยิงไดรฟเวอร์ที่หัว สรุปค็อปเป็นตำรวจเลวที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ปล้นในครั้งนั้น ชิเชโรได้ข้อมูลเรื่องที่ทุกคนที่ถูกฆ่าตายเคยเป็นสายทำงานให้ค็อปมาก่อนและค็อปก็เป็นคนขอเข้ามาทำคดีนี้เองเพื่อปิดความผิด ค็อปให้ค่าจ้าง(แค่$1เพราะคิลเลอร์ชอบความท้าทาย) คิลเลอร์ปฏิเสธเพราะไม่ได้เป็นคนยิง จากนั้นคิลเลอร์ก็หมดเรื่องที่ค้างคาใจกลับไปหาภรรยา ไดรฟเวอร์ที่ยังไม่ตายเพราะกระโหลกทำจากเหล็กฟื้นมายิงค็อปที่กำลังโทรบอกภรรยาว่าปิดคดีเรียบร้อยแล้ว ชิเชโรกับพวกตำรวจมาเจอแต่ศพค็อป ชิเชโรไม่ได้เปิดโปงเรื่องชั่วในอดีตของค็อปเพื่อเห็นแก่ครอบครัวค็อปจะได้รับบำนาญตามสมควร ตอนจบไดรฟเวอร์เอากระดูกพี่ชายไปลอยน้ำ

เดาออกง่ายๆเลยว่าค็อปมันอยู่เบื้อหลัง เพราะได้คนที่ว่างจ้างคิลเลอร์บอกพิกัดของไดรฟเวอร์ได้เป๊ะๆราวกับเป็นคนวงใน พอเริ่มจับทางได้ก็เริ่มไม่ค่อยน่าสนใจ ตอนหลังเดาได้เลยว่านักเทศน์รอดเพราะปูมาทั้งเรื่องให้ฟังวิทยุเรื่องการให้อภัยพอเห็นรายสุดท้ายเป็นนักเทศน์แถมเป็นแค่คนดูต้นทางก็เดาได้ 98%เลยว่าไอ้นี่รอดชัวร์

Arthur(2011)


อาเธอร์ บัช(รัสเซล แบรนด์)เพลย์บอยทายาทคนเดียวของบัช เวิร์ดไวด์แต่งชุดแบทแมนและสั่งซื้อแบทโมบิลล์ขับไปงานเลี้ยงของแม่แต่ถูกรถตำรวจไล่จนขับไปชนกับรูปปั้นวัวสัญลักษณ์ประจำเมืองจนถูกจับเข้าคุกกลายเป็นข่าวทำให้วิเวียนแม่ของอาเธอร์ขายหน้ามาก อาเธอร์ประกันตัวเองออกมาพร้อมกับผู้ต้องขังคนอื่นพร้อมกับกดเงินแจก เช้าวันต่อมาฮอบสันแม่นมของอาเธอร์ที่คอยดูแลอาเธอร์แทนแม่มาตั้งแต่พ่อตาย อาเธอร์เหมือนเด็กไม่รู้จักโต วิเวียนจะจับอาเธอร์แต่งงานกับซูซาน(เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์)ลูกสาวเจ้าของบริษัทก่อสร้างเพื่อหวังให้ซูซานช่วยบริหารงาน

อาเธอร์ไม่ยอมเพราะไม่ได้รักซูซาน แม่เลยขู่ตัดอาเธอร์ออกจากกองมรดกอาเธอร์เลยจำใจยอมตกลงขอซูซานแต่งงาน พ่อของซูซานขู่อาเธอร์ด้วยเลื่อยถ้าทำให้ซูซานต้องขายหน้า อาเธอร์ไปเจอกับนาโอมิ(เกรตา เกอร์วิก)ไกด์เถื่อนที่ชอบนำชมสถานที่ อาเธอร์ช่วยนาโอมิหลอกตำรวจ อาเธอร์ไปหานาโอมิอีกครั้งคราวนี้อาเธอร์สั่งเปลี่ยนเส้นทางเดินรถเพื่อใช้สถานีเป็นที่ออกเดท นาโอมิชวนอาเธอร์ไปที่บ้าน นาโอมิต้องทำงานหาเลี้ยงพ่อแต่นาโอมิฝันอยากทำหนังสือนิทาน อาเธอร์ให้กำลังใจนาโอมิทำตามความฝัน อาเธอร์ชวนนาโอมิไปที่บ้าน ซูซานไปหาอาเธอร์ที่บ้านเหมือนกันได้ฮอบสันช่วยกันซูซานให้ ตอนแรกฮอบสันคิดว่านาโอมิก็เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆที่เข้ามาเพราะเงินของอาเธอร์ หลังจากจัดการกับซูซานจนติดกับแม่เหล็กใต้เตียงอาเธอร์พาซูซานไปนั่งเล่นคุยเรื่องนิทานกันริมทะเลสาบ

อาเธอร์ไปที่บ้านนาโอมิสารภาพเรื่องที่หมั้นกับซูซาน นาโอมิไล่อาเธอร์กลับไป ฮอบสันส่งบิทเทอร์แมนคนขับรถมาคอยรับใช้อาเธอร์แทนเพราะฮอบสันปวดหัว ฮอบสันไปหานาโอมิที่บ้านขอให้นาโอมิช่วยดูแลอาเธอร์จากนั้นฮอบสันก็ล้มนาโอมิพาส่งโรงพยาบาลและโทรบอกอาเธอร์ที่ถูกซูซานบังคับให้ไปงานสละโสด อาเธอร์รีบไปที่โรงพยาบาล ระหว่างอาเธอร์คุยกับนาโอมิเรื่องที่ฮอบสันกับนาโอมิไปซื้อของด้วยกันทุกวันพุธและหนังสือของนาโอมิได้ตีพิมพ์ ซูซานเข้ามาบอกเรื่องที่อาเธอร์ซื้อสำนักพิมพ์ นาโอมิโกรธที่อาเธอร์ดูถูก

หลังจากฮอบสันป่วยอาเธอร์ก็คอยดูแลฮอบสันเท่าที่คนแบอาเธอร์จะทำได้ต่อมาฮอบสันตายอาเธอร์เสียใจมาก วันแต่งงานอาเธอร์ที่เมาจากปาร์ตีไปงานสาย ตอนที่กำลังจะยกกระบอกเหล้าดื่มอาเธอร์เจอจดหมายจากฮอบสันบอกว่าอาเธอร์เป็นได้มากกว่าที่คิด อาเธอร์ไม่ยอมแต่งงานเลยถูกซูซานกับพ่อทำร้าย ซูซานหลุดปากว่าต้องการแต่งงานกับอาเธอร์เพราะเรื่องของผลประโยชน์และต้องการใช้นามสกุลของอาเธอร์ที่เป็นนามสกุลเก่าแก่เท่านั้น

อาเธอร์ถอดเสื้อผ้าออกหมดเหลือแต่กางเกงในที่ฮอบสันซื้อให้เป็นของขวัญและยอมสละมรดกเพื่อไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง ก่อนไปแม่ของอาเธอร์ให้เงินค่าแท็กซี อาเธอร์ไปหานาโอมิที่บ้าน อาเธอร์บอกเรื่องการตายของฮอบสัน อาเธอร์ขอให้นาโอมิช่วยดูแล นาโอมิปฏิเสธเพราะไม่สามารถดูแลอาเธอร์แทนฮอบสันได้ หกเดือนต่อมาอาเธอร์ที่ตอนนี้ออกมาหางานหาเงินด้วยตัวเองแวะซื้อหนังสือของนาโอมิ ในหนังสือนาโอมิขอบคุณอาเธอร์ที่ช่วยให้กำลังใจ อาเธอร์เห็นโปสเตอร์รู้ว่านาโอมิอยู่ที่ห้องสมุด อาเธอร์รีบไปหานาโอมิที่กำลังเล่านิทานให้เด็กๆฟัง อาเธอร์ขอโอกาสอีกครั้ง อาเธอร์ขอโทษนาโอมิที่เคยโกหก ที่เคยทำให้เสียใจ ขอโทษที่เคยขอให้นาโอมิดูแลทั้งที่ตอนนั้นสิ่งที่ต้องการที่สุดคือเป็นคนดูแลนาโอมิ ตอนจบบิทเทอร์แมนที่ฟังผิดขับจากการ์ตูนทั้งขบวนมาให้อาเธอร์เลือก <<<แม่ให้อภัยอาเธอร์แล้ว อาเธอร์ชวนนาโอมิไปขึ้นรถไฟแต่นาโอมิถามว่าคันไหนแรงที่สุด ทั้งสองคนขึ้นรถแบทโมบิลล์ขับออกไปมีรถตำรวจไล่ตาม

โหลดมาดูเล่นๆ แต่พอดูไปน้ำตาจะไหลตั้งแต่ตอนฮอบสันป่วย มาถึงตอนจบที่อาเธอร์ขอโทษนาโอมิโดนมาก กลายเป็นว่าหนังที่เหมือนจะไม่มีสาระอะไรเกือบทำให้เสียน้ำตา ตอนอาเธอร์ถามฮอบสันที่ป่วยว่าเคยมีความรักมั้ย ฮอบสันเล่าเรื่องที่มีนัดแต่ไม่ได้ไปเพราะวันนั้นเป็นวันที่พ่อของอาเธอร์ตาย อาเธอร์ถามว่าทำไมไม่เคยบอก ฮอบสันบอกไม่อยากให้อาเธอร์รู้สึกผิด ตอนนี้ที่บอกเพราะอยากให้อาเธอร์รู้สึกผิด ในความไร้สาระมันมีสาระซ่อนอยู่เสมอ

Final Destination 5(2011)


แซม(นิโคลาส ดี’เอกอสโต)กับเพื่อนพนักงานโรงงานกระดาษได้แก่ ปีเตอร์(ไมล์ส ฟิชเชอร์) แคนดีซแฟนของปีเตอร์ มอลลี(เอมมา เบล)แฟนแซม ไอแซค โอลิเวียร์นาธานและเดนนิสเจ้านายกำลังจะขึ้นรถบัสไปพักผ่อน แซมกำลังจะได้ไปเป็นเชฟที่ปารีส ก่อนออกเดินทางมอลลีขอเลิกกับแซม ส่วนนาธานมีเรื่องกับรอยหัวหน้าคนงาน

รถขับผ่านสะพานที่กำลังซ่อม แซมเห็นภาพเหตุการณ์ล่วงหน้า(ตามฟอร์มของหนังไฟนอลฯ)เริ่มจากนิ้วถูกบาด วิทยุเปลี่ยนคลื่นเองจากนั้นสะพานก็เริ่มพัง ทุกคนพากันหนีตายแดนดีซตกจากสะพานลงไปเสียบเสาเรือใบตายเป็นคนแรก ไอแซคติดอยู่ในรถบัสที่ตกลงไปกระแทกน้ำ แซมช่วยส่งมอลลีข้ามไปอีกฝั่งก่อนพื้นสะพานจะถล่ม โอลีฟทำแว่นตกแซมกลับไปช่วยแต่โอลีฟก็ตกตอนปีนราวสะพาน นาธานโดนอะไรซักอย่างสอยตกส่วนเดนนิสถูกยางมะตอยร้อนๆราด ปีเตอร์กับแซมปีนข้ามไปหามอลลีแต่ราวสะพานพังเหล็กเส้นตกลงมาเสียบปีเตอร์ แซมตายเป็นคนสุดท้าย แล้วแซมก็รู้สึกตัว แซมรีบพามอลลีลงจากรถ เดนนิสให้ปีเตอร์ลงไปตามแคนดีซลงไปด้วย เดนนิส นาธาน โอลีฟและไอแซครอดจากเหตุการณ์สะพานถล่มที่เกิดขึ้นจริง

ทั้ง 8 คนรอดจากสะพานถล่ม เจ้าหน้าที่จิม บล็อคสงสัยเรื่องที่แซมเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าแต่ผลสรุปออกมาว่าสะพานถูกลมพัดจนพังเอง ทั้งหมดถูกปล่อยตัว หลังจากงานศพของพนักงานที่ตายเพราะติดอยู่ในรถทั้งหมด มีคนมาบอกกับพวกแซมว่าความตายไม่ชอบให้ใครโกง พวกแซมไม่ได้สนใจ ต่อมาแซมกลับไปคืนดีกับมอลลี หลายวันต่อมาแคนดีซที่เป็นนักกีฬายิมนาสติกพลาดตกลงมาคอหักตาย<<<หลังจากที่ให้ลุ้นอยู่ตั้งนานตั้งแต่พัดลมเสีย น้ำแอร์หยดลงบนพื้นที่มีสายไฟเปลือย น็อตตกอยู่บนบาร์ สุดท้ายอีกคนเหยียบน็อตจนพลาดตกไปโดนที่ใส่แป้งฟุ้งเข้าตาแคนดีซจนตกลงมากระดูกหักไปทั้งตัวตาย ปีเตอร์เสียใจมากเพราะตอนนั้นปีเตอร์เป็นคนเชียร์ให้แคนดีซซ้อม มอลลีกับแซมมาที่โรงพยาบาล

ไอแซคเจอvoucherสปานวดของเพื่อนร่วมงานที่ตาย ไอแซคเอาไปใช้ตอนที่กำลังนอนระหว่างฝังเข็มเกิดไฟไหม้แต่ไอแซคตายเพราะพระพุทธรูปตกลงมาทับหัวเละ พวกที่เหลือเจอกับคนที่เคยทักเรื่องโกงความตายอีกครั้ง คนนั้นบอกว่าต้องหาคนอื่นตายแทนถึงจะรอด พอนึกได้พวกแซมรีบไปหาโอลีฟที่กำลังไปผ่าตัดทำเลสิกที่ตา ระหว่างรอหมอเกิดไฟช็อตโอลีฟถูกเลเซอร์ที่ตาแต่ลุกออกจากเตียงได้ทัน พวกเพื่อนๆรีบมาโอลีฟเหยียบอะไรบางอย่างบนพื้นเซไปที่กระจกจนตกลงไปตายลูกตากระเด็นไปโดนรถทับเละ แซมเริ่มคิดได้ว่าเพื่อนๆตายตามลำดับตามภาพที่แซมได้เห็น เจ้าหน้าที่จิมเริ่มสงสัยพวกแซมเกี่ยวกับการตาย

ปีเตอร์มาเตือนเดนนิสแต่เดนนิสไม่เชื่อ ต่อมานาธานมีเรื่องกับรอย นาธานผลักกันไปมากับรอยจนรอยตกลงไปแขวนอยู่กับตะขอตาย เท่ากับว่ามีคนตายแทนนาธาน รายต่อมาคือเดนนิสเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พอเดนนิสมาถึงที่เกิดเหตุประแจยักษ์ตกลงไปในเครื่องจักรและดีดกระเด็นทุลุหัวเดนนิสตายไปต่อหน้าพวกแซม แซมตกลงไปทำงานที่ปารีส คืนนั้นแซมขอยืมสถานที่จากเจ้านายออกเดทกับมอลลี ปีเตอร์มาหา ปีเตอร์โกรธเรื่องแคนดีซเลยคิดจะฆ่ามอลลีเพื่อให้ตัวเองรอดตาย ระหว่างต่อสู้ไล่ล่ากันแซมฆ่าปีเตอร์ตายก็เท่ากับว่าแซมโกงความตาย แซมกับมอลลีคิดว่าเรื่องจบแล้ว

สองสัปดาห์ต่อมาแซมกับมอลลีขึ้นเครื่องบินไปปารีสซึ่งก็คือไฟลท์ 180 (ไฟลท์เดียวกับอเล็กซ์ที่เกิดขึ้นในภาคแรก) หลังจากอเล็กซ์กับพวกลงจากเครื่องไป พอเครื่องขึ้นไปได้ซักพักแซมก็เกิดนิ้วถูกบาดเหมือนที่เคยเกิดก่อนเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าบนรถบัส ไม่นานเครื่องก็เกิดระเบิดมอลลีตกจากเครื่องส่วนแซมถูกไฟคลอกตาย ตัดไปที่นาธานในงานไว้อาลัยรอย เพื่อนร่วมงานบอกกับนาธานว่ารอยเป็นเส้นเลือดในสมองบวมซึ่งจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ จากนั้นชิ้นส่วนเครื่องบินลอยตกลงมาใส่หลังคาทำให้บาร์เหล้าตรงที่นาธานนั่งอยู่พังลงมา มือนาธานกระเด็นออกมาแทบทะลุจอแล้วก็ตัดจบ

สนุก สยดสยองมากถึงจะรู้พล็อตเรื่องที่เป็นไปตามสูตรของไฟนอลที่ยังไงก็ไม่รอดไม่มีใครโกงความตายได้อยู่แล้วแต่ก็ยังน่าติดตาม นั่งดูไปลุ้นไปตลอดเรื่อง หนังบิวท์ให้ทายตลอดว่าจะตายแบบไหน โจทย์ยากขึ้นเรื่อยๆสำหรับคนสร้างเพราะทำมาทุกภาคก็เน้นตายๆๆๆๆแต่จะตายแบบไหนให้มันน่ากลัว จนถึงภาคนี้ก็ยังไม่ผิดหวัง ชอบเป็นการส่วนตัวถือว่าผ่าน

Match Point(2005)


คริส(โจนาธาน ไรส์ เมเยอร์ส)อดีตนักเทนนิสเลิกเล่นเทนนิสหันมาเป็นโคช คริสได้เจอกับทอม ฮิววิท(แมทธิว กูดด์)และคุยกันถูกคอจนทอมชวนคริสไปที่บ้าน คริสเจอกับโคลอี(เอมิลี มอร์ทิเมอร์)น้องสาวของทอม คริสกับโคลอีกเริ่มสานความสัมพันธ์และออกเดทกัน โคลอีให้พ่อรับคริสเข้าทำงานที่บริษัท ต่อมาคริสได้เจอกับโนลา(สกาเล็ท โจแฮนสัน)นักแสดงชาวอเมริกันที่เป็นคู่หมั้นของทอมแต่แม่ของทอมไม่ชอบโนลา คริสตกหลุมรักโนลาจนมีอะไรกันกลางทุ่งแต่โนลาปฏิเสธที่จะสานต่อกับคริสและบอกให้คริสลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

คริสเริ่มก้าวหน้าและเข้ากับครอบครัวของโคลอีได้ดีจนตัดสินใจแต่งงานกัน ไม่นานทอมก็เลิกกับโนลา คริสไปที่บ้านของโนลาแต่โนลาย้ายไปแล้ว ต่อมาคริสได้เจอกับโนลาโดยบังเอิญคริสขอเบอร์ติดต่อจากนั้นคริสกับโนลาก็เริ่มมีความสัมพันธ์แบบลับๆกัน ทอมแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนและมีลูกทำให้โคลอีอยากมีบ้าง โคลอีพยายามอย่างมากที่จะมีลูกกับคริส ระหว่างนั้นคริสก็เริ่มทำตัวน่าสงสัยหายไประหว่างเวลางานและแอบคุยโทรศัพท์บ่อยๆ ระหว่างที่คริสไปพักผ่อนกับครอบครัวของโคลอีโนลาพยายามติดต่อคริสให้คริสไปหา โนลาบอกกับคริสว่าเธอท้อง คริสให้โนลาเอาเด็กออกแต่โนลาไม่ยอมเพราะเคยทำมาแล้วสองครั้ง(ครั้งที่สองกับทอม) โนลายื่นข้อเสนอให้คริสเลิกกับโคลอี

คริสเครียดมากเลยปรึกษาเพื่อนที่เป็นนักเทนนิส เพื่อนสรุปให้ว่าคริสรักเงินของโคลอีมากกว่าโนลา คริสโกหกโนลาว่าไปต่างประเทศแต่โนลาเจอคริส โนลายืนยันจะบอกเรื่องท้องกับโคลอีเองถ้าคริสไม่กล้า คริสขโมยปืนยาวของพ่อตาใส่กระเป๋าเทนนิสออกไปแล้วหลอกโนลาว่ามีข่าวดีจะบอกให้โนลารีบกลับบ้าน คริสนัดกับโคลอีดูละครเวทีด้วยกันในเย็นวันเดียวกัน คริสแอบไปที่อพาร์ทเมนท์ของโนลา คริสฆ่าหญิงชราที่อยู่ห้องตรงข้ามโนลาขโมยของมีค่าและยาไป คริสรอเวลาจนกระทั่งโนลากลับมาคริสยิงโนลาตายหน้าห้องตอนที่โนลากำลังเปิดประตูสร้างสถานการณ์ว่าโจรปล้นหญิงชราแล้วโนลากลับมาพอดีเลยโดนฆ่าปิดปาก<<<เลวจริงๆ

วันต่อมาโคลอีอ่านเจอข่าวโนลาในหนังสือพิมพ์ คริสแกล้งทำเป็นตกใจไปด้วยแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่อมาโคลอีท้องครอบครัวของโคลอีดีใจมาก คริสเอาปืนไปคืนที่ห้องเก็บของอย่างแนบเนียน คริสถูกตำรวจตามไปให้ปากคำเพราะตำรวจเจอไดอารีของโนลาที่เขียนถึงคริส ก่อนไปคริสเอาของที่ขโมยมาจากบ้านหญิงชราไปโยนทิ้งน้ำแต่แหวนเกิดกระเด็นถูกขอบกระเด็นตกลงมาที่พื้น คริสสารภาพว่าเป็นชู้กับโนลาจริง ตำรวจสงสัยว่าคริสเป็นคนฆ่าทั้งโนลาและหญิงชราแต่กลายเป็นว่ามีขี้ยายิงกันตายในตัวขี้ยาเจอแหวนของหญิงชราทำให้ตำรวจสรุปคดีที่คริสก่อกลายเป็นว่าขี้ยาปล้นฆ่าหญิงชราเอาเงินไปซื้อยา โนลากลับมาผิดที่ผิดเวลาเลยโดนฆ่าตาย ตอนหลังขี้ยาก็ฆ่ากันเองตายปิดคดี ตอนจบโคลอีคลอดลูกกลับมาฉลองกันที่บ้านอย่างมีความสุข

หนังไม่ได้เกี่ยวกับการแข่งเทนนิสอะไรเลย เป็นหนังดรามาพิศวาสฆาตกรรม ดูๆไปก็สนุกดี เห็นสกาเล็ท โจแฮนสันแล้วอยากดู Lost in Translation อีกรอบ จำได้ว่ามีแผ่นแต่คงต้องใช้เวลารื้อนานพอสมควร