Hidden Figures(2016)

แคเทอรีน แมรีและโดโรธีเป็นสาวผิวสีที่ทำงานอยู่ที่นาซาแต่เนื่องจากสมัยนั้นยังมีการเหยียดผิว พวกผิวสีเลยเป็นเหมือนพลเมืองชั้นสองที่ทำงานรวมทั้งห้องน้ำก็ถูกแบ่งแยก โดโรธีรับหน้าที่ของหัวหน้าแผนกมานานแต่ไม่มีการเลื่อนขั้น แมรีก็ได้รับคัดเลือกให้ร่วมงานกับทีมวิศวกรทั้งที่แมรีมีความสามารถแต่เพราะการกีดกันแมรีเลยไม่กล้าสมัคร ส่วนแคเทอรีนมีทักษะด้ารการคำนวณสูงมากจนถูกทีมอวกาศที่มีอัล แฮริสันเป็นหัวหน้าเรียกไปทำหน้าที่นักคำนวณ

แคเทอรีนทำงานด้วยความอึดอัด พอลปิดบังข้อมูล แม้แต่น้ำร้อนยังถูกแบ่งแยกที่พีคสุดคือไม่มีห้องน้ำสำหรับคนผิวสีที่ตึกแคเทอรีนต้องเดินครึ่งไมล์กลับมาเข้าห้องน้ำที่ตึกเก่าต่อมาแคเทอรีนเริ่มแสดงความสามารถจนอัลยอมรับแต่พอลยังคอยขัดขวางอยู่ แคเทอรีนได้รู้จักกับจิมที่โบสถ์ เพื่อนๆเชียร์ให้แคเทอรีนซึ่งเป็นหม้ายลูกติดรักกับจิมต่อมาทั้งคู่ก็พัฒนาความสัมพันธ์ แมรีตัดสินใจสมัครตำแหน่งวิศวกรแต่ตามระเบียบนาซาจะต้องจบที่วิทยาลัยคนผิวขาวแมรีเลยฟ้องศาลจนในที่สุดแมรีก็ได้เป็นคนผิวสีคนแรกที่ได้เรียนภาคค่ำในวิทยาลัยของคนขาว

ตอนนั้นเริ่มมีการนำคอมพิวเตอร์ IBM มาใช้ในการคำนวณโดโรธีที่เก่งเรื่องเครื่องยนต์แอบเข้าไปเรียนรู้ระบบแถมยังเอามาสอนเพื่อนๆที่แผนก โดโรธีสามารถใช้เครื่องได้จนเป็นที่ยอมรับในที่สุดโดโรธีก็ได้งานที่แผนกคอมพิวเตอร์ โดโรธีเริ่มเรียกร้องให้ทีมเข้าไปทำงานด้วย โครงการอวกาศเริ่มถูกรัฐบาลเร่งรัดเพราะตอนนั้นสหรัฐฯแข่งขันกับโซเวียต แคเทอรีนขอเข้าร่วมประชุมแต่พอลไม่ยอมสุดท้ายอัลพาแคเทอรีนเข้าร่วมประชุมด้วย แคเทอรีนทำห้ทุกคนในห้องอึ้งด้วยการคำนวณจนเป็นที่ยอมรับ จอห์น เกลนที่รับหน้าที่เป็นนักบินอวกาศชื่นชมแคเทอรีนมาก ต่อมาพออัลรู้เรื่องห้องน้ำก็เปลี่ยนกฎยกเลิกการแบ่งแยกห้องน้ำ

จิมขอแคเทอรีนแต่งงานซึ่งลูกของแคเทอรีนก็ชอบจิม ต่อมาเมื่อระบบคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานแคเทอรีนก็ถูกให้ออกจากแผนกเพราะไม่มีงานสำหรับนักคำนวณอีกต่อไป โดโรธีเริ่มเป็นที่ยอมรับในฐานะหัวหน้าแผนก พอถึงกำหนดปล่อยยานคอมพิวเตอร์ดันคำนวณพลาด จอห์นไม่ไว้ใจเครื่องจักรที่ไม่สามารถมองตาได้ขอให้แคเทอรีนเป็นคนคำนวณพิกัดสำหรับลงจอด อัลส่งลูกน้องไปหาแคเทอรีนที่ตึกเก่าเพื่อให้แคเทอรีนเป็นคนคำนวณ แคเทอรีนเอาผลไปส่งที่อัลเชิญแคเทอรีนเข้าไปในห้องควบคุมด้วย ยานขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ ระหว่างโคจรเกิดปัญหานิดหน่อยแต่ก็แก้ปัญหาได้สุดท้ายจอห์น เกลนกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย อัลถามแคเทอรีนว่าไปดวงจันทร์ไหวมั้ย

Keeping Up with the Joneses(2016)

เจฟกับแคเร็นอาศัยอยู่บ้านชานเมือง เจฟทำงานผ่ายบุคคลที่รับหน้าที่แก้ปัญหาต่างๆ มีเพื่อนบ้านย้ายมาใหม่คือทิมและนาตาลีทั้งคู่เป็นคู่รักที่ดูเพอร์เฟคมากแต่จริงๆแล้วสองคนนี้เป็นสายลับที่มาปฏิบัติงานแต่ก็ตกหลุมรักกันจริงๆ ทิมแอบไปที่ทำงานและแอบเข้าอีเมลล์ของเจฟเพื่อสืบเรื่องสกอร์เปียนจากนั้นทิมก็เริ่มตีสนิทกับเจฟ แคเร็นก็เริ่มสงสัยนาตาลี ต่อมาเจฟกับแคเร็นเจอเครื่องดักฟังในแก้วเป่าของขวัญที่ทิมกับนาตาลีเอามาให้

เจฟกับแคเร็นแอบเข้าบ้านทิมแล้วก็เจอคอมพิวเตอร์กับปืนปากกาสายลับ เจฟกับแคเร็นนัดเจอพนักงานอีกคนของบริษัทแต่ไม่นานคนนั้นก็ถูกยิงตายไปต่อหน้า เจฟกับแคเร็นพยายามหนีทิมกับนาตาลีมาช่วยทั้งคู่ไว้ พอกลับถึงบ้านก็แยกย้ายกัน ไม่นานบ้านของทิมกับนาตาลีก็ระเบิด เจฟกับแคเร็นให้การฟฏิเสธว่าไม่รู้อะไร ต่อมาทิมกับนาตาลีที่ยังไม่ตายแถมยังจับตัวเพื่อนร่วมงานของเจฟที่เป็นคนมาขอให้คอมพิวเตอร์ของเจฟติดต่อซื้อขายชิปกับสกอร์เปียน สกอร์เปียนติดต่อมาเจฟสวมรอยเป็นคนติดต่อรับนัดส่งของให้สกอร์เปียนโดยมีคู่ทิมกับนาตาลีคอยเป็นแบ็คอัพให้

เจฟกับแคเร็นถูกพาตัวไปพบสกอร์เปียนแต่ทางหน่วยปฏิเสธความช่วยเหลือทิมกับนาตาลีเลยต้องบุกมาช่วยเจฟกับแคเร็นแทน ทิมกับนาตาลีช่วยเจฟกับแคเร็นได้สำเร็จทั้งสองคู่บอกลากัน ตัดมาที่ซัมเมอร์ต่อมาเจฟกับแคเร็นออกเดินทางไปท่องเที่ยวตามรอยทิมกับนาตาลีแล้วก็เจอทิมกับนาตาลีกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ เจฟกับแคเร็นต้องร่วมภารกิจโดยบังเอิญอีกครั้งหนังตัดจบตอนเริ่มยิงกัน

Exam(2009)

ผู้สมัคร 8 คนเข้าสอบข้อเขียนเพื่อสมัครงาน ในห้องมีกระดาษหมายเลขของผู้สมัครแต่ละคนวางอยู่บนโต๊ะ คนคุมสอบมาบอกกฎหลักๆคือมีเวลา 80 นาทีในการตอบคำถาม ห้ามสื่อสารกับผู้คุมสอบและยามที่มายืนเฝ้าอยู่ในห้องและห้ามทำลายกระดาษคำตอบของตัวเอง ก่อนไปผู้คุมสอบถามว่าใครมีคำถามทุกคนเงียบผู้คุมเริ่มกดเวลานับถอยหลังแล้วออกจากห้องไปเหลือแค่ยามกับผู้สมัครแปดคน ทุกคนเริ่มพลิกกระดาษเพื่อดูคำถามแต่ไม่มีคำถาม สาวเอเชียเป็นคนแรกที่เริ่มเขียนข้อความประมาณว่าตัวเองสมควรได้งานแล้วก็ถูกยามจับตัวออกจากห้องไป

คนที่เหลือเริ่มงงแล้วไวท์ก็เริ่มพูดขึ้นมาว่ากฎไม่ได้ห้ามสื่อสารกันเอง ไวท์เริ่มตั้งชื่อสมมติให้กับทุกคนมีบราวน์ แบล็ค บลอนด์ บรูเน็ต ดาร์คและเดฟที่เป็นผู้ชายท่าทางแปลกๆ ผู้สมัครแต่ละคนเริ่มออกความเห็นเริ่มจากเอากระดาษส่องที่ไฟ ทำลายไฟจนเป็นไฟแบล็คไลท์ เรดไลท์ก็ยังมองไม่เห็นคำถามบนกระดาษ บรูเน็ทเจอไฟแช็คในกระเป๋ากางเกงของยามเลยเริ่มคิดเผาสปริงเกอร์เผื่อว่าน้ำที่ฉีดออกมาจะเป็นสารเคมีเหมือนการล้างรูปแต่ก็ยังไม่ใช่ ไวท์เอากระดาษคำตอบของบรูเน็ตส่งให้บรูเน็ตจุดไฟเผากระดาษคำตอบตัวเองเลยถูกยามพาตัวออกไป

ไวท์กดดันจนเดฟฉีกกระดาษคำตอบของตัวเองเลยถูกยามพาออกไปอีกคนแต่ก่อนไปเดฟทำแว่นตาตกไว้ในห้อง คนที่เหลือเริ่มรู้สึกไม่พอใจพฤติกรรมของไวท์ แบล็คต่อยไวท์สลบแล้วจับมัดไว้กับเก้าอี้ ไวท์ฟื้นขึ้นมาบอกว่าตัวเองเป็นโรคถึงเวลาต้องกินยาไม่งั้นจะเริ่มชักแต่ไม่มีใครเชื่อ คือตอนนั้นเหมือนว่ามีโรคระบาดร้ายแรงเกิดขึ้น ผู้สมัครแต่ละคนก็มีญาติหรือผู้เกี่ยวข้องติดเชื้อ บราวน์เริ่มออกลายอีกคนใช้กระดาษบาดต้นขาเพื่อทรมานให้ดาร์คที่เคยทำงานกับบริษัทนี้อยู่แล้วยอมบอกข้อมูล ดาร์คเองก็ไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมากนอกจากเป็นบริษัทยารายใหญ่ ไวท์เริ่มมีอาการชักแต่หายาไม่เจอ บราวน์เป็นคนแอบขโมยไปใช้หมากฝรั่งติดไว้ใต้โต๊ะต่อมาบลอนด์เป็นคนหายาเจอ แต่ก่อนจะให้ยากับไวท์ก็ทะเลาะกันจนยาตกท่อ ดาร์คทนไม่ไหวสื่อสารกับคนคุมสอบให้มาช่วยไวท์จนถูกพาตัวออกไป บลอนด์ใช้กิ๊บติดผมคีบขึ้นมาช่วยชีวิตไวท์ไว้ได้

พอหายดีไวท์ที่อ้างว่ารู้คำถามก็บอกว่าจริงๆแล้วไม่มีคำถามหรอกแค่เป็นการทดสอบเพื่อให้เหลือผู้สมัครคนสุดท้ายเท่านั้นที่จะถูกจ้าง แบล็คขโมยปืนจากยามแต่ใช้ไม่ได้เพราะต้องสแกนลายนิ้วมือยามเท่านั้นถึงจะยิงได้ ไวท์อาศัยจังหวะแย่งปืนไปใส่มือยามแล้วเล็งมาที่คนที่เหลือบังคับให้ออกจากห้องไป เริ่มจากบราวน์ตามด้วยบลอนด์ ก่อนออกจากห้องบลอนด์สั่งให้ปิดไฟด้วยคำสั่งเสียงเพื่อจะช่วยแบล็คแต่ไวท์สั่งเปิดไฟแบล็คถูกยิง

บลอนด์ออกจาห้องแต่ขาอีกข้างยังยันประตูอยู่ เวลาหมดพอดีไวท์คิดว่าตัวเองเป็นคนสุดท้ายที่เหลืออยู่เลยพูดกับซีอีโอหลังกระจก ยามเข้ามาชาร์จตัวไวท์ยกนาฬิกาให้ดูว่าเวลายังไม่หมด คือก่อนหน้านี้เดฟแอบกดเร่งเวลาไว้ตอนชุลมุน บลอนด์เห็นแว่นตาที่เดฟทำตกไว้แล้วก็นึกขึ้นได้ บลอนด์รีบกลับเข้าห้องใช้แว่นตาของเดฟกับเศษกระจกแตกส่องหาที่กระดาษคำตอบของตัวเองที่บลอนด์แอบซ่อนไว้ใต้โต๊ะไม่ให้เปียกน้ำตอนพวกไวท์เผาหัวสปริงเกอร์  บลอนด์เจอคำถามซ่อนอยู่จริงๆว่า Question 1.

คนคุมสอบเข้ามาในห้องพร้อมกับเดฟซึ่งคนคุมสอบแนะนำว่าเดฟก็คือนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นซีอีโอ บลอนด์ยื่นกระดาษคำตอบให้พร้อมกับตอบว่า No ซึ่งคำถามก็คือคำถามที่คนคุมสอบถามก่อนจะออกจากห้องไป หนังเฉลยว่าบริษัทเพิ่งคิดค้นยาตัวใหม่สำหรับโรคระบาดแต่ยาดันประสิทธิภาพดีเกินกว่าที่คิดจนสามารถฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว บลอนด์ไปดูแบล็คปรากฏว่าแผลที่ถูกยิงเริ่มหายแล้วเป็นเพราะกระสุนปืนของยามบรรจุยาไว้ คนคุมสอบอธิบายว่าบริษัทต้องการผู้บริหารที่มีความสามารถในการตัดสินใจ ฉลาดมีไหวพริบและมีศีลธรรมซึ่งบลอนด์มีครบ บลอนด์ตอบตกลงร่วมงานกับเดฟ

Cleveland Abduction(2015)

หนังจากเหตุการณ์จริง มิเชลแม่เลี้ยงเดี่ยววัยรุ่นกำลังจะไปรับลูกชายที่สถานสงเคราะห์ ระหว่างทางเจอกับแอเรียลพ่อของเพื่อนที่อาสาขับรถไปส่ง ระหว่างทางแอเรียลหลอกมิเชลให้แวะที่บ้านเพื่อเอาลูกหมาไปให้ลูกชาย กลายเป็นว่ามิเชลถูกแอเรียลขังจับล่ามโซ่ไว้ในบ้านและถูกข่มขืน มิเชลพยายามหนีพยายามขอความช่วยเหลือแต่ไม่สำเร็จ แอเรียลเริ่มยอมให้ทีวีกับมิเชลต่อมาก็ให้เลี้ยงหมา มิเชลพยายามหนีตอนที่แอเรียลลืมล็อคกุญแจแต่แอเรียลจับได้เลยหักคอหมาตายตอ่หน้ามิเชล

ต่อมาแอเรียลจับผู้หญิงมาอีกคนชื่ออแมนดา ครอบครัวของอแมนดาออกข่าวตามหาอแมนดา มิเชลพยายามชวนอแมนดาหนีแต่แอเรียลขู่จนอแมนดาไม่กล้า มิเชลตั้งท้องก็ถูกแอเรียลใช้ดัมเบลทุบจนแท้งเพราะรังเกียจที่มิเชลเป็นคนที่ไม่มีใครต้องการไม่มีใครตามหาเลยตั้งแต่มิเชลหายตัวไป แอเรียลจับจีนามาอีกคนมาขังรวมกับมิเชล อแมนดาตั้งท้องคราวนี้แอเรียลดีใจมาก อแมนดาคลอดลูกสาวก็เลี้ยงกันอยู่ในบ้านโดยที่สามสาวยังคงถูกขังอยู่แบบนั้นนานถึง 13 ปี

แอเรียลเริ่มมีปัญหาเรื่องเงิน วันนึงแอเรียลเปิดประตูหน้าบ้านทิ้งไว้ก่อนจะออกไปหาอาหาร ลูกสาวของอแมนดาเห็นเข้าก็รีบบอกแม่จนสุดท้ายทั้งสามคนได้รับการช่วยเหลือ อแมนดากับจีนากลับไปอยู่กับครอบครัวเหลือแต่มิเชลที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาล แม่ของมิเชลมาขอเยี่ยมแต่มิเชลไม่ยอมพบ มิเชลขึ้นศาลให้การเอาผิดแอเรียล มิเชลขอให้ศาลลงโทษจำคุกแอเรียลเพราะถ้าตายจะง่ายเกินไป มิเชลขอให้ตำรวจช่วยตามหาลูกชายที่ตอนนี้มีคนรับเลี้ยงให้ มิเชลย้ายออกจากโรงพยาบาลตำรวจมาแจ้งข่าวเรื่องครอบครัวที่รับเลี้ยงลูกชายของมิเชลไม่ยอมให้พบเพราะกลัวมีผลกับลูก ตำรวจแนะนำให้ฟ้องศาลเอาลูกคืนแต่สุดท้ายมิเชลก็ยอมเข้าใจ มิเชลเริ่มเขียนหนังสือจนกลายเป็นหนังสือขายดี

Dumb and Dumber To(2014)

ลอยด์แกล้งเป็นบ้านานถึง 20 ปีหลอกแฮรีที่มาเยี่ยมทุกวันพุธ อยู่ๆลอยด์ก็เฉลยแล้วกลับบ้าน แฮรียังคงอยู่อพาร์ทเมนท์เดิมแต่มีรูมเมทใหม่เป็นคนผลิตยาไอซ์<<<<ทำกันในห้องเลย แฮรีบอกกับลอยด์ว่าตัวเองต้องผ่าตัดเปลี่ยนไต ลอยด์พาแฮรีกลับบ้านพ่อแม่ แฮรีเพิ่งรู้ว่าถูกพ่อแม่ชาวจีนรับเลี้ยง ก่อนกลับพ่อแม่ให้จดหมายเก่าๆแฮรีพบโปสการ์ดจากฟรายดาสาวที่แฮรีเคยมีอะไรด้วยบอกว่าท้อง

ลอยด์ให้แฮรีไปหาลูกเพื่อขอรับบริจาคไต พอเจอฟรายดาก็พบว่าฟรายดาให้ลูกกับคนื่อนไปตั้งแต่ตอนนั้น ฟรายดาเคยส่งจดหมายไปหาลูกสาวแต่ถูกตีกลับบอกไม่ให้ติดต่อมาอีก แฮรีกับลอยด์อาสาตามหาลูกให้ฟรายดาเลยให้ทั้งคู่ยืมรถขนศพไป แฮรีกับลอยด์ไปถึงบ้านลูกสาวที่นักวิทยาศาสตร์รับเลี้ยง เพนนีเพิ่งไปงานประชุมวิทยาศาสตร์แทนพ่อแต่เพนนีลืมโทรศัพท์กับประเป๋าไว้ แม่เลี้ยงที่วางแผนฆ่าศจ.เลยให้ชู้รักพาแฮรีกับลอยด์ไปหาเอากล่องผลงานมูลค่ามหาศาลที่ศจ.ตั้งใจมอบให้กับชาวโลกไปให้เพนนี

ระหว่างทางชู้รักของคุณนายวางแผนฆ่าลอยด์กับแฮรีแต่พลาดตายซะเอง พี่ชายที่เป็นทหารเลยมารับหน้าที่ต่อ แฮรีกับลอยด์ไปถึงงานก็ได้เข้างานในฐานะศจ.พ่อของเพนนี ทางผู้จัดงานไม่เจอชื่อที่ลอยด์แอบอ้างเลยถูกเชิญออกจากงานแฮรีอยากเจอเพนนีเลยไม่ยอมไปด้วย คุณนายมาถึงงานเปิดโปงว่าแฮรีป็นตัวปลอม ลอยด์เจอกับเพนนีลอยด์พยายามจะจีบเพนนีต่อมาลอยด์เข้าใจไปเองว่าตัวเองคือพ่อของเพนนีไม่ใช่แฮรี

ฟรายดามาที่งานเจอกับเพนนีที่ลืมบัตรเข้างาน ฟรายดาช่วยให้เพนนีได้เข้างาน คุณนายใช้ปืนขู่ให้มอบกล่องให้แต่ข้างในเป็นแค่คัพเค้ก ศจ.ตัวจริงมาที่งานเปิดโปงแผนของคุณนาย คุณนายยิงใส่เพนนีแต่แฮรีเข้ามารับกระสุนแทน ลอยด์ไปหาหมอเถื่อนผ่าไตตัวเองมาให้แฮรีแต่กลายเป็นว่าแฮรีหลอกลอยด์เรื่องไตมาตั้งแต่ต้นกลายเป็นเรื่องขำๆ ฟรายดาเฉลยว่าทั้งคู่ไม่ใช่พ่อของเพนนีแต่เป็นเพื่อนสมัยเรียนที่ตายไปแล้ว

Dumb and Dumber(1994)

ลอยด์เป็นคนขับรถลีมูซีนที่เกิดหลงรักลูกค้าคือแมรี หลังจากลอยด์ส่งแมรีที่สนามบิน ลอยด์เห็นแมรีวางกระเป๋าทิ้งไว้ตามที่คนร้ายสั่ง<<<คือสามีแมรีถูกลักพาตัวคนร้ายให้เอาเงินมาวางเพื่อแลกกับสามี ลอยด์คือว่าแมรีลืมกระเป๋าเลยรีบเข้าไปแย่งกระเป๋ามาก่อนคนร้ายคือเมนทัลกับเชย์จะได้ไป ลอยด์รีบไปที่เกทแต่เครื่องบินออกไปแล้ว ลอยด์กลับมาที่อพาร์ทเมนท์ก็รู้ว่าแฮรีรูมเมทก็เพิ่งตกงานเหมือนกัน เมนทัลกับเชย์มาเคาะห้องลอยด์กับแฮรีคิดว่ามาเก็บค่าแก๊สเลยหนีออกจากห้องไป เมนทัลฆ่านกของแฮรีตาย

ลอยด์ชวนแฮรีไปแอสเพนเพื่อคืนกระเป๋าให้แมรีจากนั้นทั้งคู่ก็ออกเดินทางด้วยรถรูปหมาของแฮรี ระหว่างทางทั้งคู่แวะทานอาหารก็ไปมีเรื่องกับเจ้าถิ่น จริงๆแล้วเจ้านายของเมนทัลกับแฮรีคือเพื่อนของครอบครัวแมรี เมนทัลหลอกขออาศัยรถลอยด์ไปด้วยแล้วให้เชย์แอบตามไปห่างๆ ต่อมาเมนทัลตายเพราะยาเบื่อหนูที่จริงๆจะให้ลอยด์กับแฮรีกิน แฮรีให้ลอยด์ขับแทนแต่ลอยด์มัวแต่เพ้อฝันถึงแมรีจนขับไปผิดทาง แฮรีโมโหลอยด์จะเดินกลับบ้านลอยด์แลกรถของแฮรีกับมอเตอร์ไซค์ของเด็กจากนั้นทั้งคู่ก็มาถึงแอสเพน

แฮรีกับลอยด์ทะเลาะกันเรื่องถุงมือที่ลอยด์สวมไว้สองคู่ตลอดเวลาปล่อยให้แฮรีหนาวจนมือแข็ง แฮรีโยนกระเป็าทิ้งปรากฏว่าในนั้นมีเงิน(ค่าไถ่ตัวสามีของแมรี)อยู่เต็มกระเป๋า ลอยด์กับแฮรีตกลงว่าจะขอยืมเงินมาใช้นิดหน่อยแต่ดันพักโณงแรมหรู ช็อปปิงแถมยังซื้อรถใหม่ ลอยด์กับแฮรีรู้ว่าครอบครัวแมรีจัดงานการกุศลทั้งคู่ไปร่วมงาน ลอยด์ให้แฮรีเข้าไปคุยกับแมรีกลายเป็นว่าแฮรีไปรับนัดเล่นสกีกับแมรีแทน แฮรีหลอกให้ลอยด์ไปรอแมรีที่บาร์ส่วนตัวเองก็ไปมีความสุขกับแมรี ต่อมาลอยด์รู้ว่าแฮรีหลอกเลยใส่ยาถ่ายในกาแฟของแฮรีที่มีนัดกับแมรีอีกครั้ง

แฮรีเข้าห้องน้ำแต่บังเอิญชักโครกเสีย ระหว่างที่แฮรีกำลังแก้ปัญหาลอยด์ก็มาหาแมรีบอกเรื่องเอากระเป๋ามาคืน แมรียกเลิกนัดกับแฮรีตามลอยด์กลับไปที่โรงแรม ลอยด์สารภาพรักกับแมรีแต่แมรีปฏิเสธ นิโคลาสเพื่อนแมรีที่เป็นคนบงการบุกเข้ามาจะเอากระเป๋าคืนแต่เงินถูกลอยด์กับแฮรีใช้ไปหมดแล้ว แฮรีกลับมาที่ห้องเลยถูกจับอีกคน นิโคลาสยิงแฮรีลอยด์โกรธมากแต่กลายเป็นว่าก่อนที่แฮรีจะขึ้นมาบนห้องตำรวจที่มาตามจับนิโคลาสให้แฮรีใส่เสื้อเกราะ นิโคลาสถูกจับสามีของแมรีกลับมาอย่างปลอดภัย ตอนจบลอยด์กับแฮรีเดินกลับบ้านระหว่างทางมีรถกองประกวดมิสบิกินีแวะถามทางจริงๆชวนไปด้วยจะให้ช่วยนวดน้ำมันแต่ด้วยความโง่แฮรีบอกข้างหน้ามีเมือง ไม่นานทั้งคู่คิดได้วิ่งตามรถไปบอกว่าเมืองอยู่อีกทาง 5555

Moonlight(2016)

หนังเล่าเรื่องราวสามช่วงชีวิตชองไชรอนเกย์ผิวดำที่มีชีวิตแบบอยู่ยากในสังคม เริ่มจากวัยเด็ก ไชรอนถูกเรียกว่าลิตเติลและถูกเพื่อนๆรุมแกล้งตลอด ไชรอนวิ่งหนีไปหลบในบ้านร้าง ฮวนพ่อค้ายาพาไชรอนไปร้านอาหารแต่ไชรอนไม่ยอมพูด ฮวนพาไชรอนกลับบ้านตัวเอง เทเรซาแฟนฮวนพาไชรอนเข้าบ้านไชรอนเริ่มกล้สบอกชื่อตัวเอง คืนนั้นฮวนให้ไชรอนค้างที่บ้าน

วันต่อมาฮวนพาไชรอนไปส่งที่บ้าน ไชรอนไปที่บ้านฮวนสอนไชรอนว่ายน้ำ ต่อมาฮวนก็พบว่าแม่ไชรอนติดยามั่วผู้ชายแถมยังเป็นลูกค้าของฮวน ฮวนเข้าไปต่อว่าแม่ไชรอนแต่ถูกสวนกลับแถมยังพูดถึงไชรอนในเรื่องที่ไชรอนเบี่ยงเบนทางเพศ แม่ของไชรอนว่าไชรอนว่า “Faggot”<<<เป็นคำหยาบที่ใช้ด่ายเกย์ ไชรอนไปถามฮวนกับเทเรซาว่าหมายถึงอะไร  ฮวนอธิบายว่าเป็นเกย์ได้แต่อย่ายอมให้ใครด่าว่า faggot

ช่วงไชรอนเป็นช่วงวัยรุ่น ไชรอนยังคงไม่สู้คนเหมือนเดิม เวลาแม่รับแขกก็ไล่ไชรอนออกจากบ้าน ไชรอนไปหาเทเรซาเสมอหนังเล่าแค่ว่าฮวนตายแล้ว<<<<เสียดายหนังไม่ขยี้ส่วนที่ฮวนตายว่ามีผลยังไงบ้างกับชีวิตไชรอน ไชรอนเริ่มฝันถึงเควินเพื่อนคนเดียวของไชรอน ไชรอนไปนั่งที่ชายหาดเควินมาชวนไชรอนสูบกัญชาแล้วทั้งคู่ก็เริ่มจูบกัน เควินใช้มือช่วยไชรอนจนเสร็จ

ต่อมาเควินถูกกลุ่มเพื่อนอันธพาลท้าให้ต่อยไชรอนจนลุกไม่ขึ้นแล้วไชรอนก็ถูกรุมซ้ำจนครูมาช่วย ไชรอนไม่ยอมแจ้งความเพราะรู้ว่าไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา วันต่อมาไชรอนเลยใช้เก้าอี้ฟาดหัวหัวหน้าแกงส์จนถูกตำรวจจับ เควินได้แต่ยืนมองไชรอนถูกพาขึ้นรถตำรวนไป

สุดท้ายเป็นช่วงชีวิตของแบล็ค<<<<เป็นชื่อที่เควินเรียกไชรอน หลังออกจากเรือนจำไชรอนย้ายไปอยู่แอทแลนตากลายเป็นพ่อค้ายาตัวล่ำบึ้ก ไชรอนยังคงฝันถึงเควิน ไชรอนรับโทรศัพท์จากแม่และเควินที่บอกว่าตอนนี้เป็นพ่อครัว ไชรอนกลับมาเยี่ยมแม่หลังจากพูดคุยเปิดใจ ขอโทษกับแม่เสร็จไชรอนก็แวะหาเควินที่ร้านอาหาร เควินเล่าว่าลูกค้าเปิดเพลงที่ตู้เพลงเลยนึกถึงไชรอน เควินตอนนี้มีลูกหนึ่งคนส่วนภรรยาแยกกันอยู่ คืนนั้นเควินพาไชรอนกลับไปที่บ้าน ไชรอนสารภาพว่าตั้งแต่คืนนั้นที่ชายหาดไชรอนก็ยังไม่เคยมีอะไรกับคนอื่นเลย เควินกอดไชรอนภาพตัดไปที่ทะเลสมัยไชรอนยังเด็ก