Monthly Archives: February 2013

Edward Scissorhands(1990)

Edward Scissorhands(1990)

ยายพาหลายเข้านอนหลานถามเรื่องหิมะยายเลยเล่าให้ฟัง เมื่อนานมาแล้วบนปราสาทนักประดิษฐ์สร้างเอ็ดเวิร์ด(จอห์นนี เดปป์)ขึ้นมาแต่ก่อนที่นักประดิษฐ์จะใส่มือให้เกิดหัวใจวายตายไปซะก่อนเอ็ดเวิร์ดเลยยังคงมีมือเป็นกรรไกรอาศัยอยู่บนปราสาทคนเดียว  เพกสาวเอวอนประจำเมืองขับรถขึ้นไปบนปราสาทร้างที่อยู่บนภูเขาเจอกับเอ็ดเวิร์ดเลยพาเอ็ดเวิร์ดมาอยู่ที่บ้าน เพื่อนบ้านก็อยากรู้อยากเห็นตามประสาสัตว์สังคมทั่วไป เอ็ดเวิร์ดอาศัยอยู่ที่บ้านของเพ็กที่มีเควินลูกชายและคิมสูกสาวคนโตที่อยู่ระหว่างไปแคมป์กับเพื่อน เอ็ดเวิร์ดช่วยบิลสามีของเพกตัดต้นไม้เป็นรูปไดโนเสาร์และรูปครอบครัวจนเพื่อนบ้านอยากได้บ้างเลยพากันมากดดันให้เพกจัดงานเลี้ยงแนะนำเอ็ดเวิร์ด เอ็ดเวิร์ดตัดต้นไม้ให้เพื่อนบ้านแลกกับอาหารที่ทำมาตอบแทน เอ็ดเวิร์ดตัดขนหมาเจ้าของชอบมากเลยพากันมาต่อแถวให้เอ็ดเวิร์ดช่วยตัดขนหมาให้แล้วเกิดมีคนอยากให้เอ็ดเวิร์ดตัดผมตัวเองเอ็ดเวิร์ดก็ตัดให้จนกลายเป็นว่าใครๆก็ติดใจ เอ็ดเวิร์ดมีแผนจะเปิดร้านตัดผมแต่ธนาคารไม่ยอมให้กู้เพราะไม่เอ็ดเวิร์ดเหมือนไม่มีตัวตนและไม่มีหลักประกัน

คิม(วิโนนา ไรเดอร์)กลับมาที่บ้านเจอเอ็ดเวิร์ดนอนอยู่ในห้องก็ตกใจ จิมแฟนของคิมที่บ้านรวยแต่พ่อไม่ยอมให้ใช้เงิน จิมอยากได้รถตู้คันใหม่เลยให้คิมหลอกเอ็ดเวิร์ดไปเปิดเซฟของพ่อ<<<จิมเคยเห็นเอ็ดเวิร์ดใช้มีดไขล็อคกุญแจบ้านอย่างง่าย พ่อของจิมติดสัญญาณกันขโมยเอ็ดเวิร์ดติดอยู่ในบ้าน จิมกับพวกหนีไปได้ระหว่างทางคิมพยายามบอกให้จิมกลับไปช่วยเอ็ดเวิร์ดแต่จิมไม่ยอม ตำรวจมาถึงจับตัวเอ็ดเวิร์ดแต่เอ็ดเวิร์ดไม่ได้บอกเรื่องจิม ทุกคนรวมทั้งเพกกับบิลเลยเข้าใจว่าเอ็ดเวิร์ดปล้นเพราะอยากได้เงินมาเปิดร้าน คิมขอโทษและขอบคุณที่เอ็ดเวิร์ดไม่ได้บอกใคร เอ็ดเวิร์ดบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าเป็นบ้านจิมแต่ที่ยอมทำเพราะคิมขอร้อง จิมมาที่บ้านพอดีคิมออกไปด่าจิมแต่เอ็ดเวิร์ดเข้าใจผิดเลยกรีดเสื้อผ้ากับวอลเปเปอร์ทั่วบ้าน  บิลสอนเอ็ดเวิร์ดเรื่องถ้าเจอเงินเอ็ดเวิร์ดจะทำยังไง เอ็ดเวิร์ดตอบว่าเอาให้คนที่รักซึ่งจริงๆแล้วควรแจ้งตำรวจคิมเข้าข้างเอ็ดเวิร์ด

เพื่อนบ้านเริ่มแพร่ข่าวลือว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นตัวอันตราย เพกจัดงานวันคริสมาสที่บ้านแต่สมัยนั้นยังไม่เคยมีหิมะตกมาก่อน<<<ขึ้นไปปูพรมสีขาวบนหลังคาแทนหิมะ เฮ้ย!!!!นี่แหละหนังของทิม เบอร์ตัน เอ็ดเวิร์ดแกะสลักน้ำแข็งอยู่หน้าบ้านสะเก็ดน้ำแข็งเหมือนกับหิมะคิมเต้นรำอยู่อยู่ที่พื้น เอ็ดเวิร์ดทำมีดบาดคิมแบบไม่ได้ตั้งใจจิมเข้ามาหาเรื่องกล่าวหาว่าเอ็ดเวิร์ดทำร้ายคิม คิมไล่จิมไปเอ็ดเวิร์ดโกรธตัดเสื้อผ้าที่เพกให้แล้วพาลตัดกิ่งไม้เพื่อนบ้านและเจาะยางรถเพื่อนบ้านโทรแจ้งตำรวจ เพกกับบิลออกตามหาเอ็ดเวิร์ด เอ็ดเวิร์ดกลับไปที่บ้านเจอคิม คิมกอดเอ็ดเวิร์ด เอ็ดเวิร์ดแฟลชแบ็คกลับไปวันที่นักประดิษฐ์ตายตอนนั้นเอ็ดเวิร์ดพยายามเข้าไปช่วยแต่ก็ทำมีดบาดหน้านักประดิษฐ์ทำให้ไม่กล้ากอดคิม

จิมกับเพื่อนเมาขับรถมาหาคิมเกือบชนเควินเอ็ดเวิร์ดเข้าไปช่วยทำให้มีดบาดเควิน พวกเพื่อนบ้านมาเห็นก็นึกว่าเอ็ดเวิร์ดจะทำร้ายเควิน ตำรวจมาถึงพอดีคิมบอกให้เอ็ดเวิร์ดวิ่งหนีไป เอ็ดเวิร์ดวิ่งหนีขึ้นไปบนปราสาท ตำรวจตามไปยิงปืนขึ้นฟ้าแล้วออกมาบอกให้ทุกคนกลับบ้านแต่พวกชาวบ้านไม่ยอมจะขึ้นไปบนปราสาท คิมใช้ทางลัดขึ้นไปบนปราสาทเจอเอ็ดเวิร์ดแต่จิมตามมาทำร้ายเอ็ดเวิร์ด คิมพยายามช่วยเอ็ดเวิร์ดถูกจิมทำร้าย เอ็ดเวิร์ดแทงจิมตายตกจากหน้าต่าง พวกชาวบ้านมาถึงพอดีคิมบอกลาเอ็ดเวิร์ดแล้วหยิบมืออะไหล่ของเอ็ดเวิร์ดออกมาบอกชาวบ้านว่าเอ็ดเวิร์ดตายเพราะถูกหลังคาถล่มลงมาทับ ชาวบ้านพากันกลับไป ตัดมาที่ปัจจุบันหลานถามยายว่ารู้ได้ไงว่าเอ็ดเวิร์ดยังมีชีวิตอยู่ ยายเฉลยว่าตัวเองก็คือคิม ที่ไม่กลับขึ้นไปบนปราสาทอีกก็เพราะอยากให้เอ็ดเวิร์ดจำคิมในวัยสาวแบบนั้นและที่มั่นใจว่าเอ็ดเวิร์ดยังมีชีวิตอยู่ก็เพราะยังคงมีหิมะตก<<<เมืองนั้นไม่เคยมีหิมะตกมาก่อน ตัดไปที่ปราสาทเอ็ดเวิร์ดกำลังแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปคิมตอนสาวที่กำลังเต้นรำอยู่ เศษน้ำแข็งปลิวลงมาจากปราสาทกลายเป็นหิมะ

หนังของทิม เบอร์ตันมีอะไรแอบแฝงให้เก็บมาคิดอยู่เสมอตั้งแต่ละแวกบ้านที่มีแต่สีสันกับปราสาทเน้นโทนขาวดำ ลักษณะพฤติกรรมเพื่อนบ้านทั้งอยากรู้อยากเห็นเป็นขบวนการ ทำอะไรก็ทำตามๆตามกันเป็นเทรนด์เสียดสีเบาๆ แอบโรแมนติกได้ทั้งที่ไม่ต้องอาศัยบรรยากาศแสงสวยๆพระเอกหล่อๆมาเป็นองค์ประกอบ พี่เดปป์พระเอกขาประจำก็เล่นดีมากจนไม่ค่อยแน่ใจว่าชอบพี่เดปป์เพราะหนังของทิม เบอร์ตันหรือชอบหนังของทิม เบอร์ตันเพราะพี่เดปป์เล่นดีทุกเรื่องกันแน่

Advertisements

The Servant(2010)

The Servant(2010)

บังจานัดเจอกับนักเขียนเพื่อให้ช่วยเขียนหนังสือเกี่ยวประวัติชีวิต บังจาเริ่มเล่าเรื่องให้นักเขียนฟัง สมัยก่อนบังจาเป็นคนรับใช้อยู่ที่บ้านของคุณชายม่ง บังจาได้พักอยู่กับท่านหม่าแขกของคุณชาย ท่านหม่าสอนบังจาเรื่องจีบสาวและสอนเคล็ดลับพิชิตสาวให้บังจา บังจาตามท่านม่งที่ไปจีบชุนยางลูกสาวเจ้าของประมาณหอนางโลม ท่านม่งกับบังจาหลงสเน่ห์ชุนยางทั้งคู่ คืนนั้นท่านม่งมีเรื่องกับอีกคนที่มาจีบชุนยาง ได้บังจาช่วยออกหน้าต่อสู้แทน บังจากลับมาปรึกษาท่านหม่า ท่านหม่าสอนให้บังจาเริ่มเข้าหาคนรับใช้ชุนยางก่อน

บังจาไปหาสาวใช้ขอนัดเจอชุนยางให้กับท่านม่ง บังจาทำตามวิธีที่ท่านหม่าสอนซึ่งก็ได้ผล แม่ของชุนยางอยากจะขายชุนยางให้แต่งกับท่านม่งอยู่แล้วเลยเข้าแผน ทั้งสี่คนไปเที่ยวด้วยกัน ชุนยางลื่นข้อเท้าแพลง บังจาเห็นรองเท้าชุนยางตกน้ำเลยโดดลงน้ำไปเก็บมาให้ ขากลับท่านม่งให้ชุนยางขี่หลังบังจากลับไปส่ง ท่านม่งคิดไปเองว่าเป็นทีเด็ดแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจเพื่อให้ชุนยางสนใจ ท่านหม่าสอนเคล็ดลับบังจาอีกครั้ง บังจาเอาไปทดลองกับสาวใช้ได้ผลอีกตามเคย

แม่เล้าให้ชุนยางเขียนจดหมายเชิญท่านม่งไปที่บ้าน(เป็นแผนจับท่านม่ง) ท่านม่งเกทับบังจาว่ามีอะไรกับชุนยางแล้ว ท่านหม่าบอกว่าท่านม่งยังไม่ได้ชุนยาง คืนนั้นบังจาแอบไปหาชุนยางและมีอะไรกับชุนยางตัดหน้าท่านม่ง ชุนยางให้บังจาพิมพ์มือบนหนังสือสัญญาไว้ว่าจะยอมช่วยเหลือถ้าชุนยางต้องการ ชุนยางมีอะไรกับท่านม่งตามแผนของแม่ ชุนยางให้ท่านม่งทำสัญญาไว้เหมือนกัน บังจาเริ่มหึงอยากเก็บชุนยางไว้คนเดียว ท่านม่งต้องไปเรียนเพื่อเตรียมสอบ ท่านม่งให้บังจาไปเอาสัญญาจากชุนยางกลับมา ชุนยางให้สัญญาฉบับของบังจาไปแทน ท่านม่งอ่านสัญญารู้ว่าบังจามีอะไรกับชุนยาง ท่านม่งเลยไม่ยอมให้บังจาตามไปด้วย

บังจาไปขอทำงานเป็นคนดูแลที่ร้านของชุนยาง แม่ชุนยางก็ขายชุนยางให้คนอื่นไปเรื่อยๆต่อหน้าต่อตาบังจา บังจาได้ทำงานกับขุนนางและแอบมาหาชุนยางได้เดือนละครั้ง ท่านม่งสอบได้เป็นผู้ตรวจการกลับมาที่บ้านเกิด ท่านม่งไปพบขุนนางที่ชอบเที่ยวผู้หญิงท่านม่งคิดแก้แค้นชุนยางกับบังจาเลยแนะนำชุนยาง ท่านม่งบอกบังจาอยากพบชุนยาง บังจาพยายามเลี่ยงแต่ท่านม่งก็พบกับชุนยางจนได้ ผู้ตรวจการที่ท่านม่งแนะนำมาอยากได้ตัวชุนยาง บังจาเข้ามาปกป้องชุนยางผู้ตรวจการโกรธเลยจับชุนยางขังคุก บังจาไปขอร้องให้ท่านม่งช่วยชุนยาง บังจาไปเยี่ยมชุนยางในคุกบอกจะช่วยชุนยางให้ได้

ชุนยางต้องยอมปรนนิบัติท่านผู้ตรวจการ พอเอาเข้าจริงบังจามาขัดขวาง ท่านม่งผู้ตรวจการหลวงมาสั่งจับผู้ตรวจการและสั่งลงโทษชุนยางที่เป็นโสเภณี บังจาเข้ามาขวางบอกชุนยางเป็นผู้หญิงมีสามี ชุนยางปฏิเสธว่าบังจาไม่ใช่สามีแต่ชุนยางรอสามีซึ่งก็คือท่านม่งพร้อมกับสัญญาที่ท่านม่งเคยทำไว้กับชุนยาง ชุนยางแทงตัวตายท่านม่งยอมรับชุนยาง บังจาถูกจับท่านหม่ามาเยี่ยมบังจาที่คุก ชุนยางที่ยังไม่ตายมาหาบังจาที่คุก จริงๆแล้วเป็นแผนที่ท่านม่งวางไว้ หลอกให้ผู้ตรวจการจับชุนยางแล้วท่านม่งจะมาจับผู้ตรวจการอีกที แต่บังจายังคงพยายามหาทางช่วยชุนยางทั้งๆที่ชุนยางบอกแผนทั้งหมดของท่านม่งกับบังจาไปแล้ว บังจาบอกรักชุนยาง ชุนยางต่อรองกับท่านม่งขอให้พาบังจาไปด้วยไม่งั้นจะแฉทุกเรื่อง ท่านม่งจำเป็นต้องยอม ระหว่างทางท่านม่งผลักชุนยางตกน้ำ บังจาโดดตามลงไปช่วยชุนยาง

ตัดกลับมาที่นักเขียน นักเขียนบอกบังจาขโมยผู้หญิงของผู้สูงศักดิ์แต่บังจาบอกไม่ใช่ ชุนยางเป็นของบังจา บังจาพานักเขียนไปที่สวนหลังบ้านเจอกับชุนยางที่ความจำเสื่อมนั่งเล่นอยู่ บังจาขอให้นักเขียนเขียนเรื่องของชุนยางให้ออกมาสวยงาม ไม่ใช่เรื่องของชุนยางกับบ่าวรับใช้ ให้ชุนยางได้พบกับท่านม่งตกหลุมรักและรอคอยท่านม่งและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขให้เป็นเรื่องเล่าจากชุนยาง แถมใส่ฉากขี่หลังในตำนานลงไปด้วย ตอนจบบังจาให้ชุนยางขี่หลังและร้องเพลงให้ชุนยางฟัง จากนั้นภาพก็แฟลชแบ็คกลับไปตอนที่ชุนยางขี่หลังบังจาวันที่ชุนยางขาแพลง ภาพโคลสไปที่รองเท้าของชุนยางอยู่ในกองน้ำแข็ง

หนังอีโรติกแต่ออกมาไม่น่าเกลียด ตอนจบทำเอาซึ้งตอนที่มารู้ว่าบังจาทำทุกทางเพื่อช่วยชุนยางทั้งที่รู้ว่าเป็นแผนของท่านม่ง แถมจบเรื่องได้โรแมนติกกว่าที่คิดไว้เลยได้คะแนน+++++ไปตอนท้าย ลืมไปเลยว่าเป็นหนังอีโรติก

The Time Traveler’s Wife(2009)

AM:TP final

เริ่มเรื่องด้วยแม่กับลูกชายนั่งร้องเพลงกันอยู่ในรถแล้วก็เหมือนจะเกิดอุบัติเหตุ แต่ลูกชายค่อยๆหายตัวมายืนดูตัวเองกำลังฟังพ่อแม่เล่านิทานอยู่ที่บ้านแล้วก็หายไปอีก มาโผล่อีกทีอยู่กลางถนนส่วนแม่ก็ชนกับรถบรรทุก แล้วก็มีผู้ชายคนนึงมาบอกว่าชื่อเฮนรี ซึ่งก็คือตัวเองตอนโต กลับมาที่เฮนรี(เอริค บานา)ปัจจุบันทำงานเป็นบรรณารักษ์  มีผู้หญิงชื่อแคลร์(เรเชล แม็คอดัมส์)มาหานัดทานมื้อค่ำ ก่อนไปหาแคลร์ภาพตัดไปที่เฮนรีถูกตำรวจจับ(โดยไม่รู้สาเหตุ) แคลร์บอกว่ารู้จักเฮนรีตั้งแต่ 6 ขวบ แคลร์จดบันทึกทุกครั้งที่เจอเฮนรีและแคลร์ก็หลงรักเฮนรีด้วย

ย้อนกลับไปตอนที่แคลร์ยังเด็ก(เจอเฮนรีตอนโต) เฮนรีบอกว่าเคยเจแคลร์ตอนโต เฮนรีบอกว่าตัวเองแว้บหายตลอดเวลา แล้วมันก็ตัดไปที่เฮนรีเจอเพื่อนแคลร์แล้วก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตา เฮนรีย้อนเวลากลับไปหาแม่ บอกเรื่องแคลร์(แต่แม่ไม่รู้หรอกว่าเป็นลูกแถมแนะนำให้บอกรักอีก)แล้วก็ไปหาพ่อ(ในเวลาปกติ)บอกเรื่องจะแต่งงานกับแคลร์ พ่อให้แหวนของแม่มาด้วย แล้วเฮนรีก็หายไปในคืนวันแต่งงานไปโผล่ตอนแคลร์ยังเด็กตามที่นัดแคลร์ไว้(แคลร์เตรียมเสื้อผ้าให้เสร็จเพราะหายตัวแต่ละครั้งเฮนรีหายแต่ตัว ไม่รวมเสื้อผ้า)แล้วเฮนรีก็กลับมาหาแคลร์(ปัจจุบัน)ตอนกลางดึก

สองคนก็อยู่ๆกันไป เฮนรีก็หายๆๆๆๆเป็นระยะๆ บางครั้งก็หายไปเป็นอาทิตย์ พลาดคริสมาส พลาดปีใหม่ นานๆเข้าการหายตัวเริ่มจะเป็นปัญหากับชีวิตคู่ จากเมื่อตอนก่อนแต่งงานแคลร์ยังสนุกกับการรอคอย แต่หลังแต่งงานมันก็ไม่แปลกอ่ะ ใครจะไหวสามีอยู่ๆก็หายไป บางทีกลับมาตัวโชกเลือด แถมเฮนรีไม่แก่ขึ้นอีกเลยทำให้แคลร์กลัว คิดว่าเฮนรีจะตายด้วยอายุแค่นี้ แคลร์ท้อง แต่ก็แท้งลูก เฮนรีไปหาหมอเพราะกลัวว่าลูกจะเป็นแบบตัวเอง ปรากฏว่าเฮนรีมีรหัสพันธุกรรมผิดปกติ แคลร์อยากมีลูกมาก แต่เฮนรีบอกว่าเดินทางข้ามเวลาแต่ละครั้ง ไม่เคยเห็นว่าตัวเองกับแคลร์มีลูก แคลร์ท้องอีกครั้ง(กับเฮนรีที่เดินทางข้ามเวลามา คือเฮนรีปัจจุบันทำหมันไปแล้ว เอ่อ…. ก็ไม่ได้นอกใจจริงๆด้วยเนอะ)

แล้วพอเฮนรีข้ามเวลาอีกครั้งก็ได้เจอลูกสาว พบว่าลูกสาวก็เดินทางข้ามเวลาได้เหมือนเฮนรี แต่…… ก็ได้รู้ว่าตัวเองตายตอนลูกสาวอายุ 5 ขวบ เรื่องมันเวอร์เข้าไปอีกเมื่ออัลบา(ลูกสาว) ย้อนเวลาหาตัวเองพร้อมกับความลับของพ่อว่าเฮนรีจะถูกยิงตาย   วันนึงเฮนรีกลับจากข้ามเวลามาบาดเจ็บที่ขาต้องนั่งรถเข็น แล้วก็ข้ามไปดูตอนที่ตัวเองตายอีก(เอาเข้าไป) ในวันที่รู้ว่าจะตายเฮนรีสั่งเสียกับเพื่อนและบอกลาแคลร์<<<ตรงนี้เศร้า เฮนรีเป็นคนชวนทุกคนมาเพราะไม่อยากให้แคลร์อยู่คนเดียว

เฮนรีตายเพราะข้ามเวลาแล้วถูกนายพรานยิง แล้วก็ตัดมาวันที่อัลบาอายุ 9 ขวบ แคลร์ก็ยังคงเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ ซึ้งอ่ะ “ผมไม่อยากให้ชีวิตคุณมีแต่การรอคอย” แต่แล้วก็หายไปต่อหน้าต่อตา แล้วก็จบ….. แบบคนดูยังรู้สึกหนักๆหัวอยู่เลย

A Simple Life(2012)

A Simple Life(2012)

หนังเล่าถึงเรื่องของโรเจอร์ ลีผู้กำกับชื่อดังกับอาเตาคนรับใช้เก่าแก่ที่ทำงานกับครอบครัวของโรเจอร์มาตั้งแต่โรเจอร์ยังไม่เกิดจนกระทั่งอาเตาอายุ 60 ปีก็ยังคงเป็นคนดูแลห้องให้โรเจอร์ที่เดินทางไปถ่ายหนังครั้งละหลายวัน ทุกครั้งที่โรเจอร์กลับมาอาเตาก็จะทำอาหารต้อนรับโรเจอร์ อาเตาเกิดป่วยเป็นอัมพาตครึ่งตัวเลยไม่อยากเป็นภาระ อาเตาขอเกษียณไปอยู่บ้านพักคนชรา โรเจอร์คอยไปเยี่ยมอาเตาเสมอเมื่อมีเวลาว่าง อาเตาก็จะคอยโรเจอร์ตลอด แม่ของอาเตามาจากอเมริกามาเยี่ยมอาเตา แม่ของโรเจอร์ให้โรเจอร์เอาแฟลตที่ให้คนเช่าให้อาเตาอยู่โรเจอร์ก็ให้พวกตัวประกอบช่วยแสดงเป็นนักเลงไล่คนเก่าออก โรเจอร์พาอาเตาไปกินข้าว เดินเล่น ไปงานเปิดตัวภาพยนตร์ ต่อมาอาเตาทรุดลงโรเจอร์เชิญบาทหลวงมาช่วยกันขอให้อาเตามีชีวิตอยู่จนน้องชาย(หรือพี่ชายไม่แน่ใจ)พาหลานกลับมา อาเตาได้ไปร่วมงานวันเกิดหลานโรเจอร์และๆได้ถ่ายรูปร่วมกับครอบครัวของโรเจอร์ที่ทุกคนรักอาเตา อาเตาอาการทรุดลงไปอีกจนสุดท้ายโรเจอร์ตัดสินใจลดยาปล่อยให้อาเตาจากไป<<<<ประเด็นคือมันเป็นความผูกพันที่ยิ่งกว่าคนในครอบครัวระหว่างโรเจอร์กับอาเตา ดูแล้วน้ำตาซึมๆแต่ไม่ถึงกับไหลพราก รายละเอียดหนังยังมีอีกเยอะคนที่แสดงเป็นอาเตาเล่นดีมาก ซีนบ้านพักคนชราที่เพื่อนๆจากไปทีละคนมันหดหู่จริงๆ อาเตาน่านับถือมากไม่เรียกร้องไม่ทำตัวเป็นภาระ เป็นแบบอย่างของคนที่“พอเพียง”สำหรับอาเตาแค่นี้ “เพียงพอ”

Failure to Launch(2006)

Failure to Launch(2006)

ทริปป์(แมทธิว แมคคอนนาเฮย์)อายุ 35 แล้วยังอาศัยอยู่ที่บ้านของพ่อแม่ พ่อกับแม่ของทริปป์อยากให้ทริปป์ย้ายออกพอดีกับที่ลูกชายของเพื่อนบ้านเพิ่งย้ายออกโดยมีตัวช่วย พ่อกับแม่ของทริปป์จ้างพอลลา(ซาราห์ เจสซิกา ปาร์คเกอร์)ที่เป็นมืออาชีพมาหลอกให้ปริปป์หลงรักจนอยากย้ายออกจากบ้านไปมีชีวิตของตัวเอง ทริปป์มีเพื่อนสนิทคือฟิลลิป(จัสติน บาร์ธา)กับเดโม(แบรดลีย์ คูเปอร์)ที่ยังคงอาศัยบ้านพ่อแม่อยู่เหมือนกันทริปป์เลยไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ ทริปป์ออกจะแปลกๆคือเป็นคนกลัวความสัมพันธ์พอคบกับแฟนจนถึงระดับนึงก็จะพาไปที่บ้านเพื่อให้รู้ว่าตัวเองยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ทำให้ผู้หญิงรับไม่ได้เลิกกันไปเพราะสมัยก่อนแฟนเก่าของทริปป์ที่กำลังจะแต่งงานเสียชีวิตจากนั้นมาทริปป์ก็ไม่ยอมก้าวเดินต่อไปพ่อกับแม่ที่เห็นว่าทริปป์กำลังเสียใจก็ไม่กล้าไล่ทริปป์ไปจากบ้าน  ทริปป์เจอกับพอลลาที่ร้านเฟอร์นิเจอร์แล้วก็เริ่มออกเดทกันตามแผนของพอลลา

พอลลาอาศัยอยู่กับคิทเพื่อนที่ออกจะแปลกๆพูดตรงๆ คิทมีปัญหากับนกที่มาร้องกวนทุกวันจนทำให้คิทสติแตก พอลลาเดทกับทริปป์ก็เริ่มหลงรักทริปป์เพราะจริงๆแล้วทริปป์ไม่เหมือนกับพวกลูกแหง่ที่ไม่ยอมย้ายออกจากบ้านที่พอลลาเคยรับงานที่ผ่านมา พอลลาเริ่มตีสนิทกับเพื่อนๆของทริปป์ ระหว่างนั้นทริปป์ก็ถูกชิปมังค์กัด ถูกโลมากัดซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ทริปป์เป็นนายหน้าขายเรือพาพอลลาออกไปล่องเรือทั้งคู่เริ่มรู้สึกดีต่อกัน ทริปป์รู้สึกว่าถึงเวลาเลิกกับพอลลาเพราะความสัมพันธ์เริ่มจริงจังเลยชวนพอลลาไปที่บ้าน พ่อกับแม่ของทริปป์ตกใจที่เห็นพอลลาเพราะรู้ว่าทริปป์พามาที่บ้านแปลว่าทริปป์กำลังจะเลิกกับพอลลา คืนนั้นพอลลามีอะไรกับทริปป์บนห้องใต้หลังคาที่เป็นห้องของทริปป์ พอลลารับงานซ้อนระหว่างกำลังเดทกับอีกคนดันไปเจอฟิลลิปเพื่อนของทริปป์เข้า พอลลาขอให้คิทยอมเดทกับฟิลลิปแลกกับการเก็บความลับเรื่องงานของพอลลา ฟิลลิปช่วยคิทแก้ปัญหาเรื่องนกที่ร้องกวนใจคิทได้เพราะฟิลลิปมีปืนบีบีกัน คิทกับฟิลลิปดักยิงนกแต่คิทปั๊มลมมากเกินไปจนนกสลบ คิทกับฟิลลิปช่วยกันทำ CPR จนนกฟื้นแล้วทั้งคู่ก็มีเซ็กส์และคบกันต่อ เดโมเล่าเรื่องแฟนเก่าของฟิลลิปให้พอลลาฟังรวมทั้งเรื่องที่ทริปป์ยังคงดูแลลูกชายของแฟนเก่าและบอกว่าเป็นหลาน

เดโมบอกทริปป์เรื่องพอลลา ทริปป์นัดพอลลามาที่บ้านแล้วชวนพอลลาย้ายมาอยู่ด้วยกันทริปป์บอกเรื่องที่รู้เรื่องที่พ่อกับแม่จ้างพอลลามาหลอกเพื่อให้ทริปป์ย้ายออกจากบ้าน ทริปป์ย้ายออกจากบ้านพอลลารู้สึกผิดและเสียใจมากเอาเงินมาคืนพ่อกับแม่ของทริปป์และจะย้ายกลับไปอยู่กับแม่ที่บ้าน ทริปป์ไปปีนเข้ากับเพื่อนก็ถูกกิ้งก่ากัดอีก เพื่อนของทริปป์บอกว่าเป็นเพราะทริปป์ทำตัวไม่น่าคบและจริงๆแล้วฟิลลิปก็ไม่ได้อาศัยแม่อยู่แต่ฟิลลิปซื้อบ้านต่อจากแม่และให้แม่อาศัยอยู่ด้วยส่วนเดโมก็ทำตัวพเนจรไม่ได้อยู่ที่บ้านจริงๆแค่บอกว่าบ้านเป็นที่อยู่เท่านั้น ทริปป์ย้ายออกจากบ้านไปอาศัยที่อู่เรือตอนกลับมาเก็บของพบว่าพ่อใช้ห้องของทริปป์เป็นห้องเปลือยส่วนตัวที่พ่ออยากทำมานาน พ่อแม่ของทริปป์เรียกประชุมเพื่อนๆของทริปป์รวมทั้งคิทเพื่อหาทางช่วยให้ทริปป์กับพอลลาคืนดีกัน วันที่พอลลาจะไปคิทอาสาไปส่งแต่พาไปขังไว้ที่บ้านของฟิลลิปที่จับตัวทริปป์มัดกับเก้าอี้ขังไว้ในตู้อยู่แล้ว ฟิลลิปติดตั้งกล้องไปแอบดูทั้งคู่ที่ร้านอาหารไปๆมาๆมีคนสนใจเลยได้ต่อออกจอใหญ่ได้ลุ้นกันทั้งร้าน พอลลาขอโทษทริปป์ทริปป์รับคำขอโทษแล้วทั้งคู่ก็คืนดีกัน ตอนจบทริปป์กับพอลลาไปล่องเรือทริปป์โดนเสาเรือฟาดตกน้ำ ปลาโลมาว่ายมาแต่คราวนี้ไม่กัดแถมยังเล่นกับทริปป์ คู่ของฟิลลิปกับคิทก็ออกไปส่องนกด้วยกันส่วนเดโมได้แฟนเป็นเด็กเสริฟจากร้านอาหารพากันไปเที่ยวป่า พ่อกับแม่ของทริปป์ได้ใช้ชีวิตกันสองคนอย่างมีความสุกพร้อมกับร้องเพลงขอให้ทริปอย่ากลับมาอีกเลย

Don Juan DeMarco(1995)

Don Juan DeMarco(1995)

ผู้ชายแต่งชุดแบบโซโรอ้างว่าตัวเองคือดอนฮวนนักรักชื่อดังไปหว่านสเน่ห์ใส่สาวจนยอมมีเซ็กส์ด้วยจากนั้นดอนฮวนก็ปีนขึ้นไปบนป้ายโฆษณาจะฆ่าตัวตายแต่ขอให้ส่งนักดาบดอน ฟรานซิสโกมาเป็นคนปลิดชีพตัวเอง ดอนฮวนอ้างว่าจะตายเพราะถูกดอนนา แอนาปฏิเสธ แจ็คมิคเลอร์จิตแพทย์ที่กำลังจะเกษียณใน 10 วันขึ้นไปเจรจากับดอนฮวน แจ็คบอกว่าตัวเองชื่อดอนอ็อคตาซิโอเป็นลุงของดอนฟราสซิสโกที่เดินทางไปต่างประเทศ แจ็คเกลี้ยกล่อมจนดอนฮวนยอมลงมา ดอนฮวนถูกกักตัวเพื่อตรวจสภาพจิตที่โรงพยาบาลจิตเวช แจ็คขอเป็นคนรับผิดชอบเคสดอนฮวนแต่หัวหน้าไม่ยอมมอบหมายให้บิลจิตแพทย์อีกคนเป็นคนรับผิดชอบ ดอนฮวนไม่ยอมให้บิลรักษาสุดท้ายแจ็คเลยได้รักษาดอนฮวน ดอนฮวนเล่าเรื่องพ่อที่เคยเป็นราชานักเต้นเดินทางมาเม็กซิโกพบรักกับแม่ที่เป็นลูกเจ้าของไร่กาแฟแต่ครอบครัวของแม่เป็นโรคระบาดตายหมด ดอนฮวนเริ่มรู้ว่าตัวเองมีสเน่ห์ดึงดูดตั้งแต่เด็กพอดอนฮวนอายุ 16 ก็มีอะไรกับดอนนา จูเลียครูที่แต่งงานแล้ว ดอนฮวนเป็นชู้กับดอนนาจนถูกสามีของดอนนาจับได้ สามีของดอนนาแค้นเลยประกาศว่าเป็นชู้กับแม่ของดอนฮวน พ่อของดอนฮวนเลยดวลดาบกับสามีของดอนนา พ่อของดอนฮวนตาย ดอนฮวนดวลกับสามีของดอนนาและฆ่าสามีของดอนนาตายหลังจากนั้นแม่ก็ส่งดอนฮวนขึ้นเรือไปที่อื่นส่วนแม่ไปบวชเป็นแม่ชีที่โบสถ์ จากนั้นมาดอนฮวนที่รู้สึกผิดก็ใส่หน้ากากและสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ถอดหน้ากากต่อหน้าคนอื่น แจ็คเริ่มรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับภรรยาที่อยู่ด้วยกันมานาน

แจ็คไปพบย่าของดอนฮวน ย่าของดอนฮวนบอกว่าพ่อของดอนฮวนตายเพราะอุบัติเหตุรถชนส่วนแม่ของดอนฮวนมีชู้เลยอายไปบวช เรือที่ดอนฮวนขึ้นพาไปเป็นทาส ดอนฮวนถูกคนรับใช้ของพระชายาสุลต่านจับปลอมตัวเป็นสาวใช้เพื่อลอบเข้าไปมีอะไรกับชายาและสนมของสุลต่านรวม 1500 คนต่อมาพระราชาเจอดอนฮวนเกิดอยากได้ขึ้นมาคนัรบใช้กลัวความแตกเลยให้ดอนฮวนหนีลงเรือไป ระหว่างทางเรือเกิดเจอพายุดอนฮวนเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวไปติดเกาะอีรอสเจอกับดอนนา แอนาให้ดอนฮวนสัญญาว่าจะมารอกันที่เกาะ ดอนนาถามว่าดอนฮวนผ่านผู้หญิงมากี่คน ดอนฮวนบอกว่ารวมดอนนาก็ 1,502 คนดอนนารับไม่ได้เลยเอาใส่หน้ากากของดอนฮวนแล้วหนีไป ก่อนหน้านี้แม่ของดอนฮวนที่เป็นชีมาหาแจ็ค ดอนฮวนเล่าจบยอมกินยาและรับการรักษาอย่างคนเป็นโรคจิต สุดท้ายผู้พิพากษามาดอนฮวนกลับยอมรับว่าพ่อตายเพราะอุบัติเหตุส่วนแม่ก็มีชู้อายจนไปบวชชี ส่วนตัวเองหลงรักนางแบบในนิตยสารแต่ถูกดูถูกจากนั้นมาก็เลยอยากเป็นดอนฮวนที่ไปฆ่าตัวตายก็เพื่อเรียกร้องความสนใจ สุดท้ายผู้พิพากษาปล่อยตัวดอนฮวนไป แจ็คพาดอนฮวนกับภรรยาไปที่เกาะอีรอส ดอนฮวนเจอกับดอนนาที่มีตัวตนจริงๆอีกครั้ง แจ็คกับภรรยาก็ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข

The Nightmare Before Christmas(1993)

The Nightmare Before Christmas(1993)

ที่เมืองฮัลโลวีนกำลังฉลองความสำเร็จหลังจากเทศกาลฮัลโลวีนผ่านไปด้วยดี แจ็คราชาฟักทองถูกยกย่องจากชาวเมืองแต่แจ็คกลับรู้สึกเบื่อกับภารกิจเดิมๆ แจ็คแยกตัวออกไปร้องเพลงบรรยายความรู้สึกของตัวเองกับวิญญาณหมา แซลลีตุ๊กตาผ้าที่ถูกสร้างโดยนักวิทยาศาสตร์ที่ชอบขังแซลลีแต่แซลลีก็ชอบวางยานอนหลับแล้วหนีออกมา แซลลีแอบชอบแจ็คได้ยินที่แจ็คบรรยายความรู้สึกเข้าพอดี แจ็คบังเอิญไปเจอทางเข้าเมืองคริสมาสเข้า<<<ทางเข้าเป็นรูปต้นคริสมาส แจ็คเข้าไปในเมืองคริสมาสพบว่าต่างจากเมืองฮัลโลวีนที่แจ็คอยู่ เมืองคริสมาสมีทั้งหิมะ ไฟหลากสี ต้นคริสมาส ของขวัญ ซานตา ฯลฯ แจ็คกลับมาที่เมืองฮัลโลวีนเล่าเรื่องเกี่ยวกับคริสมาสให้ชาวเมืองฮัลโลวีนฟังแต่ชาวเมืองไม่สนใจ แจ็คพยายามศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับคริสมาสเพื่อจะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจจนถึงขึ้นหมกมุ่น แซลลีแอบวางยานักวิทยาศาสตร์หนีไปแอบดูแจ็คจนรู้เรื่องที่แจ็ควางแผนลักพาตัวซานตาเพื่อที่แจ็คจะเป็นซานตาซะเอง แจ็คใช้ลูกน้องสามตัวไปลักพาตัวซานตา ลูกน้องดันเอาข่าวไปบอกบูกี้แมน หลังจากจับตัวซานตามาก็เอาตัวซานตาไปส่งให้บูกี้แมน บูกี้แมนจะฆ่าซานตา

แจ็คให้แซลลีตัดชุดซานตาให้จากนั้นแจ็คก็ออกทำหน้าที่แทนซานตาแต่ของขวัญของแจ็คกลับทำให้เด็กๆหวาดกลัวเพราะของเล่นออกแนวแหวะตามสไตล์ฮัลโลวีนซะมากกว่า แซลลีเห็นว่าเรื่องกำลังจะยุ่งเลยไปช่วยซานตาแต่ดันถูกจับอีกคน แจ็คถูกชาวเมืองยิงร่วงเลยสำนึกได้ แจ็คคิดได้ว่าตัวเองเหมาะสมกับการฮัลโลวีนมากกว่าเลยกลับใจไปช่วยซานตา ชาวเมืองฮัลโลวีนประกาศข่าวว่าแจ็คตาย แจ็คไปช่วยซานตากับแซลลีได้สำเร็จ แจ็คส่งซานตากลับไปทำภารกิจต่อได้ทันเวลา แจ็คกลับเข้าเมืองชาวเมืองพากันดีใจที่แจ็คยังไม่ตาย ซานตาบินผ่านเมืองฮัลโลวีนพอดีพร้อมกับมีหิมะตกที่เมืองฮัลโลวีน ในที่สุดชาวเมืองฮัลโลวีนก็เข้าใจถึงคริสมาสพากันเล่นหิมะอย่างสนุกสนาน แจ็คกับแซลลีสารภาพรักกันแล้วก็จบ