Monthly Archives: January 2013

The Dictator(2012)

The Dictator(2012)

เล่าถึงเรื่องของอลาดีนผู้นำเผด็จการประเทศวาดิย่า อลาดีนได้รับตำแหน่งต่อจากพ่อและยิ่งใหญ่มากถึงขนาดจัดโอลิมปิกเอง อลาดีนชนะเพราะยิงคู่แข่งตายหมด นอกจากนี้อลาดีนยังเปลี่ยนคำในพจนานุกรมให้เป็นคำว่าอลาดีน อลาดีน อลาดีนจนประชาชนพากันงงกันทั่วหน้า อลาดีนออกมหาสมาคมแถลงการณ์งงๆจนทั่วโลกพากันหวั่นเพราะไม่แน่ใจว่าวาดิย่ามีอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่รวมไปถึงประเทศมหาอำนาจอย่างเมริกา อลาดีนสั่งผลิตอาวุธนิวเคลียร์จริงแต่พอไปดูจริงๆกลายเป็นแค่จรวดเด็กเล่นเพราะอลาดีนสั่งเก็บนาดาลนักวิทยาศาสตร์ไปเมื่อสองปีก่อนแค่เพราะนาดาลไม่ยอมผลิตหัวรบปลายแหลมที่อลาดีนเชื่อ(ตามที่เห็นในการ์ตูน)ว่ามันมีอานุภาพมากกว่า หลังจากเถียงกันไปมาสุดท้ายอลาดีนก็สั่งเก็บนาดาลและอีกหลายต่อหลายคนที่ขัดใจอลาดีน ทาเมียร์ลุงของอลาดีนพยายามจะผลักดันขายสัมปทานขุดเจาะน้ำมันให้ต่างชาติแต่อลาดีนไม่ยอม อลาดีนถูกลอบสังหารตอลดเวลาแต่ก็รอดมาตอลดเพราะใช้ตัวปลอมที่หน้าตาเหมือนอลาดีนมารับกระสุนแทน ทาเมียร์ก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารอลาดีนนั่นแหละ ทาเมียร์สั่งให้หาตัวหลอกมาใหม่เอาแบบที่โง่ๆจะได้หลอกใช้ได้ง่ายๆ คนของทาเมียร์ได้คนเลี้ยงแพะ<<<ที่โง่ยิ่งกว่าอลาดีนมาเป็นตัวหลอกเพราะหน้าตาเหมือนอลาดีน เท่าที่ตัวหลอกรู้ก็คือมีหน้าที่รับลูกกระสุนแทนอลาดีน

อลาดีนนอนกับสาวๆ(ไม่สิทุกเพศเลยก็ว่าได้)มีรูปเก็บไว้เป็นคอลเล็คชันแต่ไม่เคยมีใครอยู่ต่อกับอลาดีนจนถึงเช้าซักคน ทางยูเอ็นกดดันให้อลาดีนไปรายงานตัวชี้แจงด้วยตัวเอง อลาดีนจำเป็นต้องเดินทางไปอเมริกา มีม็อบประท้วงเผด็จการออกมาขับไล่อลาดีน อลาดีนเข้าพักที่โรงแรมแลนคาสเตอร์มีเคลย์ตันที่เกลียดพวกอาหรับ(แบบเปิดเผยเหมารวมทุกชาติที่ไม่ชอบเป็นอาหรับหมด)เป็นหัวหน้ารปภ. อลาดีนมีกำหนดการต้องขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันรุ่งขึ้น คืนนั้นอลาดีนถูกเคลย์ตันที่ทาร์เมียร์จ้างมาอีกทีให้กำจัดอลาดีนจับตัวไปทรมานแต่อลาดีนพล่ามจนเคลย์ตันรำคาญเลยจับอลาดีนโกนเครา(ที่อลาดีนไว้มาตั้งแต่เกิด)แล้วเผาทิ้งแต่ไฟเกิดลาม อลาดีนหนีรอดไปได้ อลาดีนรวมกลุ่มกับพวกประท้วงมาที่ยูเอ็นเลยรู้ว่าเป็นการของทาเมียร์ที่ใช้ตัวปลอมขึ้นกล่าวสุนทรพจน์แทนอลาดีน ตัวปลอมก็โคตรบื้อทำเอาขายหน้าไปพักนึงแต่ก็อ่านสุนทรพจน์แบบผิดๆถูกๆได้ใจความว่าจะประกาศล้มเลิกระบอบเผด็จการแล้วลงนามในรัฐธรรมนูญภายใน 5 วันให้ประเทศวาดิย่าเป็นประเทศประชาธิปไตยซึ่งอลาดีนตัวจริงรับไม่ได้ ทาเมียร์เริ่มแผนการขายสัมปทานให้ต่างชาติเข้าไปหาผลประโยชน์จากวาดิย่า ข้างนอกเริ่มเกิดจราจลโซอีช่วยอลาดีนไว้และพากลับไปที่ร้านมินิมาร์ทของตัวเอง โซอีจ้างแรงงานต่างด้าวให้ทำงานในร้านแต่ค่อนข้างวุ่นวายเพราใช้คนไม่ได้เหมาะสมกับงานเอาซะเลย อลาดีนโกหกโซอีไปว่าชื่ออัลลิสัน<<<เอามาจากป้ายข้างถนน โซอีรับอลาดีนเข้าทำงานในขณะเดียวกันอลาดีนก็พูดจาดูถูกคนอื่นตามประสาอลาดีนไปทั่ว อลาดีนออกเดินไปตามถนนจนเจอกับนาดาลที่ตอนนี้เป็นพนักงานขายที่ร้านแอปเปิล หลังเลิกงานอลาดีนแอบตามนาดาลไปที่ร้านอาหารที่เป็นที่รวมตัวของคนที่เคยถูกอลาดีนสั่งฆ่า(แบบไร้สาระทั้งนั้น)แต่เพชรฆาตเป็นพวกต่อต้านอลาดีนเท่ากับว่าอลาดีนไม่เคยฆ่าใครสำเร็จ คนที่นั่นเกลียดอลาดีนมากแต่จำอลาดีนไม่ได้(เพราะไม่มีเครา)มีแค่นาดาลที่จำอลาดีนได้ นาดาลช่วยอลาดีนไว้อลาดีนเสนอให้นาดาลช่วยยึดอำนาจคืนแล้วจะคืนตำแหน่งผอ.ฝ่ายนิวเคลียร์ให้นาดาลพร้อมข้อแม้ว่าต้องสร้างจรวดหัวมน<<<5555

เหลือเวลาอีก 3 วันก่อนจะประกาศรัฐธรรมนูญอลาดีนเห็นโซอีมาพบผู้จัดการเพื่อขอเป็นคนจัดการเรื่องอาหารเพราะที่ร้านของโซอีมีมะฟรูมผลพื้นเมืองของวาดิย่าด้วย โซอี้ได้รับบัตรผ่านให้เข้าจัดการอาหารอลาดีนเลยต้องไปสมัครงานที่ร้านโซอีเพื่อจะได้แอบเข้าไป นาดาลอาสาจัดทำเคราใหม่ให้อลาดีนใช้สำหรับสับเปลี่ยนกับตัวปลอมแล้วฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง อลาดีนทำงานสไตล์อลาดีนแล้วดันไปทำร้ายลูกชายเจ้าหน้าที่เข้าร้านของโซอีเลยถูกเลิกจ้าง อลาดีนกับนาดาลขึ้นปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวบินสำรวจรอบเมืองแต่ดันพลาดคุยกันออกไมค์จนถูกจับ โซอีมาประกันตัวอลาดีนแล้วเถียงกับตำรวจเพราะโซอีชอบช่วยเหลือต่างด้าวที่ถูกเอาเปรียบทำให้อลาดีนเริ่มปิ๊งโซอี ทาเมียร์เห็นข่าวที่อลาดีนถูกจับก็รู้ว่าอลาดีนยังไม่ตายสั่งเพิ่มรปภ.เพื่อไม่ให้งานต้องถูกล้มเลิก อลาดีนมาชวนโซอีมีเซ็กส์แต่โซอีให้อลาดีนใช้มือเลยเป็นการค้นพบอันแสนยิ่งใหญ่ของอลาดีนเพราะตั้งแต่เกิดมาอลาดีนไม่เคยช่วยตัวเอง อลาดีนช่วยจัดระบบร้านให้โซอีใหม่จนเป็นระบบมากขึ้นตามสไตล์อลาดีน ร้านของโซอีได้รับอนุญาตให้กลับไปจัดการเรื่องอาหารในงานอีกครั้ง

อลาดีนอยากได้เคราจากคนจริงๆเลยไปขโมยจากศพตัดมาทั้งหัว(แบบขำๆ) อลาดีนช่วยทำคลอดให้ลูกค้าที่ร้านหลังจากนั้นก็มีซีนโรแมนติกกับโซอีนิดหน่อย อลาดีนสารภาพกับโซอีว่าตัวเองเป็นใครโซอีโกรธเพราะคิดว่าอลาดีนมาหลอกใช้เพื่อจะได้แอบเข้างาน อลาดีนเห็นข่าวประชาชนที่วาดิย่าออกมาเผาและถล่มรูปปั้นอลาดีนเพื่อฉลองเตรียมรับระบอบประชาธิปไตยก็เศร้าจะไปกระโดดสะพานแต่นาดาลมาห้ามไว้ อลาดีนบอกไม่อยากเป็นเผด็จการอย่างพ่อ นาดาลพูดจนอลาดีนเชื่อว่าตัวเองคือจอมเผด็จการคนสุดท้ายจะต้องยิ่งใหญ่กว่าทุกคน วันงานพิธีลงนามในรัฐธรรมนูญอลาดีนต้องโหนสลิงข้ามตึกไปที่ห้องพักของอลาดีนตัวปลอม อลาดีนฆ่าตัวปลอมไม่ลงเพราะคนเลี้ยงแพะมันโง่จนถึงที่สุด ทาเมียร์เข้ามาอลาดีนแกล้งโง่เลียนแบบคนเลี้ยงแพะตบตาทาเมียร์ พอถึงพิธีอลาดีนฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งต่อหน้าผู้สื่อข่าวแล้วพูดถึงข้อดีของเผด็จการ<<ที่ฟังดูแล้วไม่เห็นมันจะดีตรงไหน ระหว่างกำลังด่าระบอบประชาธิปไตยอลาดีนเห็นโซอีเข้าก็เลยอึ้งไปสองวิ จากนั้นก็อธิบายถึงประชาธิปไตยแต่กลับพูดถึงแต่โซอีที่ไม่มีอะไรเพอร์เฟค แต่อลาดีนก็รักและจะจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างเป็นธรรมขึ้นที่วาดิย่าแล้วอลาดีนกับโซอีก็แฮปปี ทาเมียร์คว้าปืนมายิงใส่อลาดีนแต่ตัวปลอมโดดเข้ามารับกระสุนแทนพร้อมกับขโมยซีนไปด้วยมุกหน้าตายที่ปูไว้ตอลดเรื่องว่ามีหน้าที่เอาหัวรับกระสุน

หนึ่งปีต่อมาที่ประเทศวาดิย่าเสนอข่าวการเลือกตั้งที่อลาดีนชนะถล่มทลายไปด้วยคะแนน 98.8% และตามด้วยข่าวการแต่งงานของอลาดีนกับโซอีที่กำลังจัดขึ้นท่ามกลางความยินดีของประชาชน โซอีบอกว่าตัวเองเป็นชาวยิวอลาดีนแอบทำท่าแบบเดียวกับตอนที่สั่งประหารแล้วหนังก็ตัดจบ เครดิตเป็นตอนที่อลาดีนไปดูหัวรบนิวเคลียร์ที่นาดาลออกแบบให้หัวแหลมตามใจอลาดีน คราวนี้อลาดีนดันฉลาดขึ้นมาเถียงว่าใครจะไปสนเพราะอานุภาพทำลายล้างมันไม่ได้อยู่ที่หัวแหลมหรือหัวมน<<<แล้วอีตอนนั้นไปสั่งประหารเค้า 555 โซอีให้ข่าวว่ากำลังเปิดศูนย์สตรี 300 แห่งแต่ต้องพักงานเพราะกำลังท้องอลาดีนตื่นเต้นมากตามด้วยซีนฮาๆ โบนัสมีเพิ่มซีนแอบแรงอีกนิดหน่อยจริงๆใส่ไปในเรื่องเลยก็ได้นะ ซีนคนเลี้ยงแพะไปเที่ยวสวนสัตว์ออกจะน่ารัก

อบเลยเรื่องนี้ เสียดสีมหาอำนาจเบาๆ นำเสนอบางมุมของระบอบเผด็จการออกมาแบบฮาๆ พล็อตเรื่องเจ๋งดี มุกก็ไม่ยัดเยียดดูไปก็ขำๆชอบหนังแนวตลกหน้าตายแบบนี้ โง่แล้วไม่รู้ตัวว่าโง่ คนเลี้ยงแพะขโมยซีนสุดๆ ถ้านางเอกสวยนะเรื่องนี้ชนะเลิศแต่ก็นั่นแหละคาแร็คเตอร์นางเอกมันต้องแบบนี้ถึงจะสนุก ไม่เพอร์เฟคแต่โดนใจ

Advertisements

A Monster in Paris(2012)

A Monster in Paris(2012)

ทีวีรายงานข่าวน้ำท่วมที่ปารีสจนท่วมฐานหอไอเฟลประชาชนเริ่มอพยพ ตัดไปที่อีมิลคนฉายหนังที่แอบชอบมาดพนักงานขายตั๋วแต่ไม่กล้าชวนออกเดท อีมิลเป็นเพื่อนกับราอูลคนส่งของที่ประดิษฐ์รีโมทบังคับรถสำหรับส่งของตั้งชื่อว่าราอูลแอนด์แคทเทอรีน อีมิลติดรถราอูลไปซือ้เครื่องกล้องสำหรับถ่ายหนัง ระหว่างทางราอูลแวะส่งของให้บ้านของศาสตราจารย์นักประดิษฐ์ที่เดินทางไปต่างประเทศให้ลิงชื่อชาร์ลสมารับของแทน ราอูลเข้าไปยุ่งกับหลอดทดลองของศจ. ระหว่างนั้นอีมิลก็ใช้กล้องที่เพิ่งศื้อมาถ่ายไปด้วย ราอูลจุ่มเม็ดดอกทานตะวันในน้ำยาเร่งโตแล้วโยนลงบ่อน้ำ ดอกทานตะวันก็อย่างรวดเร็วกลายเป็นดอกทานตะวันยักษ์ ราอูลเก็บเมล็ดดอกทานตะวันที่จุ่มน้ำยาใส่กระเป๋า ดอกไม้โตจนเบียดชั้นเก็บของน้ำยาสองขวด(ที่ชาร์ลสพยายามเก็บให้พ้นมือราอูล)หล่นลงมาชนกันจนขวดแตกแล้วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยควัน<<<น้ำยาเร่งโตกับยาเปลี่ยนเสียงเป็นนักร้องโอเปรา น้ำยาไปโดนถูกเห็บกลายเป็นเห็บยักษ์อีมิลเห็นแต่ราอูลบอกว่าตาฝาด เห็บยักษ์กระโดดไปทั่วเมืองมีคนเห็นและเริ่มเป็นข่าว

ตัดไปที่โรงละครนายพลเมน็อตกับสารวัตรปาเต้มาชมการแสดง นายพลเมน็อตที่กำลังจะลงสมัครชิงตำแหน่งชวนลูซิลหลานสาวเจ้าของร้านที่เป็นนักร้องออกเดท ป้าของลูซิลสนับสนุนเต็มที่ คืนนั้นมีคู่สามีภรรยาเจอเห็บยักษ์เลยไปแจ้งความ สารวัตรปาเต้ไปรายงานนายพลเมน็อต เมน็อตจะใช้วิกฤตจากตัวประหลาดหาคะแนนเสียงด้วยการเป็นฮีโร ราอูลกับลูซิลรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก<<จริงๆแล้วราอูลหลงรักลูซิลแต่ชอบกวนประสาทลูซิลตลอด ลูซิลบอกถ้าราอูลมีเหรียญกล้าหาญจะเตรียมที่นั่งชั้นหนึ่งไว้ให้ สารวัตรปาเต้ไปตรวจสอบที่บ้านศจ.เจอเศษฟิล์มของอีมิลตกอยู่ที่นั่น อีมิลกลับมาฉายหนังดูก็พบที่มาของสัตว์ประหลาด สารวัตรปาเต้มาถึงที่โรงหนังพอดี ลูซิลไปเดทกับนายพลเมน็อตสารวัตรปาเต้ไปรายงานเรื่องสัตว์ประหลาดซึ่งก็คือเห็บยักษ์ นายพลเมน็อตมอบเหรียญกล้าหาญให้ราอูลกับอีมิลที่ทำให้ได้โอกาสเพิ่มคะแนนเสียง คืนนั้นลูซิลเจอเห็บยักษ์และได้ยินเห็บยักษ์ร้องเพลงเลยช่วยไว้ ลูซิลแปลงโฉมเห็บยักษ์และตั้งชื่อให้ว่าฟรองกา

ราอูลกับอีมิลไปที่โรงละครลูซิลเลยต้องจัดที่นั่งพิเศษตามสัญญา ป้าของลูซิลให้ฟรองกาเล่นกีตาร์ขึ้นแสดงพร้อมกับลูซิล ผลตอบรับออกมาเป็นอย่างดี ราอูลกับอีมิลมาพบลูซิลหลังเวทีและรู้เรื่องที่ฟรองกาเป็นเห็บยักษ์ นายพลเมน็อตแถลงข่าวกำจัดเห็บยักษ์ด้วยน้ำที่ยังท่วมอยู่ ในที่สุดอีมิลกล้าส่งบัตรเชิญชวนมาดออกเดท อัลเบิร์ตพนักงานที่ร้านไปแจ้งความเรื่องเห็บยักษ์ ราอูลกับอีมิลช่วยซ่อนตัวฟรองกาและวางแผนจัดฉากให้นายพลเมน็อตคิดว่ากำจัดเห็บยักษ์ได้แล้ว ที่งานแถลงข่าวราอูลแกล้งเอายาให้นายพลเมน็อตปาใส่ฟรองกาแต่สารวัตรปาเต้เกิดจับได้เลยเกิดการไล่ล่าฟรองกาไปทั่วเมือง อีมิล ราอูล ลูเซียและชาร์ลส(ลิง)ช่วยพาฟรองกาหนี นายพลเมน็อตที่อยู่บนบอลลูนเรือเหาะใช้ตะขอยกรถของราอูลขึ้นฟ้าแล้วปล่อยทิ้งลงน้ำที่กำลังท่วม ฟรองกาหนีไปบนยอดหอไอเฟล มาดไปตามนัดกับอีมิลที่หอไอเฟลเจอเห็บยักษ์ อีมิลบอกมาดว่าต้องปกป้องฟรองกา นายพลเมน็อตตามไปถึงหอไอเฟลไล่ล่าตัวฟรองกา

น้ำยาเร่งโตเริ่มหมดฤทธิ์<<<ดอกทานตะวันยักษ์ที่บ้านศจ.เริ่มหดตัวลลง นายพลเมน็อตยิงฟรองกาเสื้อโค้ทของฟรองกาลอยลงมา สารวัตรปาเต้จับนายพลเมน็อตข้อหากระทำเกินกว่าเหตุจนเกิดคความเสียหาย ราอูล ลูซิล อีมิล มาดและชาร์ลสเสียใจมากเพราคิดว่าฟรองกาตายแล้วโดยเฉพาะลูซิลถึงขานกไม่อยากขึ้นแสดงราอูลเข้ามาให้กำลังใจ สุดท้ายลูซิลก็ร้องได้เพราะฟรองกามาแอบอยู่ในรูหูของลูซิลและร้องเพลงไปพร้อมกัน ตอนจบศจ.กลับมาเลยผสมยาทำให้ฟรองกากลับมาอีกครั้ง พวกราอูลช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยการโยนเมล็ดทานตะวันที่อาบยาเร่งโตลงในน้ำให้ช่วยดูดน้ำที่กำลังท่วมปารีสอยู่ 

Green Zone(2010)

Green Zone(2010)

ดูแล้วมึนๆนิดหน่อย แบบว่ากล้องมันไม่นิ่ง ก็พอเข้าใจว่าอยากให้คนดูเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ ก่อนดูเรื่องนี้ควรมีข้อมูลเกี่ยวกับอิรักบ้าง จะทำให้เข้าใจเรื่องง่ายขึ้น เริ่มจากชื่อเรื่อง Green Zone ก็คือที่ตั้งของหน่วยงานสหรัฐ ที่คุ้นๆหูน่าจะชื่อกองกำลังปลดปล่อยอิรักอะไรนี่แหละ<<ไม่ชัวร์นะ  มิลเลอร์(แมทท์ เดมอน) หัวหน้าหน่วยค้นหาอาวุธเข้าตรวจค้นตามที่แหล่งข่าวบอกแต่ไม่เจออะไร ข่าวผิดพลาดมาตลอด  พาวด์สโตนที่เป็นหัวหน้าบอกว่าผู้อยู่เบื้องหลังโครงการอาวุธนี้คือนายพลอัล ราวี มิลเลอร์ได้เจอบราวน์ที่เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้เหมือนกัน บราวน์ให้นามบัตรกับมิลเลอร์ไว้ ถ้าพบอะไรน่าสงสัยให้ติดต่อมา

เฟรดดีที่เป็นชาวอิรักให้ข่าวกับมิลเลอร์ว่ามีการประชุม มิลเลอร์เข้าจับกุมไว้ได้กลุ่มนึงแต่ถูกอีกหน่วยเอาตัวไป มิลเลอร์ค่อยๆตามแกะรอยไปเจอนักข่าวที่เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องอาวุธ เรื่องของเรื่องคือ ตามข่าวบอกว่าอิรักมีโครงการอาวุธร้ายแรง WMD และสหรัฐฯก็ใช้ข้ออ้างนี้บุกยึดครองอิรัก แต่ความจริงแล้วพาวด์สโตนหัวหน้าหน่วยเองนั่นแหละเป็นคนสร้างข่าวเท็จ พาวด์สโตนเคยไปพบกับอัล ราวี(ในนามแมคเจลเลน)ที่จอร์แดน จริงๆแล้วไม่มีโครงการอาวุธอะไรทั้งนั้น มิลเลอร์ตามจนเจออัล ราวี มิลเลอร์ขอให้อัล ราวีขึ้นเป็นพยานให้การในศาล พาวด์สโตนสั่งกองกำลังสหรัฐเก็บอัล ราวีพร้อมปิดปากมิลเลอร์ ระหว่างหนีอัลราวีถูกเฟรดดีฆ่าตาย<<<เฟรดดีแค้นอัล ราวีที่ทำให้ตัวเองเสียขาไปข้างนึง สรุปเฟรดดีขาเดียวเก่งกว่ากองกำลังสหรัฐอีก  พออัลราวีตายเรื่องก็เงียบ สหรัฐให้ข่าวว่ามีชัยชนะเหนืออิรัก

มิลเลอร์เขียนรายงานความจริงทั้งหมดส่งให้พาวด์สโตน แล้วก็ก๊อปปีส่งให้กับสำนักข่าวต่างๆ ตอนจบมีการประชุมเพื่อประชาธิปไตยแต่ก็หาข้อสรุปอะไรไม่ได้ <<ความเข้าใจส่วนตัว สรุปว่าไอ้ที่พาวด์สโตนทำมาก็สูญเปล่า เพราะเหมือนสหรัฐกะว่าจะจัดตั้งรัฐบาลหุ่นที่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ แต่สุดท้ายมันก็ไม่เป็นไปตามนั้น

กล้าดีอ่ะ เรื่องนี้นำเสนอออกมาในแนวเสียดสีประเทศมหาอำนาจที่มีพื้นฐานมาจากเรื่องจริง(รึเปล่า) เรื่องอาวุธนี่เป็นแค่ข้ออ้างของสหรัฐในการกำจัดซัดดัม และบุกเข้ายึดครองอิรัก โห…. เพราะเป็นประเทศเสรีล่ะมั้งถึงทำหนังแนวนี้ได้ ลองเป็นพวกประเทศสังคมนิยม รักชาติทำหนังออกมาแนวนี้โดนแบนแน่นอน ดูเอาบันเทิงเนอะ แต่หนังจบแอบมึนๆเดินไม่ตรงทางอยู่เหมือนกัน หูอื้อตาลาย อย่างที่บอกว่าภาพมันออกแนว The Blair witch project ถือกล้องวิ่งตามพระเอกยังไงไม่รู้ ถ้าเทียบกันกับหนังแนวๆนี้ชอบ The Hurt Locker มากกว่าเยอะ

Departures(2008)

Departures(2008)

เปิดเรื่องมาด้วยพิธีศพ(แรกที่ลงมือเองของพระเอก)<<เกือบฮาตรงที่ศพดู(แต่หน้า)เป็นผู้หญิงแต่จริงๆแล้วเป็นผู้ชาย แล้วก็เล่าเรื่องย้อนกลับไปที่โคบายาชิ พระเอกเป็นนักดนตรี(เล่นเชลโลในวงออเคสตรา) แต่วงถูกยุบทั้งที่พระเอกเพิ่งซื้อเชลโลใหม่ ทำให้เป็นหนี้ 18 ล้านเยน สุดท้ายก็เลือกที่จะขายเชลโลแล้วกลับไปอยู่บ้านเก่าของแม่ที่บ้านนอก พอไปสมัครงาน(ที่พระเอกเข้าใจว่าเป็นงานเกี่ยวกับทัวร์เพราะมันลงประกาศว่าเกี่ยวกับการเดินทาง)ปรากฏว่าเป็นงานที่จัดการเกี่ยวศพ เงินเดือนสูงมาก แต่พระเอกไม่กล้าบอกภรรยาว่าเป็นงานอะไร เพราะที่ญี่ปุ่นอาชีพนี้มันออกจะแปลกๆอยู่ แต่จากที่ดูเป็นอาชีพที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมาก

เริ่มงานวันแรกพระเอกต้องนอนเป็นศพเพื่อถ่ายทำวีดีโอสาธิตขั้นตอนการจัดการศพ<<<ฮา+ได้ความรู้แปลกๆดี ชอบท่านประธานหน้าตายตลอดทั้งเรื่อง 5555 งานแรกของพระเอกเป็นคุณป้าที่อยู่คนเดียวตายมา 3 อาทิตย์ โอ้ว!!!! พระเอกก็อ้วกแถมตัวเหม็นกลับไป พระเอกแวะอาบน้ำเจอเพื่อนเก่าที่ทำร้านอาบน้ำคิดว่าพระเอกได้งานดี ยิ่งทำให้ไม่กล้าบอกใครว่าทำอาชีพอะไร พระเอกรื้อเชลโลเก่า(กับก้อนหินที่มีเรื่องราว)ที่บ้านมาเล่นแล้วก็คิดถึงแม่+รู้สึกผิดที่ทิ้งแม่ไป<<ตรงนี้ภาพสวยมากกกก หนังสื่อได้ดีมากตรงที่พระเอกไปยืนที่สะพานดูปลาแซลมอนว่ายทวนกระแสน้ำแล้วมีปลาตายลอยสวนตามน้ำไป ลุงที่ผ่านมาบอกว่าที่ปลามันพยายามว่ายทั้งๆที่สุดท้ายก็ตายเพราะมันอยากกลับบ้าน

อีกงานของพระเอก(ที่นั่งดูท่านประธานทำ)เป็นแม่บ้าน สามีที่นั่งเงียบมาตลอดพิธีร้องไห้แล้วมาขอบคุณท่านประธานตอนหลัง บอกว่าไม่เคยเห็นภรรยาสวยขนาดนี้มาก่อน ภรรยาพระเอกเริ่มสงสัยเพราะพระเอกต้องแอบออกไปทำงานตอนดึก ต่อมาภรรยาของพระเอกได้ดูวิดีโอสาธิตที่พระเอกไปเป็นศพแล้วเกิดรับไม่ได้เลยหนีไป เพื่อนพระเอกก็แสดงท่าทางรังเกียจ<< ตรงนี้งงมาก อะไรวะ?? อาชีพที่เกี่ยวกับศพมันสกปรกสังคมรังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ???

ศพต่อมาแม่รับสภาพลูกสาววัยรุ่นตัวเองไม่ได้ทั้งสีผมอะไรต่างๆที่เปลี่ยนไป งานก็วุ่นวายพระเอกถูกด่ากระทบ แบบว่าคนละเรื่องเดียวกันเลย พระเอกเลยมาขอลาออก ท่านประธานเล่าเรื่องภรรยาที่ตายไป เล่าได้ชิลมากเล่าไปกินไป สิ่งมีชีวิตต้องกินสิ่งที่ตายแล้วเพื่อมีชีวิตรอด พระเอกเริ่มชินกับงานที่ทำ เศร้าบ้าง ยิ้ม(ทั้งน้ำตา)ได้บ้าง มีงานนึงน่ารักมากหลานๆแต่งตัวให้คุณย่าแบบวัยรุ่น ต่อมาพระเอกเล่นเชลโลให้ท่านประธานฟังที่ร้านอาหาร คือพ่อของพระเอกทิ้งไปตั้งแต่ยังเด็กโดยที่พระเอกเข้าใจว่าพ่อเปิดร้านคอฟฟีช็อปแล้วหนีไปกับเด็กเสริฟ แล้ววันนึงภรรยาพระเอกก็กลับมาพร้อมข่าวดีว่าท้องและขอให้พระเอกเลิกทำอาชีพนี้ซะ ต่อมาพระเอกถูกตามให้ไปทำศพคุณป้าเจ้าของร้านอาบน้ำ(แม่ของเพื่อนที่เคยดูถูกพระเอกนั่นแหละ) ช่วงนี้หนังเดินเรื่องแบบเงียบๆแต่ได้อารมณ์มาก มันมีรายละเอียดมากมายในนั้น จุดที่ชัดมากคือพระเอกเอาผ้าพันคอมามาผูกให้คุณป้า คือคุณป้าแกจะผูกผ้าแบบนี้อยู่เสมอ ภรรยาพระเอกก็เข้าใจงานที่พระเอกทำอยู่มากขึ้น ลุง(มารู้ทีหลังว่าเป็นสัปเหร่อ)ที่มานั่งเล่นหมากรุกคนเดียวที่ร้านอาบน้ำทุกวันเล่นเอาน้ำตาซึมเลยทีเดียว บทสนทนากินใจมาก

เฉลยเรื่องก้อนหินที่ใช้แทนจดหมาย ถ้าก้อนหินเรียบแสดงว่าผู้ส่งอารมณ์ดี พ่อพระเอกเคยสัญญาว่าจะส่งก้อนหินมาให้ทุกปี แต่ไม่เคยส่งมาเลย ต่อมามีจดหมายถึงแม่พระเอกบอกว่าพ่อพระเอกตายแล้ว ท่านประธานให้รถพร้อมโลงศพกับพระเอก ที่จริงพ่อพระเอกไปช่วยชาวประมงทำงาน พระเอกทนไม่ได้ที่เห็นคนจัดการกับศพพ่อแบบง่ายๆลวกๆขอทำพิธีเอง ตรงนี้เป็นครั้งแรกที่ภรรยาพระเอกพูกออกมาว่าสามีของชั้นเป็นคนจัดการศพค่ะ ระหว่างจัดการศพทั้งน้ำตาพระเอกเจอหินก้อนเล็ก(ก้อนนั้นที่สมัยเด็กๆเคยแลกกับพ่อ)ที่พ่อกำไว้ในมือ ภรรยาพระเอกยื่นก้อนหินส่งให้พระเอกส่งให้ลูกในท้อง<<<< หนังจบได้สวยมาก

ดูหลายรอบมากเรื่องนี้ เป็นหนังที่เหมือนไม่มีอะไรเล่าเรื่องไปเรื่อยๆแต่มันมีอะไรซ่อนอยู่ในแต่ละซีนเยอะมาก ไม่ได้เศร้าจนน้ำตาแตกแบบเรื่องอื่นๆ แต่ดูจบแล้วรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเวลาสองชั่วโมงที่ดูไป… แค่นั้นก็พอแล้ว

 

PS ชื่อไทยของเรื่องนี้คือ “ความสุขนั้น…นิรันดร” จริงๆด้วย

The Negotiator(1998)

The Negotiator(1998)

เริ่มเรื่องด้วยแดนนี โรมัน(แซมมวล แอล แจ็คสัน)นักเจรจาต่อรองทำงานสำเร็จ ในงานเลี้ยงฉลองนาธานหรือเนทเพื่อนของแดนนีชวนไปคุยเรื่องที่กำลังสืบเรื่องมีตำรวจยักยอกเงินบำนาญ ต่อมาเนทเพจเรียกให้แดนนีไปพบ แต่เนทโดนฆ่าตายไปแล้วก่อนที่แดนนีจะไปถึง ตำรวจค้นบ้านแดนนีเจอบัญชีเงินฝากก้อนโตในธนาคารต่างประเทศ ทำให้แดนนีถูกฟรอสท์หัวหน้ายึดตราตำรวจคืน ระหว่างปรึกษาทนายแดนนีบุกไปหานีบัม(คนที่เนทบอกว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง)ที่ห้องพร้อมกับจับนีบัม ฟรอสท์ รูดี(อดีตคนร้ายที่เคยถูกแดนนีจับปัจจุบันทำงานเป็นสายตำรวจ)และแมกกีเลขาของนีบัม แดนนีขอให้ส่งคริส เซเบียน(เควิน สเปซี)มาเป็นคนเจรจาต่อรอง เพราะแดนนีไม่ไว้ใจคนที่เป็นเพื่อน เซเบียนต่อรองจนได้แลกตัวฟรอสท์ไป 1 คน

ต่อมามีการสั่งให้หน่วยสวาทบุกแดนนีเลยแกล้งจัดฉากว่าฆ่าตำรวจที่จับได้เพื่อเพิ่มน้ำหนักในการต่อรอง แดนนีเจอข้อมูลเสียงในคอมพิวเตอร์ของนีบัม ที่แท้นีบัมดักฟังเนททำให้รู้ความเคลื่อนไหว พอเนทใกล้ถึงตัวเลยฆ่าทิ้ง แต่แดนนียังขาดหลักฐานสำคัญ เซเบียนถูกสั่งปลดและมีการสั่งบุกอีกครั้งตอนที่แดนนีเริ่มถอดใจแมกกีบอกว่าหลักฐานอาจอยู่ที่บ้านนีบัม เซเบียนบุกขึ้นไปหาแดนนีอีกครั้ง ช่วยพาแดนนีหนีไปได้ ที่บ้านนีบัมฟรอสท์ตามมาตั้งใจจะเก็บแดนนีแต่ถูกเซเบียนซ้อนแผน แกล้งยิงแดนนีแล้วต่อรองกับฟรอสท์จนฟรอสท์ตกลง แต่เสียงของฟรอสท์กลายเป็นหลักฐานมัดตัวเองเพราะเซเบียนเปิดวิทยุทิ้งไว้ ฟรอสท์ถูกจับพยายามฆ่าตัวตายแต่ถูกยิงปืนร่วงซะก่อนเลยต้องไปชดใช้กรรมต่อในคุก เซเบียนคืนตราให้กับแดนนี…จบ 

The Last Samurai(2003)

The Last Samurai(2003)

เปิดมาด้วยคำบรรยายถึงประเทศญี่ปุ่นว่าเกิดจากการที่เทพเจ้าจุ่มดาบลงในทะเลพอดึงดาบขึ้นมาก็มีน้ำหยดลงทะเล 4 หยดแต่ละหยดก็คือเกาะแต่ละเกาะรวมกันเป็นประเทศญี่ปุ่นแต่คนเล่าเชื่อว่าญี่ปุ่นถูกสร้างขึ้นมาด้วยนักรบกล้าเพียงหยิบมือที่พร้อมสละชีวิตเพื่อสิ่งที่เหมือนจะถูกลืมเลือนไปแล้วก็คือ “ศักดิ์ศรี” ตัดไปที่สหรัฐฯในปี 1876 เนธาน อัลเกรน(ทอม ครุยส์)อดีตนายทหารกล้าที่ได้รับเหรียญกล้าหาญมากมายจากการขับไล่อินเดียนแดง เนธานที่ตอนนี้ติดเหล้าเบื่อที่จะต้องออกไปเล่าเรื่องแสดงความกล้าหาญเป็นหน้าเป็นตาให้กับกองทัพ เนธานทำลายโชว์ต่อหน้าผู้ชมจนถูกไล่ออก

เนธานได้รับมอบหมายจากผู้พันแบกลีย์ที่ติดต่อค้าขายอาวุธให้กับชาวญี่ปุ่นให้ไปช่วยฝึกทหารญี่ปุ่นใช้อาวุธเพื่อจัดการกับคัทสึโมโตซามูไรที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์ เนธานเดินทางไปญี่ปุ่นได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิ(ยังหนุ่ม)ที่ถูกโอมูระพยายามชี้นำให้รวมประเทศกับตะวันตกโดยมีเกรแฮมเป็นล่าม เนธานได้รับมอบหมายให้ฝึกทหารและสอนวิธีใช้ปืน ตอนนั้นพวกซามูไรที่นำโดยคัทสึโมโต(เคน วาทานาเบ)บุกมาทำลายทางรถไฟ คัทสึโมโตเป็นอ.ของจักรพรรดิและเป็นซามูไรที่ไม่เห็นด้วยกับการละทิ้งวิถีดั้งเดิมหันไปรับอารยธรรมตะวันตก ดังนั้นโอมูระเลยต้องการฝึกทหารเพื่อล้างเผ่าพันธุ์ซามูไร โอมูระสั่งให้เนธานนำทหารเผชิญหน้ากับพวกคัทสึโมโตที่มาทำลายทางรถไฟแต่เนธานบอกว่าทหารยังไม่พร้อม<<ตอนนั้นทหารญี่ปุ่นไม่กล้าแม้แต่จะยิงปืนใส่เนธาน แต่แบ็กเลย์ไม่สนสั่งเคลื่อนพล

พวกทหารถูกกองกำลังซามูไรจัดการจนหนีกระเจิง แกนท์ผู้ช่วยของเนธานถูกซามูไรฆ่าตาย เนธานที่ถูกซามูไรล้อมไว้ต่อสู้และฆ่าน้องเขยของคัทสึโมโตตาย คัทสึโมโตสั่งให้จับตัวเนธานกลับไปที่ค่าย คัทสึโมโตให้เนธานพักที่บ้านของทากะน้องสาวที่สามีเพิ่งถูกเนธานฆ่าตาย ทากะคอยดูแลและทำแผลให้เนธาน คัทสึโมโตได้อ่านหนังสือที่เนธานเขียนเรื่องเกี่ยวกับการขับไล่อินเดียนแดง จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เนธานฝันร้ายมาตลอดและกลายเป็นคนติดเหล้า พอเริ่มหายดีเนธานได้เรียนรู้วิถีซามูไร เนธานได้ฝึกการใช้ดาบแบบซามูไร เนธานเริ่มหลงรักทากะ โอมูระส่งนินจามาลอบทำร้ายคัทสึโมโตที่ค่าย เนธานช่วยจัดการกับพวกนินจา ต่อมาจักรพรรดิเชิญคัทสึโมโตไปพบ เนธานกลับเข้าเมืองพร้อมคัทสึโมโตและถูกแบ็กลีย์ถามเรื่องค่ายซามูไรแต่เนธานไม่ยอมตอบ แบ็กลีย์สั่งให้เนธานนำกองทัพทหารบุกทำลายพวกซามูไรให้สิ้นซาก

คัทสึโมโตไม่ยอมปลดอาวุธเข้าสภาแต่จะยอมมอบให้กับจักรพรรดิเท่านั้นเลยถูกโอมูระสั่งขังไว้ เนธานร่วมมือกับเกรแฮมที่เป็นล่ามช่วยคัทสึโมโตออกมา โนบุทาดะลูกชายของคัทสึโมโต(ก่อนหน้านี้มีเรื่องกับทหารและถูกตัดผมเนธานมาช่วยไว้)บุกมาช่วยพ่อแต่บาดเจ็บและเสียชีวิต เนธานกลับมาที่หมู่บ้านพร้อมกับคัทสึโมโตและพร้อมจะช่วยพวกซามูไรต่อสู้กับกองทหาร ทากะให้อภัยที่เนธานฆ่าสามีและมอบชุดเกราะของสามีให้กับเนธาน ส่วนคัทสึโมโตมอบดาบให้ พวกซามูไรเผชิญหน้ากับกองทัพติดอาวุธพร้อมปืนใหญ่ที่นำโดยแบ็กลีย์และโอมูระ แบ็กลีย์สั่งยิงปืนใหญ่และสั่งบุก พวกซามูไรถอยไปตั้งรับจากนั้นก็เผาและยิงธนูใส่พวกทหารทัพหน้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันพวกซามูไรเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่กองทัพของฝ่ายทหารมีมาอีกเรื่อยๆ

คัทสึโมโตถูกแบ็กลีย์ยิงได้รับบาดเจ็บ คัทสึโมโตบอกกับเนธานว่าต้องการตายด้วยดาบของตัวเองตามวิถีของซามูไร เนธานช่วยจับมือคัทสึโมโตแทงตัวตายด้วยดาบ พวกทหารเห็นภาพแล้วเกิดสำนึกได้พากันวางอาวุธและคำนับคัทสึโมโตซามูไร(ชาวญี่ปุ่น)คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในสนามรบ ตัดมาที่องค์จักรพรรดิกำลังจะเซ็นต์สนธิสัญญาเข้าร่วมกับตะวันตก เนธานนำดาบของคัทสึโมโต(ที่เคยบอกว่าจะมอบแด่องค์จักรพรรดิเพียงผู้เดียว)มาถวาย จักรพรรดิน้ำตาไหลคิดได้ประกาศยกเลิกสัญญา โอมูระพยายามคัดค้านจักรพรรดิเลยส่งดาบให้โอมูระ(ประมาณให้โอมูระฆ่าตัวตาย) โอมูระถอยหนีไป จักรพรรดิถามเนธานถึงตอนที่คัทสึโมโตตายเนธานบอกให้เล่าว่าคัทสึโมโตอยู่อย่างไรดีกว่า ยุคซามูไรสิ้นสุดลง เนธานมอบบันทึกให้กับเกรแฮม ทั้งหมดที่ดูมาเป็นเรื่องเล่าจากเกรแฮม เกรแฮมเล่าต่อว่าบ้างก็ว่าเนธานกลับประเทศแต่เกรแฮมคิดว่าเนธานกลับไปที่หมู่บ้านซามูไรกลับไปหาทากะแล้วหนังก็จบ

หนังยาวมากแต่ได้อะไรเยอะมากจากหนังเรื่องนี้ คนไม่ชอบหนังแนวนี้อาจจะเบื่อแต่ถ้าดูแล้วคิดตามไปด้วยมันมีประเด็นให้เก็บมาคิดเยอะ เหตุการณ์ก็คล้ายๆกับจีนหลายๆเรื่องที่ฮ่องเต้ถูกขุนนางใช้เป็นหุ่นเชิด แต่เรื่องนี้ต่างออกไปตรงที่สุดท้ายจักรพรรดิยังพอมีอำนาจอยู่บ้างเข้าใจในที่สุด(ถึงจะช้าไปหน่อย)ในสิ่งที่คัทสึโมโตพยายามจะบอกให้คงไว้ซึ่งวิถีและวัฒนธรรมของตัวเอง อีกประเด็นชัดๆคือเรื่องของการให้อภัย ที่ทากะต้องคอยดูแลเนธานที่เป็นคนฆ่าสามีตัวเองตอนหลังยอมมอบชุดเกราะของสามีให้เนธานใส่ คัทสึโมโตก็โคตรแมน ยกย่องว่าน้องเขยตายอย่างสมศักดิ์ศรีและไม่ได้ล้างแค้นเนธานแต่กลับเข้าใจว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ตอนที่โนบุทาดะลูกชายคัทสึโมโตตายก็ซึ้งมันอยู่ในบทและภาพที่สื่อออกมา สรุปว่าเป็นอีกเรื่องที่ชอบ

Beastly(2011)

Beastly(2011)

ไคล์ คิงสัน(อเล็กซ์ เพททิเฟอร์ พระเอก I am number 4)หนุ่มหล่อสุดป๊อปชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานกลุ่มอนุรักษ์ เคนดรา(แมรี-เคท โอลเซน)ผู้หญิงประหลาดที่มีรอยสักสาปให้ไคล์มีหน้าตาอัปลักษณ์หลังจากที่ถูกไคล์พูดจาดูถูก หลังจากงานเลี้ยงเลิกหน้าและตัวของไคล์มีแต่รอยสักและรอยแผลเป็น เคนดราบอกว่าเมื่อครบ 1 ปีพอรอยสักรูปต้นไม้ที่ข้อมือของไคล์ออกดอกถ้าไคล์ยังไม่เจอคนที่รักใคล์จริงๆไคล์จะต้องอยู่ในสภาพนั้นตลอดไป ไคล์กลับไปบ้านพ่อของไคล์ที่เป็นผู้ประกาศข่าวชื่อดังพาไคล์ไปพาหมอแต่ไม่มีทางรักษาได้ พ่อส่งไคล์ไปอยู่พักที่ห่างไกลผู้คนและสัญญาว่าจะคอยดูแลแต่พ่อกลับไม่เคยมาเยี่ยมไคล์อีกเลย ปล่อยให้ไคล์อยู่กับโซลาแม่บ้านต่างด้าวและส่งวิล(เนล แพทริค แฮริส)ครูตาบอดมาอยู่เป็นเพื่อนไคล์

ไคล์น้อยใจพ่อเลยออกไปขี่รถเล่น ไคล์ได้เจอกับลินดี(วาเนสซา ฮัดเกนส์)ที่เคยขอถ่ายรูปกับไคล์สมัยไคล์ยังหล่อ ไคล์ตามเฝ้าดูลินดีบังเอิญพ่อของลินดีที่ติดยาและบังเอิญมีเรื่องกับอันธพาล พ่อของลินดียิงอันธพาลตายไปคนนึง อัธพาลขู่จะเอาชีวิตลูกสาว ไคล์ที่เข้าไปช่วยลินดีที่สลบตกลงกับพ่อของลินดีจะปกป้องลินดีเอง พ่อของลินดีตกลงพาลินดีไปอาศัยอยู่กับไคล์โดยอ้างว่าไคล์เป็นลูกของเพื่อนพ่อ ไคล์ให้ลินดีเรียกตัวเองว่าฮันเตอร์ ไคล์พยายามหาของมาเอาใจลินดีทั้งกระเป๋า เครื่องประดับแต่ลินดีไม่สนใจสิ่งของ โซลาแนะนำว่าผู้หญิงไม่ได้ต้องการของพวกนี้ ไคล์ซื้อขนมมาฝากลินดี ไคล์เปิดประตูเข้าไปรูปที่ลินดีเคยถ่ายกับตัวเอง ลินดียอมรับขนมจากไคล์

ไคล์กล้าเปิดเผยใบหน้าให้ลินดีเห็นแต่ลินดีกลับไม่ตกใจกลัว ไคล์สร้างเรือนกระจกปลูกต้นไม้ให้ลินดีบนดาดฟ้าทำให้ลินดีประทับใจมาก ไคล์ให้วิลสอนเรื่องกลอน วิลปล่อยให้ไคล์อยู่กับลินดี ไคล์เขียนจดหมายรักถึงลินดีแต่ยังไม่ได้ส่งให้ ใกล้ครบกำหนด 1 ปีไคล์ไปพบเคนดราขอยืดระยะเวลาแต่เคนดราบอกช่วยไม่ได้ ไคล์แสดงให้เห็นว่าเริ่มรู้จักเห็นใจผู้อื่น ไคล์ขอให้ตาของวิลมองเห็นและของให้โซลาได้พบกับลูกๆ วิลแนะนำให้ไคล์พาลินดีไปเที่ยวพักผ่อนที่กระท่อมของพ่อ<<ไคล์เรียกแบบนั้นแต่ความจริงน้องๆปราสาทเลยแหละ ระหว่างทางพ่อของลินดีส่ง SMS มาบอกว่าพวกอันธพาลถูกจับแล้วให้ลินดีกลับบ้านได้ ไคล์ที่แกล้งหลับเห็นข้อความแต่ลินดีลบข้อความทิ้ง ที่กระท่อมไคล์เกือบจะจูบกับลินดีแต่บังเอิญโทรศัพท์ดัง พ่อของลินดีเข้าโรงพยาบาลเพราะเสพยาเกินขนาด ไคล์ไปส่งลินดีขึ้นรถไฟและให้จดหมายกับลินดี พอรถไฟออกไคล์เกิดเปลี่ยนใจไม่อยากให้ลินดีเปิดอ่าน

หลังจากอ่านจดหมาย ลินดีพยายามโทรหาแต่ไคล์ไม่ยอมรับโทรศัพท์ วิลกับโซลาบอกกับไคล์ว่าลินดีกำลังจะออกเดินทางไปเที่ยวมาชู พิกชู(ลินดีอยากไปมาก ทำงานพิเศษเก็บเงินมาตลอด) ไคล์ไปถึงบอกรักลินดี ลินดีเปิดฮูดและจูบไคล์ ก่อนไปลินดีบอกรักไคล์ จากนั้นไคล์ก็กลับมาหล่อเหมือนเดิม พอถึงวันกลับของลินดีไคล์ไปรอรับ ลินดีออกมาตามหาแต่ฮันเตอร์ ไคล์พยายามเรียกและเล่าเรื่องที่คนหลงตัวเองนิสัยไม่ดีถูกสาปกลายเป็นคนอัปลักษณ์ ลินดีไม่ได้สนใจจนกระทั่งลินดีกดโทรศัพท์หาฮันเตอร์แต่กลายเป็นว่าโทรศัพท์ของไคล์ดัง ลินดีเลยรู้ว่าตลอดมาไคล์ก็คือฮันเตอร์ ไคล์กับลินดีออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก ตาของวิลมองเห็น โซลาได้กรีนการ์ดสำหรับลูกๆสามคน ตอนจบเคนดราไปเป็นพนักงานใหม่กำลังจะเข้าพบกับพ่อของไคล์