Monthly Archives: April 2012

Cowboys & Aliens(2011)


เจค โลเนอร์แกน(แดเนียล เครก)ฟื้นขึ้นมากลางทะเลทรายพบว่าตัวเองบาดเจ็บและมีโลหะสวมอยู่ที่ข้อมือ โจรสามคนมาปล้นเจคแต่ถูกเจคฆ่าตายแล้วเอาเสื้อผ้า ปืนและม้าขี่เข้าไปในเมือง อดีตบาทหลวงช่วยทำแผลให้เจค ต่อมาเพอร์ซีลูกชายของวูดโรว์(แฮริสัน ฟอร์ด)มาหาเรื่องไถเงินจากชาวบ้าน เจคไม่ยอมจ่ายเพอร์ซียิงปืนขู่แต่พลาดไปถูกคนแถวนั้นเข้า นายอำเภอจับตัวเพอร์ซีไว้ลูกน้องเลยรีบไปบอกวูดโรว์ที่เป็นผู้มีอิทธิพลแถวนั้นเรื่องเพอร์ซีถูกจับ เอลลา(โอลิเวีย ไวลด์)เข้ามาคุยกับเจคที่บาร์ถามเรื่องโลหะที่ข้อมือเจค นายอำเภอเห็นประกาศจับจำได้ว่าเจคเป็นผู้ต้องหาคดีปล้นฆ่าที่ทางการต้องการตัว นายอำเภอจับเจคขังคุก ระหว่างนายอำเภอจับเจคกับเพอร์ซีขึ้นรถม้าเตรียมส่งตัวอยู่ๆก็มียานเอเลียนบุกมา โลหะที่ข้อมือเจคเรืองแสงแล้วกลายเป็นอาวุธเจคใช้อาวุธยิงต่อสู้จนยานของเอเลียนตกลงมาหนึ่งลำ พวกเอเลียนจับตัวเพอร์ซีกับภรรยาของด็อคไป

วันรุ่งขึ้นนายอำเภอกับวูดโรว์พาคนออกตามรอยพวกเอเลียนเพื่อไปช่วยลูกกับคนที่ถูกจับ เจคแวะไปที่บ้านของอลิซ(อบิเกล สเปนเซอร์)อดีตคนรักที่ถูกเอเลียนจับตัวไป ภาพย้อนให้เห็นวันที่เจคปล้นทองของวูดโรว์กลับมา อลิซบอกให้เจคเอาไปคืนแต่อยู่ๆทองก็ขยับได้พวกเอเลียนดูดเอาตัวอลิซไป เจคกลับมารวมกลุ่มกับพวกนายอำเภอ เจคถามเอลลาเรื่องเอเลียนเอลลาบอกว่าคนของเธอก็ถูกเอเลียนจับตัวไปเหมือนกัน คืนนั้นพวกเอเลียนบุกมาอีกครั้ง บาทหลวงที่เคยช่วยเจคตายเพราะพยายามปกป้องหลานชาย ทั้งหมดเดินทางต่อไปจนเจอกับพวกโจรที่เป็นอดีตลูกน้องของเจค คนที่ตั้งตัวเป็นหัวหน้าคนใหม่สั่งลูกน้องจับตัวเจค เอเลียนบุกมาอีกครั้งและจับตัวเอลลาไป เจคตามไปช่วยเอลลาแต่เอลลาถูกเอเลียนทำร้ายบาดเจ็บสาหัส เจคอุ้มเอลลากลับมารวมกลุ่มแต่เอลลาตายไปแล้ว

ชาวพื้นเมืองเผาศพเอลลาแต่อยู่ๆเอลลาก็ฟื้นคืนชีพ เอลลาก็เป็นต่างดาวแต่มาจากดาวอีกดวงที่ถูกพวกเอเลียนทำร้ายเหมือนกัน ชาวพื้นเมืองช่วยฟื้นความจำให้เจค เจคนึกออกว่าเคยถูกจับตัวไปพร้อมกับอลิซและอลิซตายระหว่างเอเลียนทำการทดลอง พอเอเลียนมาทอดลองเจคเอเลียนถอดอาวุธที่ข้อมือไว้(แผลที่ท้องเจคเกิดจากการทดลองของเอเลียน) เจคขโมยอาวุธและหนีออกมา เจครู้ว่าฐานทัพของเอลียนอยู่หุบเขาที่มีแร่ทองคำ เอเลียนต้องการทองคำเลยมาที่โลก เจคกลับไปหาพวกโจรชักชวนให้เข้าร่วมกำจัดเอเลียน ลูกน้องของเจคตามมารวมกับชาวพื้นเมืองและคนของวูดโรว์ เจคบุกเข้าไปช่วยเพอร์ซีและคนที่ถูกจับออกมาส่วนด้านนอกก็ต่อสู้กับเอเลียน เอลลาให้เจคถอดอาวุธที่ข้อมือเพื่อเอาไปใช้ระเบิดที่ใจกลางของยาน เอลลาเข้าไปคนเดียวแล้วปิดประตู

เจคเกือบถูกเอเลียน(ตัวที่เจคทำร้ายแล้วหนีออกมา)จับไปทดลองอีกครั้ง วูดโรว์ตามมาช่วยทันสุดท้ายเจคก็ฆ่าเอเลียนตาย เจคกับวูดโรว์หนีออกมา เอเลียนเตรียมขับยานหนีเอลลาที่ไปถึงใจกลางพอดีสละชีวิตระเบิดยานเอเลียนทิ้งกลางอากาศ วูดโรว์ค้นพบเหมืองทองแห่งใหม่ คนที่ถูกจับตัวไปจำอะไรไม่ได้ เจคกลับไปที่บ้านอลิซเอาช่อดอกไม้ไปวางให้ ตอนจบนายอำเภอกับชาวบ้านเห็นตรงกันว่าเจคที่ทางการต้องการตัวถูกเอเลียนฆ่าตายไปแล้วและชวนให้เขคอยู่ที่เมืองแต่เจคปฏิเสธแล้วขี่ม้าจากไป

Advertisements

Wu Xia นักฆ่าเทวดาแขนเดียว(2011)


หลิวจินซี(ดอนนี เยน)อาศัยอยู่ที่บ้านนอกกับภรรยาและลูก 2 คน คนโตเป็นลูกติดภรรยา หลิวจินซีใช้ชีวิตอย่างสงบทำโรงงานกระดาษจนหมู่บ้านเริ่มมีคนมาทำการค้ามากขึ้น อยู่ๆก็มีโจรสองคนมาไถเงินจากชาวบ้าน หลิวจินซีเข้าไปห้ามและต่อสู้กับคนร้ายสองคนจนคนร้ายตายทั้งคู่ ดูจากภายนอกเหมือนกับว่าตายโดยอุบัติเหตุ ทางการมาชันสูตรศพพบว่าหนึ่งในนั้นเป็นคนร้ายที่ทางการต้องการตัว หลิวจินซีเลยได้รับการชื่นชมยกเว้นซูไป๋จิ่ว(ทาเคชิ คาเนชิโร)ที่รู้วิชาแพทย์ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วไม่เชื่อว่าเป็นความบังเอิญแต่เป็นเพราะหลิวจินซีมีวิทยายุทธมากกว่า

ซูไป๋จิ่วพยายามพิสูจน์ว่าหลิวจินซีมีวิทยายุทธจนหลิวจินซีตกจากสะพานแต่ก็เอาตัวรอดมาได้ ซูไป๋จิ่วไปพักที่บ้านหลิวจินซี(โดยไม่ได้รับเชิญ)เพื่อสืบเรื่องหลิวจินซี หลิวจินซีไม่ยอมรับว่าตัวเองมีวิชาแต่ยอมรับว่าเคยฆ่าคนตายเพื่อให้ซูไป๋จิ่วเลิกยุ่งกับครอบครัว ลูกชายของหลิวจินซีได้รับรางวัลให้ได้เรียนฟรีเพื่อตอบแทนที่หลิวจินซีช่วยฆ่าโจร ซูไป๋จิ่วไม่ละความพยายามฟันหลิวจินซีจนได้รับบาดเจ็บ(ซูไป๋จิ่วเชื่อว่าถ้ามีวิทยายุทธจะฟันไม่เข้า) ซูไป๋จิ่วถูกชาวบ้านขับไล่แต่ซูไป๋จิ่วจ้างนักสืบรู้ว่าประวัติที่หลิวจินซีเล่าไม่จริง แต่เคยมีพ่อค้าเนื้อกับครอบครัวถูกโจร 72 อสูรฆ่าตาย จากนั้นถังหลงรองหัวหน้าแกงค์ก็หายตัวไป ระยะเวลาเท่ากับเวลาที่หลิวจินซีมาที่หมู่บ้านพอดี ซูไป๋จิ่วตัดสินใจเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อขอหมายจับหลิวจินซี หลิวจินซีพาซูไป๋จิ่วไปทางลัดตอนแรกซูไป๋จิ่วคิดว่าหลิวจินซีหลอกไปฆ่า

พอกลับถึงเมืองหลวงทางการไม่ยอมออกหมายให้ ถ้าซูไป๋จิ่วต้องการให้หาเงินมาซื้อหมาย ซูไป๋จิ่วไปขอยืมจากภรรยาที่เปิดร้านขายยา พ่อตาซูไป๋จิ่วขายยาปลอมซูไป๋จิ่วจะจับพ่อตาขอร้องแต่ซูไป๋จิ่วไม่ยอมจะทำตามกฎพ่อตาเลยฆ่าตัวตายจากนั้นมาซูไป๋จิ่วก็แยกกันอยู่กับภรรยา ซูไป๋จิ่วนำเงินมาซื้อหมายจับและพาคนไปที่หมู่บ้านหลิว ตัดไปที่พวก 72 อสูรมีคนนำข่าวเรื่องถังหลงไปบอกนายใหญ่ที่เป็นพ่อของถังหลง(หลิวจินซี) นายใหญ่ส่งคนไปเผาหมู่บ้านเพื่อตามตัวถังหลงกลับแต่ถังหลงไม่ยอมเลยฆ่าคนของ 72 อสูรตาย ซูไป๋จิ่วมาถึงหมู่บ้านถูกไฟเผาไปแล้วซูไป๋จิ่วยืนยันจะพาตัวหลิวจินซีไปขึ้นศาลให้ได้ คนของทางการพอรู้ว่าเป็นฝีมือพวก 72 อสูรก็พากันกลับเพราะกลัว ซูไป๋จิ่วช่วยใช้วิชาแพทย์ตบตาให้หลิวจินซีแกล้งตายหลอกทางการและพวก 72 อสูร ด่านแรกหลอกทางการผ่านไปได้ง่ายๆ ระหว่างขนศพหลิวจินซีพวกคนของ 72 อสูรมาแต่ซูไป๋จิ่วจับเวลารีบปั๊มหัวใจขึ้นมาก่อนที่จะตายจริงๆ

ถังหลงตัดแขนซ้ายตัวเองบอกพวกโจรว่าขอออกจากการเป็นโจร แต่พวกโจรบอกว่าหัวหน้าใหญ่ซึ่งก็คือพ่อของถังหลงไปรออยู่ที่บ้านแล้ว ถังหลงที่เหลือแขนเดียวกลับไปที่บ้านต่อสู้กับพ่อ ซูไป๋จิ่วตามมาช่วยฝังเข็มที่ฝ่าเท้ากับคอแต่ทำอะไรพ่อของถังหลงไม่ได้ ตอนที่ถังหลงเริ่มแย่ฝนตกลงมาซูไป๋จิ่วนึกขึ้นได้ว่าที่ฝ่าเท้าของพ่อถังหลงมีตะปูอยู่เลยเข้าไปปักเข็มที่ต้นคอจนพ่อของถังหลงโดนฟ้าผ่าตาย ซูไป๋จิ่วบาดเจ็บสาหัสสุดท้ายก็ตาย ตอนจบหลิวจินซีอาศัยอยู่กับครอบครัวตามปกติ หรือว่าไปหว่า… เพราะตอนออกไปทำงานหลิวจินซีบอกลาภรรยาว่าเจอกันตอนค่ำ<<<สามีคนแรกก็พูดแบบนี้แล้วไม่กลับมาอีกเลย

ชื่อหนังอย่างเวอร์ “นักฆ่าเทวดาแขนเดียว” ดูๆไปก็งงไหนหว่าไอ้นักฆ่าแขนเดียวที่ว่า คือมาเหลือแขนเดียวเอาตอนใกล้จะจบ แล้วก็ไม่มีเทวดาในเรื่อง มีแต่คนธรรมดาเจ็บได้ร้องไห้เป็น หัวแตกได้ ตกจากสะพานได้ แขนขาดได้ ดูเอาสนุกๆซูไป๋จิ่วเปลี่ยนอุดมการณ์ง่ายไปนิด ทีตอนพ่อตาขอร้องจนฆ่าตัวตายยังไม่ยอมแต่มายอมช่วยถังหลงง่ายๆ 

Monte Carlo(2011)


หลังจากจบการศึกษาเกรซกับเอ็มมาตั้งจะไปเที่ยวปารีส แม่เกรซแต่งงานกับพ่อของเม็ก พ่อของเม็กเสนออัพเกรดที่นั่งให้แต่ต้องพาเม็กที่มีศักดิ์พี่สาวไปด้วย เม็กกับเอ็มมาเรียนรุ่นเดียวกันแต่เอ็มมาเรียนไม่จบออกไปทำงานเป็นสาวเสริฟร้านเดียวกับที่เกรซทำพาร์ทไทม์ทั้งคู่เลยสนิทกัน เกรซกับเม็กเข้ากันไม่ค่อยได้ พอไปถึงปารีสทั้งสามคนโดนหลอก ห้องโรงแรมก็กลายเป็นห้องโทรมๆไม่เหมือนในโบรชัวร์ตอนซื้อทัวร์แถมยังถูกรถบัสของคณะทัวร์ทิ้งเพราะมัวแต่ดูวิวกันเพลินแถมใส่ส้นสูงวิ่งตามไม่ทัน เม็กเจอกับไรลีย์นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียที่เป็นอดีตนักกีฬาที่บาดเจ็บเพิ่งรักษาตัวหายเล่นต่อไม่ได้เลยออกเดินทางท่องเที่ยว

พวกเกรซเจอฝนตกเลยเข้าไปหลบฝนที่โรงแรมหรู เกรซถูกปาปาราสซีถ่ายรูป ระหว่าเกรซเข้าห้องน้ำ เม็กกับเอ็มมาเจอคอร์ดีเลีย สก็อตไฮโซชื่อดังหน้าตาเหมือนเกรซเป๊ะกำลังคุยโทรศัพท์เรื่องไม่อยากไปออกงานการกุศลและกำลังจะหนีไปเที่ยวกับเพื่อนแทน เอ็มมาจับเกรซรวบผมออกมาเหมือนคอร์ดีเลียจนพนักงานโรงแรมจำผิด ทั้งสามคนสวมรอยเข้าพักในนามของคอร์ดีเลีย สก็อตตั้งใจว่าจะพักแค่คืนเดียว เช้าวันรุ่งขึ้นมีรถมารับคอร์ดีเลียต่อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวไปที่มอนติคาร์โลสถานที่จัดงานการกุศล ป้าของคอร์ดีเลียแต่งงานกับพ่อของเทโอที่ได้รับมอบหมายให้คอยดูแลเกรซ คืนนั้นทั้งสามคนต้องไปร่วมงานบอลที่จัดเลี้ยงในงานมีเจ้าชายและพวกไฮโซเต็มไปหมด เกรซเจอสร้อยเพชรในกระเป๋าสัมภาระของคอร์ดีเลียเป็นสร้อยที่จะนำมาประมูลเพื่อหาเงินช่วยเหลือเด็กยากจน

โอเวนโทรหาเอ็มมาแต่กระเป๋าของเอ็มมาอยู่ที่โรงแรมเดิม เจ้าของโรงแรมเป็นคนรับ โอเวนตามเอ็มมาไปที่ฝรั่งเศส เจ้าชายขอเอ็มมาเต้นรำ ป้าของคอร์ดีเลียเริ่มสงสัยเพราะคอร์ดีเลียดูไม่ค่อยเหมือนเดิม เม็กเจอไรลีย์อีกครั้งและออกไปเที่ยวด้วยกัน เทโอมารับเกรซไปที่บ้านและเกรซต้องลงแข่งโปโล ป้าของคอร์ดีเลียจับได้ว่าเกรซเป็นตัวปลอมแต่ติดต่อคอร์ดีเลียตัวจริงไม่ได้เลยเข้าใจว่าคอร์ดีเลียจ้างคนหน้าเหมือนมางานแทน ป้าบอกจะช่วยปิดเป็นความลับและห้ามเกรซก่อเรื่องพอติดต่อคอร์ดีเลียได้ค่อยว่ากัน เกรซเริ่มเข้ากับเทโอได้ดี เจ้าชายส่งดอกไม้มาให้และชวนเอ็มมาออกเดท เอ็มมาใส่สร้อยคอที่จะใช้ประมูลไปด้วย ระหว่างทางเอ็มมาสวนทางกับเม็กที่อยู่กับไรลีย์ เม็กให้เอ็มมาถอดสร้อยคืน เม็กเอาสร้อยใส่ไว้ในเป้ของไรลีย์ คืนนั้นเอ็มมาไม่มีความสุขอย่างที่คิดเลยแยกตัวออกมานั่งเงียบๆคนเดียว เกรซจะบอกความจริงกับเทโอแต่ไม่กล้า

เกรซกลับไปที่โรงแรม เอ็มมายอมรับกับเกรซว่าจริงๆแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้ต้องการบ้านหรูๆแค่ต้องการโอเวน เม็กกลับมาในเช้าวันรุ่งขึ้น ไรลีย์ชวนเม็กไปเที่ยวต่อแต่เม็กปฏิเสธ หนังสือพิมพ์ลงข่าวทั้งสามคนโอเวนเลยตามไปที่โรงแรม เม็กนึกได้ว่าสร้อยอยู่ในเป้ของไรลีย์ตอนนั้นคอร์ดีเลียตัวจริงมาถึงโรงแรมพอดี เทโอมาทักทายแล้วพบว่าคอร์ดีเลียเปลี่ยนไป ทั้งสามคนรีบจัดห้องให้เหมือนเดิมแล้วหนีออกทางระเบียง คอร์ดีเลียเห็นข่าวและพบว่าสร้อยคอหายไปเลยโทรแจ้งตำรวจ พวกเกรซไปถึงสถานีรถไฟแต่ไม่ทันเลยตั้งใจจะกลับไปสารภาพความจริง ไรลีย์ยังไม่ได้ขึ้นรถไฟเพราะเจอสร้อยเลยเอากลับไปคืนเม็กที่โรงแรม ไรลีย์มาถึงโรงแรมคืนสร้อยให้เม็ก เม็กบอกให้รอที่ล็อบบี โอเวนมาถึงโรงแรมรอที่ล็อบบีเหมือนกัน

พวกเกรซจับตัวคอร์ดีเลียตัวจริงไว้เพราะคอร์ดีเลียยืนยันจะแจ้งความ ตำรวจมาถึงพอดีเกรซออกมารับหน้าพร้อมกับสร้อย เกรซไปที่งานประมูลพร้อมกับเม็กและเทโอให้เอ็มมาเฝ้าคอร์ดีเลียไว้ โอเวนรู้จากไรลีย์เลยตามไปที่ห้อง เอ็มมามัวแต่ดีใจที่เจอโอเวนคอร์ดีเลียหนีออกไปได้ ในงานเกรซสารภาพเรื่องที่ตัวเองไม่ใช่คอร์ดีเลียตัวจริง เทโอโกรธเดินออกจากงานไป คอร์ดีเลียตัวจริงเข้ามาแสดงตัว เกรซขอร้องให้ทุกคนในงานช่วยกันประมูลต่อเพื่อช่วยเด็ก ป้าของคอร์ดีเลียเป็นคนประมูลสร้อยไป คอร์ดีเลียสั่งให้ตำรวจจับพวกเกรซแต่ตำรวจไม่ยอมจับเพราะเห็นว่าเกรซเองก็ไม่ใช่คนร้าย เม็กออกเดินทางไปเที่ยวต่อกับไรลีย์ โอเวนกลับพร้อมเอ็มมาเหลือเกรซคนเดียวที่ไม่มีคู่ เกรซเดินทางไปเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือโรงเรียนในโรมาเนีย เทโอเดินทางไปที่นั่นเหมือนกันเพราะเป็นโครงการของมูลนิธิพ่อเทโอ เทโอสวนกับเกรซออกไปทำธุระข้างนอกเทโอเห็นเกรซจากบนหน้าต่างเลยรีบวิ่งตาม เทโอเป่าปากเรียก(ทำตามที่เกรซเคยสอน)แล้วต่างคนต่างแนะนำตัวกันใหม่อย่างเป็นทางการ…จบแบบแฮปปี


วาเลนไทน์ สวีทตี้(2012)

ต่อจากภาคที่แล้วเง็กเริ่มมีปัญหากับพี่หมี เจ็ทกับอุ่นก็ช่วยกันซ้ำเติมเง็กประมาณเง็กงี่เง่าไปเองตามประสาผู้หญิงส่วนใหญ่ในสังคม ตั๊ดโทรชวนมาแตร์กับแทนไปกินข้าวด้วยกัน 4 คน หลังอานสัญญากับฟ้าว่าจะลงทุนเปิดร้านเสริมสวยให้ฟ้าดีใจมาก แทนไปเป็นพิธีกรและเล่นดนตรีงานแต่งงานของหมอดี้กับฟินที่จัดในร้านกาแฟเล็กๆของฟิน พ่อของหมอดี้ดูถูกฟินที่ไม่สามารถจัดงานใหญ่โตในโรงแรมและให้เงิน 1 ล้านเป็นของขวัญ จากนั้นมาฟินตั้งใจเก็บเงินให้ครบ 1 ล้านก่อนวาเลนไทน์ให้ได้(ฟินมีเงินเก็บ 9 แสนกว่า) หมอดี้อยากไปฮันนีมูนแต่ฟินมัวแต่สนใจเรื่องหาเงิน

ตั๊ดกับง้อไปกินข้าวที่ร้านของฟินปรากฏว่ารสชาติไม่ได้เรื่องต่อมาแทนกับมาแตร์ก็ชวนมาที่ร้านฟินอีกครั้งเพราะเป็นร้านของแฟนเพื่อน ตั๊ดกับง้อพูดไม่ออกเรื่องรสชาติอาหารให้มาแตร์เป็นคนชิมเองสุดท้ายก็ไม่ได้สั่งอะไร(ขำๆกันไป) ทั้งสี่คนวางแผนไปเที่ยวเกาะด้วยกัน พ่อของหมอดี้เริ่มคิดถึงลูกสาวแม่บอกพ่อแค่คิดถึงของเล่น หมอดี้บ่นกับอุ่นเรื่องสามีสนใจแต่หาเงินให้ได้เยอะๆ หลังอานโทรกลับไปที่รายการของเจ็ทถามกลับว่าเจ็ทรักใครหรือมีใครรักเจ็ทบ้างมั้ย เจ็ทถึงกับอึ้งพูดไม่ออกขอลางานกลับบ้านก่อน ความสัมพันธ์ของเง็กกับพี่หมีเริ่มแย่ลง เจ็ทชวนเง็กกับอุ่นไปที่ร้านที่เจ็ทเปิดแผ่นไปเจอพี่หมีกำลังเต้นอยู่กับกิ๊ก เง็กโกรธดึงอุ่นมาจูบโชว์พี่หมี พี่หมีกับเง็กเลิกกันอย่างง่าย พี่หมีขอบคุณอุ่นด้วยซ้ำ

หลังอานขอเลื่อนสัญญาที่ว่าจะเปิดร้านเสริมสวยให้ฟ้าออกไปก่อน ฟ้าโกรธหลังอานที่ทำตามสัญญาไม่ได้แม่บอกคนที่รักษาสัญญางานหนักแต่คนที่รอเบากว่า ตอนหลังเปลี่ยนใจย้ายข้างเพราะถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ควรสัญญา เรื่องเล็กๆของบางคนอาจเป็นเรื่องใหญ่ของอีกคนก็ได้ หลังอานตามมาง้อบอกเอาเงินไปซื้อทัวร์ไปสมุยวันวาเลนไทน์ แม่ของหลังอานเริ่มดีกับฟ้ามากขึ้น เง็กเริ่มรู้สึกบางอย่างกับอุ่นเง็กบอกมีความสุขเวลาอยู่ด้วยกันและชวนอุ่นไปเที่ยวเพื่อลองพิสูจน์รัก เง็กแต่งเพลงสารภาพรักอุ่น เจ็ทไม่เห็นด้วยพยายามห้ามแต่อุ่นบังคับให้เจ็ทช่วยเล่นกีตาร์ เง็กร้องเพลงไม่ทันจบอุ่นก็ตัดบทเพราะไม่อยากให้เง็กทำอะไรตอนที่อกหัก

หมอดี้กับฟินเริ่มทะเลาะกันเพราะฟินมัวแต่คิดเรื่องเงิน ฟินพาลหาเรื่องที่หมอดี้สั่งพิซซา(ของแทน)ถาดละสามพัน หมอดี้ไม่พอใจที่ฟินคิดแต่จะแข่งหาเงินให้ได้ครบล้าน จริงๆหมอดี้มีเงินเก็บแปดล้านรวมที่พ่อให้อีกล้านรวมเป็นเก้าล้าน หมอดี้คิดแค่ลูกที่เกิดมาโชคดีที่พ่อแม่มีเงินเก็บรวมกัน 10 ล้านไม่เคยคิดแยกบัญชีแค่อยากได้คนดีๆมาดูแลจากนั้นหมอดี้ก็กลับไปอยู่บ้านตัวเอง พอลูกสาวกลับมาบ้านพ่อกลับไปม่สบายใจอย่างที่คิด แม่แนะนำให้หมอดี้ไปเที่ยวต่างจังหวัดรอให้ฟินตามไปง้อ อุ่นไปปรึกษาตั๊ดกับง้อเรื่องเง็ก ตั๊ดแนะนำให้อุ่นคิดแค่ในส่วนของอุ่น หลังอานกับฟ้าพาแม่ไปหาหมออีกครั้ง หมอแนะนำให้พาแม่ไปสถานบำบัดที่โรงพยาบาล ฟ้าไม่ยอมเพราะควรจะดูแลคนที่เรารักที่สุดด้วยตัวเองไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน<<ตรงนี้ซึ้งมาก อุ่นกลับมาบอกกับเง็กว่ามีความสุขเวลาอยู่กับเง็กเหมือนกันและตกลงลองไปเที่ยวกับเง็กดู

เด็กที่ร้านของฟินบอกผู้หญิงที่มีฐานะอยู่แล้วไม่ได้ต้องการผู้ชายรวยแต่ต้องการคนดีทำให้ฟินเริ่มคิดได้ พ่อของหมอดี้โทรหาฟินบอกเรื่องหมอดี้ไปเที่ยว วันเดินทางทั้ง 5 คู่เดินทางไปสมุยพร้อมกัน เจ็ทเจอหมอดี้นั่งเศร้าอยู่อุ่นเชียร์ให้เจ็ทเอาสร้อยไปคืนหมอดี้ให้ได้ ระหว่างที่เจ็ทเดินไปฟินมาตัดหน้าพอดี ฟินขอเลิกกับหมดดี้แล้วขอแต่งงานกับคนเดิมอีกครั้ง ทั้งคู่คืนดีกันและจะไปเที่ยวสมุย(หมอดี้ซื้อตั๋วไว้แล้วเพราะรู้ว่าฟินต้องตามมา) หมอดี้เอากุญแจรถฟินไปฝากไว้กับเจ็ท หมอดี้เห็นสร้อยพอดีบอกกับเจ็ทว่าโลกมักเหวี่ยงคนที่ไม่ใช่มาก่อนคนที่ใช่เสมอ ถ้าเจอคนที่ใช่ให้กอดไว้แน่นๆ เด็กที่ร้านฟินมารับกุญแจรถเจ็ทขอติดรถกลับไปด้วยและบอกกำลังเริ่มเป็นคนดี 

กวน มึน โฮ(2010)


เต๋อ(ในเรื่องสมมติให้ชื่อด่าง)อกหักถูกเพื่อนจับใส่ท้ายรถมาส่งที่สนามบินเพื่อเดินทางไปเที่ยวเกาหลี หนูนา(ในเรื่องชื่อเม)ที่โกหกแฟนว่ไปเที่ยวกับเพื่อนแต่จริงๆแล้วไปเที่ยวคนเดียวเพราะจะไปงานแต่งงานเพื่นอที่เกาหลี เต๋อเดินทางไปกับคณะทัวร์ก็เซ็งๆไปตลอดทางจนกลางคืนไปเมาหลับอยู่ที่เกสท์เฮาส์ที่หนูนาพักอยู่ หนูนาเลยลากไปนอนด้านใน พอเช้าเต๋อให้หนูนาพาไปส่งโรงแรมแต่หนูนาพาไปผิดที่เต๋อเลยตกรถ

เต๋อขอเที่ยวกับหนูนาจนกว่าคณะทัวร์จะกลับมาที่โซล แฟนฟนูนาจับได้ว่าโกหกเรื่องไปกับเพื่อนเลยเลิกกัน เต๋อกับหนูนาก็เที่ยวๆกันไปคุยกันแบบเปิดเผยเพราะต่างคนต่างไม่รู้จักกัน พอคณะทัวร์มาถึงก็ร่ำลาแต่ไม่บอกชื่อกัน เต๋อขอลงจากรถไปชวนหนูนาไปดูหิมะต่อมาสองคนสมมติชื่อเรียกกันเองว่าด่างกับเม หนูนาพาเต๋อไปงานแต่งงานเพื่อนด้วย 

หนูนาบอกให้เต๋อลองโทรไปปรึกษาปัญหากับพี่อ้อยพี่ฉอดในรายการวิทยุแต่จริงๆแกล้งทำเป็นโทรแล้วหนูนาเลียนเสียงทำให้รู้ว่าเต๋อเลิกกับก้อยแฟนที่คบกันมา 8 ปีเพราะก้อยอยากแต่งงาน ที่มาทัวร์ก็เพราะจองตอนยังคบกันเต๋อหวังว่าก้อยจะมา พอถามไปถามมาสรุปว่าเต๋ออยากแต่งงาน หนูนาเลยบอกให้เต๋อส่งโปสการ์ดขอแต่งงานไปให้ก้อย แต่บังเอิญเต๋อไปเจอเพื่อนก้อยบอกก้อยกำลังจะแต่งงานกับคนอื่น เต๋อเลยเซ็งพาลโมโหหนูนา หนูนาตามเต๋อไปที่คาสิโนเล่นแล้วดันได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำ หนูนาเล่าวว่าเคยเล่นหนังเป็นตัวประกอบ เต๋อเลยชวนให้ลองเป็นนางเอกจริงๆทั้งจ้างบ๋อยหน้าคล้ายเบยองจุน เช่ารถไปเที่ยวลานสกี

หนูนาได้ทำสิ่งที่อยากทำสมใจอยาก(แก้ผ้ากลางหิมะ) เต๋อจูบหนูนา ระหว่างกลับหนูนาถามเต๋อว่าชอบตัวเองมั้ย เต๋อบอกชอบแต่ไม่แน่ใจว่าแบบไหน หนูนาขอแยกบอกเพื่อนชวนให้อยู่ต่อ เต๋อเลยลงจากรถทิ้งหนูนาไว้ พอเต๋อคิดได้วิ่งกลับไปหนูนาก็หายไปเหลือแต่รถ เต๋อขับรถกลับมาที่โรงแรมแต่หนูนากลับมาก่อนแล้ว แล้วเต๋อก็บอกรักหนูนา

วันต่อมาตอนกำลังออกจากโรงแรม ก้อยตามมาที่เกาหลีเพราะได้ที่อยู่จากโปสการ์ด หนูนาแยกตัวไป มาเจอกันอีกทีบนเครื่อง เต๋อมาถามชื่อแต่หนูนาไม่ยอมบอก หนึ่งปีผ่านไปเต๋อมานั่งดู Jump โชว์จากเกาหลีที่หนูนาเคยทำท่าให้ดู หนูนาก็ดูรอบเดียวกันแต่ไม่ได้เจอกัน ขากลับหนูนาเปิดวิทยุฟังรายการพี่อ้อยพี่ฉอดปรากฏว่าเต๋อโทรเข้ามาบอกว่ายังไม่ลืมหนูนา แล้วดีเจก็ช่วยแก้ปัญหาให้โดยให้เต๋อฝากชื่อทิ้งไว้ แล้วหนังก็จบ

 ว่าแต่คนเรานี่สามารถรักคนที่พึ่งเจอได้มากกว่าคนที่คบมา 8 ปี แถมรู้สึกว่าอยากแต่งงานกับคนเก่าตอนอยู่กับนางเอกด้วย แสดงว่าใช้เวลาในการเปลี่ยนใจมารักนางเอกแค่ครึ่งนึงของเวลาทั้งหมดที่อยู่ด้วยกันเองดิ โห….เวลา 8 ปีที่มีค่าหายหมดเลย แล้วยังไงต่อ?? นี่รอนางเอกมาหนึ่งปี สมมติว่าก่อนจะเจอกับนางเอกอีกครั้งถ้าไปเจอใครอีกคนซัก 4 ชั่วโมง แล้วบังเอิญปิ๊งกันจะลืมที่รอนางเอกมาหนึ่งปีมั้ยนะ??? <<<<อันนี้คิดไปเองเล่นๆขำๆ

 

 

 

A Beautiful Mind(2001)


จอห์น แนช(รัสเซล โครว์)ได้ทุนวิจัยที่พรินซตัน จอห์นค่อนข้างเนิร์ดมีเพื่อนร่วมห้องออกแนวเพลย์บอยชาร์ลส เฮอร์แมน(พอล เบททานี) ตอนนั้นจอห์นมีคู่แข่งคือมาร์ติน แฮนเซน(จอช ลูคัส)ที่มีผลงานล้ำหน้าจอห์นไปมาก จอห์นมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคมจีบผู้หญิงไม่เป็น แต่วันนึงที่บาร์จอห์นเกิดปิ๊งไอเดียจากการแย่งกับจีบผู้หญิงจนเกิดเป็นทฤษฎีที่แย้งกับของอดัม สมิทธ์*จนเกิดเป็นทฤษฎีดุลยภาพ

จากผลงานชิ้นนั้นจอห์นได้ไปสอนที่ MIT ทางกองทัพเชิญจอห์นไปช่วยไขรหัสจากนั้นมาก็มีเจ้าหน้าที่ลับวิลเลียม พาร์เชอร์มาเสนองานให้กับจอห์น เป็นงานถอดรหัสจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารแล้วเอาไปส่งที่ตู้ไปรษณีย์โดยฝังรหัสลับไว้ที่แขนของจอห์น จอห์นเจอกับอลิเชีย ลาร์ดนักศึกษาที่มาชวนจอห์นดินเนอร์ จากนั้นก็ตกหลุมรักจนแต่งงานกัน จอห์นเจอกับชาร์ลสที่มากับมาร์ซีหลานสาว

จอห์นเริ่มหมกมุ่นกับงานสายลับจนไม่ได้ไปสอน เห็นภาพหลอนว่าตัวเองถูกไล่ล่าจากพวกรัสเซียจนต้องเข้ารับการรักษากับหมอโรเซนที่เชี่ยวชาญเรื่องโรคประสาท อลิเชียตามไปที่บ้านร้างเอาจดหมายที่จอห์นไปส่งมายืนยันว่าสิ่งที่จอห์นเห็นเป็นแค่ภาพหลอนคิดไปเอง จอห์นต้องกินยาทุกวันเพื่อไม่ให้เห็นภาพหลอนแต่จอห์นหยุดกินและเริ่มมีปัญหากับอลิเชีย พอหยุดยาจอห์นก็กลับมาเห็นภาพหลอนอีก

จอห์นเกือบทำลูกตายและเกือบทำร้ายอลิเชีย แต่เกิดได้สติเพราะนึกได้ว่ามาร์ซีหลานของชาร์ลสไม่โตขึ้นเลย อลิเชียตามหมอมาและยืนยันจะอยู่เคียงข้างจอห์น จอห์นกลับไปที่พรินซตันที่ตอนนี้มาร์ติน(ที่จอห์นเห็นว่าเป็นคู่แข่ง)เป็นผู้ดูแล จอห์นขอใช้ห้องสมุดมาร์ตินก็อนุญาต แรกๆจอห์นก็ยังเห็นภาพหลอนแต่อลิเชียขอร้องจอห์นเลยพยายามเมินเฉยกับภาพหลอนของพาร์เชอร์ ชาร์ลสและมาร์ซี

หลายปีผ่านไปมีนักศึกษามาปรึกษาจอห์นเรื่องสมการและดูเหมือนจอห์นจะดีขึ้น มาร์ตินให้จอห์นสอนจนกระทั่งมีคนจากคณะกรรมการโนเบลที่จอห์นได้รับการเสนอชื่อมาดูว่าจอห์นสามารถขึ้นรับรางวัลได้หรือไม่ จอห์นได้กลับเข้าห้องอาจารย์อีกครั้งคราวนี้เพื่อนร่วมงานเอาปากกามามอบให้จอห์นมากมาย(การมอบปากกาหมายถึงการยกย่อง) ตอนจบจอห์นขึ้นรับรางวัลโนเบลและกล่าวขอบคุณอลิเชีย ขากลับจอห์นเห็นภาพหลอนอีกแต่พออลิเชียถามจอห์นบอกไม่มีอะไร

จากทฤษฎีเกม Nash Equilibrium (ในซับแปลว่าดุลยภาพ) คือแนวความคิดที่ว่าผู้เล่นจะต้องคาดเดากลยุทธ์ของคู่แข่งและหาจุดตรงกลางเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ยกตัวอย่างทฤษฎีเกมเอาไปใช้ในหลายเรื่อง ที่ดังๆคือPrisoner’s Dilemma ที่เอาไว้สอบสวนนักโทษโดยการแยกสอบ เป็นการหลอกล่อให้ต่างคนต่างเกิดความไม่ไว้ใจจนสารภาพความจริงออกมา นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างอีกหลายเรื่องเรื่องร้านกาแฟ เรื่องการแบ่งเงิน เรื่องการวางแผนการรบ<<< เคยไปนั่งฟังบรรยายเรื่องนี้มาสนุกมาก หาอ่านในเนตก็มี

*จากการหาข้อมูลพบว่าที่มาของทฤษฎีในหนังเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น คือในหนังกลุ่มเพื่อนแนชจะแข่งกันจีบสาวที่สวยที่สุดเพราะอิงจากทฤษฎีของอดัม สมิทธ์ที่ว่าทุกคนต้องแข่งขันเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์สูงสุด แต่แนชบอกว่าถ้าแย่งกันจีบสาวสวยทุกคนก็จะอดทั้งหมด เพราะคนที่สวยน้อยกว่าจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า แต่ถ้าแยกกันไปจีบสาวที่สวยน้อยกว่าทุกคนก็จะได้สาวๆมาครอบครอง<<< อันนี้หนังสร้างให้มันสนุกเฉยๆ

ความเห็นส่วนตัว  ไม่ชอบคนแบบจอห์น แนชเพราะจากที่ดู(และรู้สึกไปเอง)คิดว่าคนแบบจอห์น แนชนั่นแหละเป็นคนประเภทเดียวกับทฤษฎีของอดัม สมิทธ์ เช่น ไปดูถูกผลงานคนอื่น พยายามแข่งขันเพื่อเอาชนะมาร์ตินตอลดเวลาแม้แต่ตอนที่มาของานเค้าทำยังมีหน้าไปบอกว่าสุดท้ายคุณก็ชนะ คือมาร์ตินเค้าอาจจะไม่ได้แข่งด้วยเลยก็ได้ อีกอันตอนที่เล่นหมากล้อม(เกมโกะ)แล้วแพ้มาร์ติน แนชรับไม่ได้เลยล้มกระดานทิ้งช่างไม่มีน้ำใจนักกีฬา

ที่ชัดๆอีกอันคือตอนเค้าให้เลือกผู้ช่วย แนชเลือกเพื่อนสองคนแทนที่จะเลือกชาร์ลสที่คอยสนับสนุน(อันนี้ไม่เกี่ยวกับว่าชาร์ลสจะมีตัวตนหรือไม่)คอยช่วยให้หายเครียด (คิดเองว่า)อาจะเพราะแนชเห็นว่าชาร์ลสทำประโยชน์ไม่ได้(ในเรื่องลุดของชาร์ลสจะเป็นแบบเสเพลนิดๆ) พอทำงานจริงแนชก็ไม่ได้ให้เกีรยติเพื่อนร่วมงาน เอาแต่ความดีไว้เอง จุกมากตอนที่แนชกลับจากกองทัพแล้วมาบ่นว่าทำงานหลายปีเพิ่งได้ไปกลาโหมแค่สองครั้ง แต่เพื่อนพูดว่าก็ยังมากกว่าพวกผมตั้ง 2 ครั้ง <<<<โดนนนนนนมากช็อตนี้ แต่แนชยังคงไม่รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด ยังคงบ่นเรื่องที่ได้ขึ้นปก Time ว่าน่าจะได้ขึ้นแค่คนเดียว(ในนั้นได้ขึ้นปกกัน 4 คน) มันก็เลยสมควรแล้วที่ตอนตกต่ำไม่เหลือใคร

Death at a Funeral(2010)


งานศพพ่อของแอรอน(คริส ร็อค)เริ่มงานก็วุ่นวายเพราะคนขนศพส่งมาผิดกลายเป็นศพคนจีนต้องเอากลับไปเปลี่ยน แอรอนที่ยังอาศัยอยู่บ้านพ่อแม่ฝันอยากเป็นนักเขียนชื่อดังเหมือนอย่างไรอัน(มาร์ติน ลอว์เรน)น้องชายที่แม่ภูมิใจมากแต่แอรอนไม่ยอมให้ใครอ่านต้นฉบับแม้แต่มิเชลภรรยาที่อยากมีลูกมากเพราะถูกแม่ของแอรอนต่อว่าเรื่องอยากอุ้มหลานมาตลอด ไรอันเดินทางมาถุงด้วยเที่ยวบินเฟิร์สทคลาสแต่ปฏิเสธที่จะช่วยออกเงินค่างานศพเพราะอ้างว่าไม่มีเงินสด

อีเลน(โซอี ซาลดานา)ลูกพี่ลูกน้องของแอรอนกับออสการ์(เจมส์ มาร์สเดน)แฟนของอีเลนแวะรับเจฟ(โคลัมบัส ชอร์ท)น้องชายของอีเลน ระหว่างนั้นออสการ์เกิดเครียดขึ้นมาเพราะพ่อของอีเลนไม่ชอบออสการ์ อีเลนเอายาแวเลียมของเจฟให้ออสการ์กินแต่ปรากฏว่าในนั้นไม่ใช่แวเลียมแต่เป็นยาคล้ายๆแอลเอสดีที่มีฤทธิ์หลอนประสาท พอไปถึงงานอีเลนเจอกับแดเร็ค(ลุค วิลสัน)ที่ทำงานให้พ่อของอีเลนและพยายามตามตื๊ออีเลน แดเร็คมาพร้อมกับนอร์แมน(เทรซี มอร์แกน)และลุงรัสเซล(แดนนี โกลเวอร์)ที่ต้องนั่งรถเข็น ออสการ์เริ่มมีอาการผิดปกติเจฟบอกกับอีเลนว่ายาที่ออสการ์กินเข้าไปไม่ใช่แวเลียมแต่เป็นยาหลอนประสาท

พองานเริ่มบาทหลวงเชิญแอรอนขึ้นกล่าวคำไว้อาลัย ระหว่างแอรอนชักแม่น้ำทั้งห้า ออสการ์เห็นภาพหลอนเหมือนโลงขยับได้เลยลุกขึ้นไปพังจนศพหล่นลงมา แขกในงานแตกตื่นพ่อของอีเลนโกรธออสการ์มาก ออสการ์เข้าไปขังตัวเองสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำ ตัดไปที่แอรอนเจอกับแฟรงค์คนแคระที่อ้างว่าเป็นคู่ขาของพ่อแอรอนและขู่จะบอกแม่ถ้าไม่ยอมจ่ายเงิน 3 หมื่น แอรอนเอาเรื่องไปปรึกษาไรอันที่กำลังจีบสาวม.ปลายข้างบ้าน แอรอนกับไรอันตกลงที่จะจ่ายแต่ตอนหลังแอรอนเปลี่ยนใจ แอรอนกับไรอันพยายามจับตัวแฟรงค์ก่อนจะออกไปแฉ นอร์แมนเจอยาที่เจฟทำหล่นไว้ที่สนามเลยเอาให้แฟรงค์กินไป 4-5 เม็ด เจฟเข้ามาบอกว่าไม่ใช่แวเลียม

แอรอนกับไรอันออกไปจัดการงานศพต่อให้เจฟกับนอร์แมนเฝ้าแฟรงค์ที่ถูกจับมัดไว้ อยู่ๆลุงรัสเซลก็เกิดอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา เจฟกับนอร์แมนช่วยกันซ่อนแฟรงค์จนทำให้แฟรงค์สลบไป เจฟคิดว่าแฟรงค์ตาย แอรอนเล่าเรื่องแฟรงค์ให้ภรรยาฟัง นอร์แมนมาตามแอรอนกับไรอัน ระหว่างนั้นแดเร็คพยายามจู่โจมจูบอีเลน ออสการ์เห็นเข้าพอดีเลยแก้ผ้าออกไปที่ระเบียงขู่จะโดดจากหลังคา ทุกคนเริ่มหันมาสนใจออสการ์ แอรอนกับไรอันเลยช่วยกันเอาศพแฟรงค์ไปซ่อนในโลงรวมกับศพของพ่อ อีเลนบอกกับออสการ์ว่าท้องทำให้ออสการ์สงบลง พ่อของอีเลนจำใจยอมรับออสการ์เพราะอีเลนยื่นคำขาด

พิธีศพดำเนินต่อไปแอรอนขึ้นกล่าวคำไว้อาลัยต่อ อยู่ๆแฟรงค์ก็ฟื้นและออกมาจากโลง แม่ของแอรอนเห็นรูปแฟรงค์กับพ่อของแอรอนเริ่มอาละวาด แอรอนตะโกนขึ้นมาแล้วกล่าวยกย่องส่วนที่ดีของพ่อต่อจนจบ หลังจากเสร็จงานไรอันเตรียมบินกลับมีเด็กสาวที่ไรอันจีบรออยู่ที่รถ แอรอนกับภรรยาพยายามมีลูกกันต่อ แต่ภรรยาแอรอนไม่รู้เอาแวเลียม(เจ้าปัญหา)ให้ลุงรัสเซลกิน ตอนจบลุงรัสเซลไปนั่งโป๊อยู่บนหลังคา

ฮาสับสนวุ่นวายดี ดูเพลินๆดาราคุ้นๆหน้าทั้งนั้น เหตุเกิดจากยาขวดเดียว บางทีคนเราก็มองข้ามอะไรง่ายๆ basic =  simple