Category Archives: Movies

Split(2016)

เคซีย์เป็นพวกเด็กชอบทำตัวแปลกแยก หลังงานวันเกิดของแคลร์พ่อแคลร์อาสาไปส่งเคซีย์กับเพื่อนสนิทแคลร์อีกคนชื่อมาร์เซีย ระหว่างที่พ่อแคลร์เก็บของท้ายรถก็ถูกทำร้าย คนร้ายเข้าไปฉีดสเปรย์ยาสลบใส่พวกเคซีย์ พอฟื้นก็พบว่าทั้งสามคนถูกขังอยู่ในห้องต่อมาเควินคนร้ายโรคจิตที่มี 23 บุคลิกในตัวก็เข้ามาจับมาร์เซียออกไป เคซีย์ตะโกนบอกให้ฉี่ราดจะได้รอดแล้วคนร้ายในบทเดนิสก็ปล่อยมาร์เซียกลับมาจริงๆ เดนิสเป็นตัวโหดที่ดูโรคจิตสมัยเด็กเดนิสถูกแม่ทารุณจนมีนิสัยเห็นอะไรสกปรกไม่ได้ ทุกครั้งที่เห็นใครในสามคนนี้เสื้อผ้าสกปรกจะสั่งถอดออกทันที

หนังเล่าเรื่องควบคู่กับเรื่องราวสมัยเด็กของเคซีย์ไปด้วย ตอนเด็กพ่อของเคซีย์ชอบพาไปล่าสัตว์ในป่ามีอาของเคซีย์ไปด้วย พวกเคซีย์เริ่มเจอแพทริเซียอีกตัวตนของเควินและเฮดวิคที่เป็นตัวเด็กสุด แต่ละตัวขะผลัดกันเป็นคนคุมร่างของเควินเหมือนใครเป็นคนได้แสงก็ได้ควบคุม เควินรักษาอยู่กับหมอเฟลทเชอร์มานานหนึ่งในตัวตนของเควินนัดพบหมอโดยตัวแบร์รีที่เป็นดีไซน์เนอร์เป็นคนไปพบหมอ เคซีย์หลอกเฮดวิคที่เด็กสุดว่าแพทริเซียกับเดนิสวางแผนกำจัดเฮดวิคจนเฮดวิคสับสน เฮดวิค แพทริเซียและเดนิสเชื่อว่ามีอีกตัวคือบีสท์ที่ไม่ใช่คนกำลังจะออกมา พวกเคซีย์เจอทางหนีแคลร์ปีนขึ้นไปทางช่องระบายอากาศแต่ก็ถูกเดนิสจับได้เลยถูกแยกขังเดี่ยว เดนิสสั่งแคลร์ถอดเสื้อที่เปื้อนออก

มาร์เซียพยายามหนีก็ถูกแยกขังอีกคน เคซีย์เริ่มจับทางได้พอบุคลิกเฮดวิคมาเคซีย์หลอกถามจนได้ความว่าในห้องเฮดวิคมีวิทยุใกล้กับหน้าต่าง เควินไปพบหมอเฟลทเชอร์ หมอเริ่มจับได้ว่าคนคุมร่างไม่ใช่แบร์รีดีไซน์เนอร์แต่เป็นเดนนิสที่แกล้งทำ หมอได้รู้เรื่องก่อนหน้านี้เควินที่ทำงานอยู่ที่สวนสัตว์ถูกเด็กผู้หญิงสองคนหลอกให้จับหน้าอก เคซีย์หลอกให้เฮดวิคพาไปที่ห้องเพื่อจะหนีแต่พอไปถึงจริงๆกลายเป็นรูปวาดหน้าต่างไม่ใช่หน้าต่างจริงๆ เฮดวิคโชว์วิทยุสื่อสารให้เคซีย์ดู เคซีย์พยายามติดต่อขอความช่วยเหลือแต่ปลายทางคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น

เคซีย์สมัยเด็กตอนออกไปล่าสัตว์กับพ่อกับอาเคยถูกอาหลอกไปล่วงละเมิด ต่อมาพ่อเคซีย์ตายเคซีย์อยู่ในความดูแลของอาก็ถูกกระทำมาตลอด สาเหตุที่ชอบทำผิดจนถูกให้อยู่เย็นก็เพราะไม่อยากกลับบ้าน เคซีย์เปิดคอมพิวเตอร์เควินได้เห็นคลิปเควินในบุคลิกต่างๆ หมอเฟลทเชอร์ปะติดปะต่อเรื่องราวได้รู้ว่าเควินน่าจะเป็นคนลักพาตัวสองสาวตามที่เป็นข่าวเลยไปที่สวนสัตว์ หมอแกล้งขอเข้าห้องน้ำแล้วหมอก็เจอแคลร์ที่เควินขังไว้หมดเลยถูกเควินฉีดสเปรย์ยาสลบใส่ หมอฟื้นขึ้นมาพยายามเขียนข้อความก่อนจะถูก เควินที่ตอนนี้บุคลิกบีสท์เข้าคุมฆ่าตายไว้ให้เรียกชื่อเควิน

บีสท์ฆ่าแคลร์กับมาร์เซียตายเคซีย์ที่เจอกุญแจที่เควินซ่อนไว้ เคซีย์เปิดประตูออกมาเจอศพมาร์เซียและบีสท์กำลังกินแคลร์ทั้งเป็น เคซีย์ล็อคประตูขังบีสท์ไว้ในห้องแต่ด้วยพลังของบีสท์สามารถพังประตูออกมาอย่างง่าย เคซีย์พยายามเรียกชื่อเควินแต่ไม่มีผลแล้ว บีสท์เจอเคซีย์และถูกเคซีย์ใช้ปืนลูกซองยิงใส่แต่ไม่เป็นอะไร ตอนที่บีสท์ใช้พลังแยกลูกกรงบีสท์เห็นแผลบนร่างกายของเคซีย์ที่ถูกอาทำร้ายบีสท์ก็เปลี่ยนใจเหมือนเคซีย์เป็นคนพิเศษประเภทเดียวกัน วันต่อมาเจ้าหน้าที่มาเจอเคซีย์และช่วยพาเคซีย์ออกมา เจ้าหน้าที่ให้คนที่เคซีย์เคยวิทยุขอความช่วยเหลือโทรเรียกรถพยาบาลคนนั้นถึงรู้ว่าไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เควินเองก็ยังไม่ตายแถมเชื่อลึกซึ้งเข้าไปอีกว่าบีสท์มีพลังเหนือมนุษย์ จบด้วยข่าวนำเสนอเรื่องเควินในชื่อเดอะฮอร์ด คนที่ดูข่าวพูดถึงเรื่องชายโรคจิตเมื่อเมื่อ 15 ปีก่อนแต่นึกชื่อไม่ออก เดวิด ดันน์เลยบอกชื่อมิสเตอร์แกลส<<<<จาก Unbreakable

เป็นแฟนหนังเอ็ม ไนท์มานานตั้งแต่ยุครุ่งเรือง หลังๆบางเรื่องงงๆเงียบๆไปบ้างแต่เรื่องนี้พี่เค้ากลับมาแล้ว เรื่องนี้ชอบเลยอยากภาคดูต่อ อยากดูบุคลิกที่เหลือต้องชมเจมส์ แมคอะวอยเล่นดีมาก เล่นชัดมากจริงๆน่าจะได้ซักรางวัลด้วยซ้ำ

Advertisements

Table 19(2017)

เอโอลิส(แอนนา เคนดริค)ได้รับการ์ดเชิญงานแต่งงานจากฟรานซีเพื่อนสนิท จริงๆแล้วเอโลอิสจะต้องเป็นเพื่อนเจ้าสาวแต่เพราะเอโลอิสเลิกกับเท็ดดีพี่ชายของฟรานซีที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเลยถูกตัดออกจากกลุ่มเพื่อนเจ้าสาวแถมยังถูกจัดมานั่งร่วมโต๊ะ 19 ซึ่งเป็นกลุ่มแขกที่เจ้าภาพไม่แน่ใจว่าจะมา<<<เอโลอิสรู้ดีเพราะเป็นคนช่วยฟรานซีจัดโต๊ะให้กับแขกเอง

ก่อนเข้างานเอโลอิสเจอเท็ดดีควงมากับแฟนใหม่ เอโลอิสยืนมองเท็ดดีอยู่นานจนผู้ชายคนนึงเข้ามาทักเอโลอิส เอโลอิสเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับแขกโต๊ะ 19 ได้แก่ เจอร์รีกับบีนาคู่สามีภรรยาที่เป็นเพื่อนร่วมธุรกิจร้านอาหารของพ่อเจ้าสาว เรนโซที่แม่บังคับให้มาหาสาวเดทในงานแต่ง โจอดีตพี่เลี้ยงของฟรานซีที่ตอนนี้เป็นมะเร็งและวอลเทอร์ลูกพี่ลูกน้องที่ชอบอวดอ้างว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่ละคนไม่รู้ตัววว่าเป็นแขกที่เจ้าภาพไม่เต็มใจเชิญจนกระทั่งเอโลอิสไล่ชื่อแขกแต่ละโต๊ะให้ฟังและบอกว่าเป็นคนช่วยเอโลอิสจัดโต๊ะแขกเอง โต๊ะ 19 ก็คือโต๊ะของแขกที่ไม่แน่ใจว่าจะตอบรับ

เจ้าบ่าวเจ้าสาวเริ่มเต้นรำ ผู้ชายที่เอโลอิสเจอตอนยืนต้องเท็ดดีเข้ามาในงานเต้นรำและจูบเอโลอิส ก่อนไปผู้ชายคนนั้นบอกชื่อฮัค ต่อมาเอโลอิสเกิดคลื่นไส้โจมองออกว่าเอโลอิสน่าจะแพ้ท้องเลยยกขบวนตามเอโลอิสเข้าไปในห้องน้ำ พ่อของเด็กก็คือเท็ดดีนั่นแหละแต่เอโลอิสคิดว่าเท็ดดีไม่น่าจะเป็นพ่อที่ดีได้ เอโลอิสกับเท็ดดีทะเลาะกันอีกครั้งที่หน้าห้องจัดเลี้ยง แล้วเท็ดดีก็เข้าไปในงานชนเค้กแต่งงานพังหมดพวกโต๊ะ 19 ก็เลอะไปตามๆกันเลยพากันไปต่อที่ห้องพักของโจ เอโลอิสตามมาที่ห้อง คู่ของเจอร์รีกับบีนาก็มีปัญหาอยู่เหมือนกัน คือบีนามางานแต่งเพราะนัดกับผู้ชายคนอื่น

เอโลอิสเริ่มนึกถึงฮัคผู้ชายที่เต้นรำกับเอโลอิสหลังจากตามหาก็พบว่าฮัคคือเจ้าบ่าวของอีกงาน วอลเทอร์แอบเข็นเค้กแต่งงานจากงานของฮัคออกมาคืนให้กับงานของฟรานซีที่เท็ดดีทำเละไปก่อนหน้า ทั้งหมดกลับมาที่โต๊ะเจ้าบ่าวเจ้าสาวเริ่มแวะมาทักทาย โจได้รู้ว่าเข้าใจเท็ดดีผิดจริงๆแล้วเท็ดดีเป็นคนจิตใจดี เอโลอิสคิดได้อยากปรับความเข้าใจกับเท็ดดีแต่เรือออกจากท่าแล้ว เอโลอิสพยายามตะโกนเรียกเท็ดดีแต่เสียงเรือรวมกับเสียงแฟนใหม่ของเท็ดดีทำให้เท็ดดีไม่ได้ยินที่เอโลอิสขอโทษ พวกเอโลอิสกลับมาที่ห้องจัดเลี้ยงรวมกับคู่ของบีาที่คืนดีกันแล้ว เท็ดดีตัวเปียกโชกว่ายน้ำกลับมาหาเอโลอิสแล้วทั้งคู่ก็เริ่มต้นกันใหม่ จบด้วยโจตายเพราะมะเร็ง เรนโซกับวอลเทอร์กลายเป็นเพื่อนกัน เอโลอิสกับเท็ดดีได้ลูกชายเลยตั้งชื่อว่าโจ<<<<โจเคยบอกว่าถ้าเป็นผู้หญิงห้ามตั้งชื่อโจเพราะเป็นปัญหากับชีวิต

Hidden Figures(2016)

แคเทอรีน แมรีและโดโรธีเป็นสาวผิวสีที่ทำงานอยู่ที่นาซาแต่เนื่องจากสมัยนั้นยังมีการเหยียดผิว พวกผิวสีเลยเป็นเหมือนพลเมืองชั้นสองที่ทำงานรวมทั้งห้องน้ำก็ถูกแบ่งแยก โดโรธีรับหน้าที่ของหัวหน้าแผนกมานานแต่ไม่มีการเลื่อนขั้น แมรีก็ได้รับคัดเลือกให้ร่วมงานกับทีมวิศวกรทั้งที่แมรีมีความสามารถแต่เพราะการกีดกันแมรีเลยไม่กล้าสมัคร ส่วนแคเทอรีนมีทักษะด้ารการคำนวณสูงมากจนถูกทีมอวกาศที่มีอัล แฮริสันเป็นหัวหน้าเรียกไปทำหน้าที่นักคำนวณ

แคเทอรีนทำงานด้วยความอึดอัด พอลปิดบังข้อมูล แม้แต่น้ำร้อนยังถูกแบ่งแยกที่พีคสุดคือไม่มีห้องน้ำสำหรับคนผิวสีที่ตึกแคเทอรีนต้องเดินครึ่งไมล์กลับมาเข้าห้องน้ำที่ตึกเก่าต่อมาแคเทอรีนเริ่มแสดงความสามารถจนอัลยอมรับแต่พอลยังคอยขัดขวางอยู่ แคเทอรีนได้รู้จักกับจิมที่โบสถ์ เพื่อนๆเชียร์ให้แคเทอรีนซึ่งเป็นหม้ายลูกติดรักกับจิมต่อมาทั้งคู่ก็พัฒนาความสัมพันธ์ แมรีตัดสินใจสมัครตำแหน่งวิศวกรแต่ตามระเบียบนาซาจะต้องจบที่วิทยาลัยคนผิวขาวแมรีเลยฟ้องศาลจนในที่สุดแมรีก็ได้เป็นคนผิวสีคนแรกที่ได้เรียนภาคค่ำในวิทยาลัยของคนขาว

ตอนนั้นเริ่มมีการนำคอมพิวเตอร์ IBM มาใช้ในการคำนวณโดโรธีที่เก่งเรื่องเครื่องยนต์แอบเข้าไปเรียนรู้ระบบแถมยังเอามาสอนเพื่อนๆที่แผนก โดโรธีสามารถใช้เครื่องได้จนเป็นที่ยอมรับในที่สุดโดโรธีก็ได้งานที่แผนกคอมพิวเตอร์ โดโรธีเริ่มเรียกร้องให้ทีมเข้าไปทำงานด้วย โครงการอวกาศเริ่มถูกรัฐบาลเร่งรัดเพราะตอนนั้นสหรัฐฯแข่งขันกับโซเวียต แคเทอรีนขอเข้าร่วมประชุมแต่พอลไม่ยอมสุดท้ายอัลพาแคเทอรีนเข้าร่วมประชุมด้วย แคเทอรีนทำห้ทุกคนในห้องอึ้งด้วยการคำนวณจนเป็นที่ยอมรับ จอห์น เกลนที่รับหน้าที่เป็นนักบินอวกาศชื่นชมแคเทอรีนมาก ต่อมาพออัลรู้เรื่องห้องน้ำก็เปลี่ยนกฎยกเลิกการแบ่งแยกห้องน้ำ

จิมขอแคเทอรีนแต่งงานซึ่งลูกของแคเทอรีนก็ชอบจิม ต่อมาเมื่อระบบคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานแคเทอรีนก็ถูกให้ออกจากแผนกเพราะไม่มีงานสำหรับนักคำนวณอีกต่อไป โดโรธีเริ่มเป็นที่ยอมรับในฐานะหัวหน้าแผนก พอถึงกำหนดปล่อยยานคอมพิวเตอร์ดันคำนวณพลาด จอห์นไม่ไว้ใจเครื่องจักรที่ไม่สามารถมองตาได้ขอให้แคเทอรีนเป็นคนคำนวณพิกัดสำหรับลงจอด อัลส่งลูกน้องไปหาแคเทอรีนที่ตึกเก่าเพื่อให้แคเทอรีนเป็นคนคำนวณ แคเทอรีนเอาผลไปส่งที่อัลเชิญแคเทอรีนเข้าไปในห้องควบคุมด้วย ยานขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ ระหว่างโคจรเกิดปัญหานิดหน่อยแต่ก็แก้ปัญหาได้สุดท้ายจอห์น เกลนกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย อัลถามแคเทอรีนว่าไปดวงจันทร์ไหวมั้ย

Keeping Up with the Joneses(2016)

เจฟกับแคเร็นอาศัยอยู่บ้านชานเมือง เจฟทำงานผ่ายบุคคลที่รับหน้าที่แก้ปัญหาต่างๆ มีเพื่อนบ้านย้ายมาใหม่คือทิมและนาตาลีทั้งคู่เป็นคู่รักที่ดูเพอร์เฟคมากแต่จริงๆแล้วสองคนนี้เป็นสายลับที่มาปฏิบัติงานแต่ก็ตกหลุมรักกันจริงๆ ทิมแอบไปที่ทำงานและแอบเข้าอีเมลล์ของเจฟเพื่อสืบเรื่องสกอร์เปียนจากนั้นทิมก็เริ่มตีสนิทกับเจฟ แคเร็นก็เริ่มสงสัยนาตาลี ต่อมาเจฟกับแคเร็นเจอเครื่องดักฟังในแก้วเป่าของขวัญที่ทิมกับนาตาลีเอามาให้

เจฟกับแคเร็นแอบเข้าบ้านทิมแล้วก็เจอคอมพิวเตอร์กับปืนปากกาสายลับ เจฟกับแคเร็นนัดเจอพนักงานอีกคนของบริษัทแต่ไม่นานคนนั้นก็ถูกยิงตายไปต่อหน้า เจฟกับแคเร็นพยายามหนีทิมกับนาตาลีมาช่วยทั้งคู่ไว้ พอกลับถึงบ้านก็แยกย้ายกัน ไม่นานบ้านของทิมกับนาตาลีก็ระเบิด เจฟกับแคเร็นให้การฟฏิเสธว่าไม่รู้อะไร ต่อมาทิมกับนาตาลีที่ยังไม่ตายแถมยังจับตัวเพื่อนร่วมงานของเจฟที่เป็นคนมาขอให้คอมพิวเตอร์ของเจฟติดต่อซื้อขายชิปกับสกอร์เปียน สกอร์เปียนติดต่อมาเจฟสวมรอยเป็นคนติดต่อรับนัดส่งของให้สกอร์เปียนโดยมีคู่ทิมกับนาตาลีคอยเป็นแบ็คอัพให้

เจฟกับแคเร็นถูกพาตัวไปพบสกอร์เปียนแต่ทางหน่วยปฏิเสธความช่วยเหลือทิมกับนาตาลีเลยต้องบุกมาช่วยเจฟกับแคเร็นแทน ทิมกับนาตาลีช่วยเจฟกับแคเร็นได้สำเร็จทั้งสองคู่บอกลากัน ตัดมาที่ซัมเมอร์ต่อมาเจฟกับแคเร็นออกเดินทางไปท่องเที่ยวตามรอยทิมกับนาตาลีแล้วก็เจอทิมกับนาตาลีกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ เจฟกับแคเร็นต้องร่วมภารกิจโดยบังเอิญอีกครั้งหนังตัดจบตอนเริ่มยิงกัน

Exam(2009)

ผู้สมัคร 8 คนเข้าสอบข้อเขียนเพื่อสมัครงาน ในห้องมีกระดาษหมายเลขของผู้สมัครแต่ละคนวางอยู่บนโต๊ะ คนคุมสอบมาบอกกฎหลักๆคือมีเวลา 80 นาทีในการตอบคำถาม ห้ามสื่อสารกับผู้คุมสอบและยามที่มายืนเฝ้าอยู่ในห้องและห้ามทำลายกระดาษคำตอบของตัวเอง ก่อนไปผู้คุมสอบถามว่าใครมีคำถามทุกคนเงียบผู้คุมเริ่มกดเวลานับถอยหลังแล้วออกจากห้องไปเหลือแค่ยามกับผู้สมัครแปดคน ทุกคนเริ่มพลิกกระดาษเพื่อดูคำถามแต่ไม่มีคำถาม สาวเอเชียเป็นคนแรกที่เริ่มเขียนข้อความประมาณว่าตัวเองสมควรได้งานแล้วก็ถูกยามจับตัวออกจากห้องไป

คนที่เหลือเริ่มงงแล้วไวท์ก็เริ่มพูดขึ้นมาว่ากฎไม่ได้ห้ามสื่อสารกันเอง ไวท์เริ่มตั้งชื่อสมมติให้กับทุกคนมีบราวน์ แบล็ค บลอนด์ บรูเน็ต ดาร์คและเดฟที่เป็นผู้ชายท่าทางแปลกๆ ผู้สมัครแต่ละคนเริ่มออกความเห็นเริ่มจากเอากระดาษส่องที่ไฟ ทำลายไฟจนเป็นไฟแบล็คไลท์ เรดไลท์ก็ยังมองไม่เห็นคำถามบนกระดาษ บรูเน็ทเจอไฟแช็คในกระเป๋ากางเกงของยามเลยเริ่มคิดเผาสปริงเกอร์เผื่อว่าน้ำที่ฉีดออกมาจะเป็นสารเคมีเหมือนการล้างรูปแต่ก็ยังไม่ใช่ ไวท์เอากระดาษคำตอบของบรูเน็ตส่งให้บรูเน็ตจุดไฟเผากระดาษคำตอบตัวเองเลยถูกยามพาตัวออกไป

ไวท์กดดันจนเดฟฉีกกระดาษคำตอบของตัวเองเลยถูกยามพาออกไปอีกคนแต่ก่อนไปเดฟทำแว่นตาตกไว้ในห้อง คนที่เหลือเริ่มรู้สึกไม่พอใจพฤติกรรมของไวท์ แบล็คต่อยไวท์สลบแล้วจับมัดไว้กับเก้าอี้ ไวท์ฟื้นขึ้นมาบอกว่าตัวเองเป็นโรคถึงเวลาต้องกินยาไม่งั้นจะเริ่มชักแต่ไม่มีใครเชื่อ คือตอนนั้นเหมือนว่ามีโรคระบาดร้ายแรงเกิดขึ้น ผู้สมัครแต่ละคนก็มีญาติหรือผู้เกี่ยวข้องติดเชื้อ บราวน์เริ่มออกลายอีกคนใช้กระดาษบาดต้นขาเพื่อทรมานให้ดาร์คที่เคยทำงานกับบริษัทนี้อยู่แล้วยอมบอกข้อมูล ดาร์คเองก็ไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมากนอกจากเป็นบริษัทยารายใหญ่ ไวท์เริ่มมีอาการชักแต่หายาไม่เจอ บราวน์เป็นคนแอบขโมยไปใช้หมากฝรั่งติดไว้ใต้โต๊ะต่อมาบลอนด์เป็นคนหายาเจอ แต่ก่อนจะให้ยากับไวท์ก็ทะเลาะกันจนยาตกท่อ ดาร์คทนไม่ไหวสื่อสารกับคนคุมสอบให้มาช่วยไวท์จนถูกพาตัวออกไป บลอนด์ใช้กิ๊บติดผมคีบขึ้นมาช่วยชีวิตไวท์ไว้ได้

พอหายดีไวท์ที่อ้างว่ารู้คำถามก็บอกว่าจริงๆแล้วไม่มีคำถามหรอกแค่เป็นการทดสอบเพื่อให้เหลือผู้สมัครคนสุดท้ายเท่านั้นที่จะถูกจ้าง แบล็คขโมยปืนจากยามแต่ใช้ไม่ได้เพราะต้องสแกนลายนิ้วมือยามเท่านั้นถึงจะยิงได้ ไวท์อาศัยจังหวะแย่งปืนไปใส่มือยามแล้วเล็งมาที่คนที่เหลือบังคับให้ออกจากห้องไป เริ่มจากบราวน์ตามด้วยบลอนด์ ก่อนออกจากห้องบลอนด์สั่งให้ปิดไฟด้วยคำสั่งเสียงเพื่อจะช่วยแบล็คแต่ไวท์สั่งเปิดไฟแบล็คถูกยิง

บลอนด์ออกจาห้องแต่ขาอีกข้างยังยันประตูอยู่ เวลาหมดพอดีไวท์คิดว่าตัวเองเป็นคนสุดท้ายที่เหลืออยู่เลยพูดกับซีอีโอหลังกระจก ยามเข้ามาชาร์จตัวไวท์ยกนาฬิกาให้ดูว่าเวลายังไม่หมด คือก่อนหน้านี้เดฟแอบกดเร่งเวลาไว้ตอนชุลมุน บลอนด์เห็นแว่นตาที่เดฟทำตกไว้แล้วก็นึกขึ้นได้ บลอนด์รีบกลับเข้าห้องใช้แว่นตาของเดฟกับเศษกระจกแตกส่องหาที่กระดาษคำตอบของตัวเองที่บลอนด์แอบซ่อนไว้ใต้โต๊ะไม่ให้เปียกน้ำตอนพวกไวท์เผาหัวสปริงเกอร์  บลอนด์เจอคำถามซ่อนอยู่จริงๆว่า Question 1.

คนคุมสอบเข้ามาในห้องพร้อมกับเดฟซึ่งคนคุมสอบแนะนำว่าเดฟก็คือนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นซีอีโอ บลอนด์ยื่นกระดาษคำตอบให้พร้อมกับตอบว่า No ซึ่งคำถามก็คือคำถามที่คนคุมสอบถามก่อนจะออกจากห้องไป หนังเฉลยว่าบริษัทเพิ่งคิดค้นยาตัวใหม่สำหรับโรคระบาดแต่ยาดันประสิทธิภาพดีเกินกว่าที่คิดจนสามารถฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว บลอนด์ไปดูแบล็คปรากฏว่าแผลที่ถูกยิงเริ่มหายแล้วเป็นเพราะกระสุนปืนของยามบรรจุยาไว้ คนคุมสอบอธิบายว่าบริษัทต้องการผู้บริหารที่มีความสามารถในการตัดสินใจ ฉลาดมีไหวพริบและมีศีลธรรมซึ่งบลอนด์มีครบ บลอนด์ตอบตกลงร่วมงานกับเดฟ

Cleveland Abduction(2015)

หนังจากเหตุการณ์จริง มิเชลแม่เลี้ยงเดี่ยววัยรุ่นกำลังจะไปรับลูกชายที่สถานสงเคราะห์ ระหว่างทางเจอกับแอเรียลพ่อของเพื่อนที่อาสาขับรถไปส่ง ระหว่างทางแอเรียลหลอกมิเชลให้แวะที่บ้านเพื่อเอาลูกหมาไปให้ลูกชาย กลายเป็นว่ามิเชลถูกแอเรียลขังจับล่ามโซ่ไว้ในบ้านและถูกข่มขืน มิเชลพยายามหนีพยายามขอความช่วยเหลือแต่ไม่สำเร็จ แอเรียลเริ่มยอมให้ทีวีกับมิเชลต่อมาก็ให้เลี้ยงหมา มิเชลพยายามหนีตอนที่แอเรียลลืมล็อคกุญแจแต่แอเรียลจับได้เลยหักคอหมาตายตอ่หน้ามิเชล

ต่อมาแอเรียลจับผู้หญิงมาอีกคนชื่ออแมนดา ครอบครัวของอแมนดาออกข่าวตามหาอแมนดา มิเชลพยายามชวนอแมนดาหนีแต่แอเรียลขู่จนอแมนดาไม่กล้า มิเชลตั้งท้องก็ถูกแอเรียลใช้ดัมเบลทุบจนแท้งเพราะรังเกียจที่มิเชลเป็นคนที่ไม่มีใครต้องการไม่มีใครตามหาเลยตั้งแต่มิเชลหายตัวไป แอเรียลจับจีนามาอีกคนมาขังรวมกับมิเชล อแมนดาตั้งท้องคราวนี้แอเรียลดีใจมาก อแมนดาคลอดลูกสาวก็เลี้ยงกันอยู่ในบ้านโดยที่สามสาวยังคงถูกขังอยู่แบบนั้นนานถึง 13 ปี

แอเรียลเริ่มมีปัญหาเรื่องเงิน วันนึงแอเรียลเปิดประตูหน้าบ้านทิ้งไว้ก่อนจะออกไปหาอาหาร ลูกสาวของอแมนดาเห็นเข้าก็รีบบอกแม่จนสุดท้ายทั้งสามคนได้รับการช่วยเหลือ อแมนดากับจีนากลับไปอยู่กับครอบครัวเหลือแต่มิเชลที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาล แม่ของมิเชลมาขอเยี่ยมแต่มิเชลไม่ยอมพบ มิเชลขึ้นศาลให้การเอาผิดแอเรียล มิเชลขอให้ศาลลงโทษจำคุกแอเรียลเพราะถ้าตายจะง่ายเกินไป มิเชลขอให้ตำรวจช่วยตามหาลูกชายที่ตอนนี้มีคนรับเลี้ยงให้ มิเชลย้ายออกจากโรงพยาบาลตำรวจมาแจ้งข่าวเรื่องครอบครัวที่รับเลี้ยงลูกชายของมิเชลไม่ยอมให้พบเพราะกลัวมีผลกับลูก ตำรวจแนะนำให้ฟ้องศาลเอาลูกคืนแต่สุดท้ายมิเชลก็ยอมเข้าใจ มิเชลเริ่มเขียนหนังสือจนกลายเป็นหนังสือขายดี

Dumb and Dumber To(2014)

ลอยด์แกล้งเป็นบ้านานถึง 20 ปีหลอกแฮรีที่มาเยี่ยมทุกวันพุธ อยู่ๆลอยด์ก็เฉลยแล้วกลับบ้าน แฮรียังคงอยู่อพาร์ทเมนท์เดิมแต่มีรูมเมทใหม่เป็นคนผลิตยาไอซ์<<<<ทำกันในห้องเลย แฮรีบอกกับลอยด์ว่าตัวเองต้องผ่าตัดเปลี่ยนไต ลอยด์พาแฮรีกลับบ้านพ่อแม่ แฮรีเพิ่งรู้ว่าถูกพ่อแม่ชาวจีนรับเลี้ยง ก่อนกลับพ่อแม่ให้จดหมายเก่าๆแฮรีพบโปสการ์ดจากฟรายดาสาวที่แฮรีเคยมีอะไรด้วยบอกว่าท้อง

ลอยด์ให้แฮรีไปหาลูกเพื่อขอรับบริจาคไต พอเจอฟรายดาก็พบว่าฟรายดาให้ลูกกับคนื่อนไปตั้งแต่ตอนนั้น ฟรายดาเคยส่งจดหมายไปหาลูกสาวแต่ถูกตีกลับบอกไม่ให้ติดต่อมาอีก แฮรีกับลอยด์อาสาตามหาลูกให้ฟรายดาเลยให้ทั้งคู่ยืมรถขนศพไป แฮรีกับลอยด์ไปถึงบ้านลูกสาวที่นักวิทยาศาสตร์รับเลี้ยง เพนนีเพิ่งไปงานประชุมวิทยาศาสตร์แทนพ่อแต่เพนนีลืมโทรศัพท์กับประเป๋าไว้ แม่เลี้ยงที่วางแผนฆ่าศจ.เลยให้ชู้รักพาแฮรีกับลอยด์ไปหาเอากล่องผลงานมูลค่ามหาศาลที่ศจ.ตั้งใจมอบให้กับชาวโลกไปให้เพนนี

ระหว่างทางชู้รักของคุณนายวางแผนฆ่าลอยด์กับแฮรีแต่พลาดตายซะเอง พี่ชายที่เป็นทหารเลยมารับหน้าที่ต่อ แฮรีกับลอยด์ไปถึงงานก็ได้เข้างานในฐานะศจ.พ่อของเพนนี ทางผู้จัดงานไม่เจอชื่อที่ลอยด์แอบอ้างเลยถูกเชิญออกจากงานแฮรีอยากเจอเพนนีเลยไม่ยอมไปด้วย คุณนายมาถึงงานเปิดโปงว่าแฮรีป็นตัวปลอม ลอยด์เจอกับเพนนีลอยด์พยายามจะจีบเพนนีต่อมาลอยด์เข้าใจไปเองว่าตัวเองคือพ่อของเพนนีไม่ใช่แฮรี

ฟรายดามาที่งานเจอกับเพนนีที่ลืมบัตรเข้างาน ฟรายดาช่วยให้เพนนีได้เข้างาน คุณนายใช้ปืนขู่ให้มอบกล่องให้แต่ข้างในเป็นแค่คัพเค้ก ศจ.ตัวจริงมาที่งานเปิดโปงแผนของคุณนาย คุณนายยิงใส่เพนนีแต่แฮรีเข้ามารับกระสุนแทน ลอยด์ไปหาหมอเถื่อนผ่าไตตัวเองมาให้แฮรีแต่กลายเป็นว่าแฮรีหลอกลอยด์เรื่องไตมาตั้งแต่ต้นกลายเป็นเรื่องขำๆ ฟรายดาเฉลยว่าทั้งคู่ไม่ใช่พ่อของเพนนีแต่เป็นเพื่อนสมัยเรียนที่ตายไปแล้ว