Monthly Archives: June 2012

Unknown(2011)


ดร.มาร์ติน แฮริส(เลียม นีสัน)กับลิซ(แจนยัวรี โจนส์)ภรรยาเดินทางมาประชุมวิชาการที่เบอร์ลิน มาร์ตินลืมกระเป๋าใบนึงไว้ตอนขนของขึ้นรถแท็กซีที่แอร์พอร์ต พอถึงโรงแรมลิซเข้าไปเช็คอินมาร์ตินนึกขึ้นได้ว่ากระเป๋าหายไปเลยโบกแท็กซีกลับไปที่แอร์พอร์ตแต่บังเอิญเกิดอุบัติเหตุทำให้รถตกสะพาน จีนา(ไดแอน ครูเกอร์)คนขับแท็กซีช่วยมาร์ตินที่ไม่ได้สติขึ้นจากน้ำ มาร์ตินสลบไป 4 วันพอฟื้นกลับไปที่โรงแรมปรากฏว่ามีคนอื่นมาสวมรอยเป็นตัวเองและลิซปฏิเสธว่าไม่รู้จักมาร์ติน

มาร์ตินโทรหาร็อดนีย์เพื่อให้ช่วยยืนยันแต่ร็อดนีย์ไม่อยู่เพราะเป็นวันขอบคุณพระเจ้า มาร์ตินไปที่บ.รถแท็กซีตามหาคนขับจนเจอจีนาทำงานเป็นพนักงานเสริฟ จีนาปฏิเสธว่าไม่ได้ขับแท็กซี(เพราะเข้าเมืองผิดกฎหมาย) มาร์ตินขอบคุณที่จีนาช่วยชีวิต มาร์ตินเริ่มถูกคนไล่ตาม มาร์ตินไปที่แล็บของเบรสเลอร์นักวิจัยด้านอาหารแต่เจอกับมาร์ตินอีกคนที่รู้ทุกเรื่องที่มาร์ตินเคยคุยกับเบรสเลอร์และมีหลักฐานยืนยันทั้งรูปถ่ายกับภรรยาและพาสปอร์ต มาร์ตินถูกส่งกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง คนดูแลให้ชื่อเจอร์เกนส์ที่เป็นสายลับกับมาร์ติน คนร้ายมาตามเก็บมาร์ตินที่โรงพยาบาลแต่มาร์ตินหนีรอดออกมาได้

มาร์ตินไปพบกับเจอร์เกนส์เล่าเรื่องให้เจอร์เกนส์ฟัง เจอร์เกนส์ขอคุยกับคนขับแท็กซี มาร์ตินมาหาจีนาอีกครั้ง มาร์ตินเสนอนาฬิกาข้อมือที่เป็นของขวัญจากภรรยาให้จีนา จีนาพามาร์ตินไปที่พัก คนร้ายตามมาฆ่าเพื่อนจีนาตาย มาร์ตินกับจีนาฆ่าคนร้ายได้ 1 คน(คนที่ไปจับตัวมาร์ตินที่โณงพยาบาล) จีนากับมาร์ตินขับรถแท็กซีของเพื่อนหนีคนร้าย

มาร์ตินเริ่มนึกได้ว่าตัวเลขในหนังสือที่มาร์ตินพกติดตัวคือรหัส มาร์ตินไปพบกับลิซที่งานแสดงภาพ(ลิซบอกในแท็กซีว่าอยากไป)ลิซบอกให้มาร์ตินไปเอากระเป๋าและรอเธอที่แอร์พอร์ต ระหว่างนั้นร็อดนีย์มาพบเจอร์เกนส์เพื่อฆ่าเจอร์เกนส์ปิดปากแต่เจอร์เกนส์ใช้ยาพิษฆ่าตัวตาย มาร์ตินกับจีนาไปเอากระเป๋า มาร์ตินสามารถบอกรหัสเปิดกระเป๋าได้ถูกต้อง ในนั้นมีพาสปอร์ตของมาร์ตินและเอกสารการประชุม จีนาขอแยกตัวไปเพราะมาร์ตินยืนยันจะรอลิซ มาร์ตินให้เงินกับจีนาจีนาคืนนาฬิกาให้มาร์ติน ร็อดนีย์มาหามาร์ติน ระหว่างที่จีนากำลังจะขึ้นรถเห็นมาร์ตินถูกช็อตด้วยที่ช็อตไฟฟ้าและพาตัวขึ้นรถ จีนาขโมยแม็กซีขับตามไป

จริงๆแล้วมาร์ตินเป็นนักฆ่าแต่เกิดอุบัติเหตุทำให้ต้องส่งคนมาทำแทน ร็อดนีย์สั่งเก็บมาร์ติน จีนาขับรถมาช่วยพุ่งคนร้ายอีกคนและชนรถของร็อดนีย์จนตกจากตึก มาร์ตินเจอพาสปอร์ตหลายเล่มในกระเป๋า ความทรงจำของมาร์ตินเริ่มกลับคืนมา มาร์ตินเห็นพาสปอร์ตอีกเล่มจำได้ว่าเมื่อ 4 เดือนก่อนเคยมาวางระเบิดไว้ที่โรงแรมที่เจ้าชายชาดาจะเข้าพักและจัดงานเลี้ยง มาร์ตินกับจีนารีบไปที่โรงแรม ที่โรงแรมลิซแอบก๊อปปีข้อมูลของเบรสเนอร์จากนั้นลิซจะไปกดระเบิด มาร์ตินบอกกับการ์ดว่าตัวเองเคยมาวางระเบิดพอเช็คจากกล้องวงจรปิดการ์ดรีบอพยพและสั่งคุ้มกันเจ้าชาย

แผนการที่แท้จริงคือต้องการแย่งชิงข้อมูลงานวิจัยข้าวโพดสายพันธุ์ใหม่ที่โตเร็วและทนทานจากนั้นก็ฆ่าเบรสเนอร์ทิ้งเพราะข้อมูลสามารถสร้างกำไรได้มหาศาล แต่แกล้งวางระเบิดเพื่อให้พุ่งเป้าไปที่การลอบสังหารเจ้าชายชาดาและให้การตายของเบรสเนอร์ถูกกลบเกลื่อนไป มาร์ตินต่อสู้กับมาร์ตินปลอม สุดท้ายก็เกิดระเบิดขึ้นแต่ไม่มีใครเป็นอะไร วันต่อมาเบรสเนอร์กับเจ้าชายชาดาจัดแถลงข่าวมอบงานวิจัย(ที่เจ้าชายเป็นคนสนับสนุนทุนวิจัย)ให้กับทั่วโลกเพื่อป้องกันภาวะขาดแคลนอาหาร ตอนจบมาร์ตินกับจีนาในชื่อใหม่พาสปอร์ตใหม่กำลังเดินทางไปขึ้นรถไฟ

หนังเริ่มสนุกน่าสนใจเอาตอนท้ายๆเรื่อง แต่รวมๆก็ออกมาดี ได้ดูวิวสวยๆ ไม่ได้หักมุมมากมายในความรู้สึก พอจะเดาเรื่องได้ตอนดูหนังตัวอย่าง หนังพาให้คิดไปว่ามาร์ตินจินตนาการสร้างตัวตนขึ้นมาเอง ดูเพราะชอบนางเอก ไดแอน ครูเกอร์(เฮเลน ออฟ ทรอย) เรื่องนี้ไดแอนไม่สวยเท่าตอนเล่นเรื่อง Troy,WickerParkหรือ National Treasure

Advertisements

The Adjustment Bureau(2011)


เดวิด นอร์ริส(แมทต์ เดมอน)นักการเมืองหนุ่มอนาคตไกลอยู่ระหว่างหาเสียงเพื่อลงเลือกตั้งสว.แต่เกิดโชคร้ายถูกขุดคุ้ยเรื่องสมัยวัยรุ่นจนทำให้คะแนนนิยมลดลงจนแพ้เลือกตั้ง ก่อนขึ้นกล่าวปราศรัยเดวิดเจอกับเอลิซ(เอมิลี บลันท์)ผู้หญิงที่แอบอยู่ในห้องน้ำจากนั้นทั้งคู่ก็จูบกัน หลังจากนั้นเดวิดขึ้นกล่าวเสียดสีทีมงานของตัวเองประมาณว่าชีวิตมีแต่คนเลือกทุกสิ่งทุกอย่างให้แต่กลับได้รับคะแนนิยมกลับคืนมา

วันรุ่งขึ้นแฮรีคนขององค์กรใส่สูทสีดำสวมหมวกมานั่งรอและรับคำสั่งว่าเดวิดจะต้องทำกาแฟหกตอน 7.30 น. แต่แฮรีคลาดกับเดวิดเพราะเดวิดมาก่อนเวลาและขึ้นรถไป เดวิดเจอกับเอลิซอีกครั้ง เอลิซให้เบอร์กับเดวิดก่อนจะแยกจากกัน แฮรีถือสมุดคล้ายแผนที่วิ่งตามรถแต่ไม่ทัน เดวิดมาที่ห้องประชุมเห็นพวกชุดดำกำลังทำอะไรบางอย่างกับชาลีเพื่อนร่วมงานของเดวิด เดวิดพยายามหนีแต่ถูกจับตัวได้

ริชาร์ดสันคนขององค์การบอกกับเดวิดว่าชีวิตของเดวิดถูกกำหนดไว้ทุกอย่าง การคบกับเอลิซจะเป็นอุปสรรคทำให้ชีวิตของเดวิดไม่เป็นไปตามที่องค์การวางแผนไว้ ริชาร์ดสันเผาเบอร์ของเอลิซทิ้งและขู่ว่าถ้าเดวิดไม่เชื่อฟังจะต้องถูกลบความจำอย่างที่องค์การทำกับชาลี ต่อมาแฮรีนัดคุยกับเดวิดบนเรือเพราะน้ำจะทำให้พวกองค์การหาไม่เจอ แฮรีเล่าว่าชีวิตของเดวิดถูกกำหนดไว้หมดตั้งแต่แม่กับพี่ชายที่ติดยาตาย พ่อมีชีวิตล้มเหลวพาเดวิดไปฟังปราศรัยจนเดวิดมุ่งมั่นจะทำงานด้านการเมือง แม้แต่เรื่องเจอเอลิซในห้องน้ำเมื่อสามปีก่อนก็เพื่อปลุกใจให้เดวิดขึ้นกล่าวปราศรัย

3 ปีต่อมาเดวิดเตรียมลงสมัครสว.อีกครั้ง ตลอดสามปีเดวิดขึ้นรถสายเดิมจนกระทั่งเจอเอลิซอีกครั้ง เอลิซเป็นนักเต้นและหลงรักเดวิดจริงๆจนเลิกกับแฟนเพราะรอเดวิดแต่เดวิดไม่เคยโทรหา เดวิดชวนเอลิซไปนั่งกินกาแฟ ชาลีมาตามให้เดวิดไปกล่าวปราศรัยหาเสียง ตัดไปที่องค์การเริ่มวุ่นวายในการแยกตัวเดวิดจากเอลิซอีกครั้ง ริชาร์ดสันสั่งตัดไฟจนคณะของเอลิซต้องย้ายที่ซ้อม หลังจากหาเสียงเสร็จเดวิดออกตามหาเอลิซอีกครั้งจนเจอทั้งคู่ออกเดทกันจบลงที่มีอะไรกันในคืนนั้น

เช้าวันต่อมาเดวิดถูกองค์การจับตัวไปอีก องค์การส่งทอมสันผู้เชี่ยวชาญมาจัดการกับเคสของเดวิด เดวิดไม่ฟังพยายามหนีไปหาเอลิซที่โรงละครจนได้ เอลิซเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าพลิกตอนแสดง เดวิดรีบพาส่งโรงพยาบาล ทอมสันตามมาบอกกับเดวิดให้เลิกติดต่อกับเอลิซไม่งั้นชีวิตของเอลิซจะมีอันตราย ถ้าทั้งคู่ฝืนอยู่ด้วยกันชีวิตของเดวิดจะไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายขององค์การและเอลิซจะเป็นแค่ครูสอนเต้นแทนที่จะเป็นนักออกแบบท่าเต้นชื่อดัง เดวิดตัดใจทิ้งเอลิซไว้ที่โรงพยาบาลและยอมดำเนินชีวิตไปตามที่องค์การกำหนด

11 เดือนต่อมา เอลิซกำลังจะแต่งงานกับแฟนเก่า แฮรีเกิดรู้สึกผิดหรือเห็นอกเห็นใจเดวิดขึ้นมาเลยยอมบอกความลับเกี่ยวกับองค์การ คือองค์การสามารถเปิดประตูไปที่ไหนก็ได้เพื่อย่นระยะทาง องค์การถึงได้ตามตัวเดวิดทันทุกครั้งแต่มีข้อแม้ว่าต้องใส่หมวกเสมอเวลาผ่านประตู แฮรีให้หมวกกับเดวิดเพื่อไปตามหาเอลิซเพื่อยับยั้งงานแต่งงาน เดวิดถูกพวกองค์การไล่ล่าแต่ก็ไปจนเจอเอลิซในห้องน้ำ เดวิดขอให้เอลิซหนีไปด้วยกัน เดวิดพาเอลิซผ่านประตูไปจนถึงสำนักงานขององค์การจนสุดท้ายเปิดไปตันอยู่บนดาดฟ้าตึก ทอมสันไล่ตามจนทันเดวิดก่อนที่จะทำอะไร แฮรีก็ถือคำสั่งของนายใหญ่ให้ปล่อยเดวิดไปและให้เดวิดเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง แฮรีให้เดวิดดูสมุดที่ไม่มีแผนผังชีวิตของเดวิดอีกต่อไป ตอนจบเดวิดกับเอลิซเดินคู่กันอยู่บนถนนสวนกับแฮรีที่โบอกมือทักทาย…จบ

Ultraviolet(2006)


รัฐบาลทดลองสร้างมนุษย์ที่แข็งแกร่งไว้สำหรับกองทัพแต่เกิดผิดพลาดจนเกิดการกลายพันธุ์ทำให้มีผู้ติดเชื้อ ไวโอเลท(มิลลา โจโววิช)ก็เป็นหนึ่งในผู้ติดเชื้อจนต้องแท้งลูก ผู้ติดเชื้อถูกเรียกว่าฮีโมเฟจจะมีลักษณะคล้ายแวมไพร์คือมีประสาทสัมผัสที่ไวกว่ามนุษย์แต่จะต้องตายภายใน 12 ปีหลังจากติดเชื้อไวโอเลทก็เข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้าน

พอเวลาผ่านไปพวกผู้ติดเชื้อเริ่มตายหมด รองคาร์ดินัลเดกซัสที่เป็นผู้ควบคุมสูงสุดวางแผนโคลนนิงมนุษย์ที่มีระดับโปรตีนสูงไว้ใช้สกัดดีเอ็นเอทำลายมนุษย์เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจต่อรองต่อไป ไวโอเลทปลอมตัวเป็นคนส่งของแอบเข้าไปขโมยกระเป๋าที่เดกซัสบอกว่าเป็นอาวุธและห้ามเปิดเด็ดขาด ถ้าส่งของไม่สำเร็จอาวุธจะทำลายตัวเองในเวลา 9 ชั่วโมง ไวโอเลทขโมยกระเป๋าและหนีได้สำเร็จ ก่อนจะส่งมอบกระเป๋าให้เนอร์วา(ฮีโมเฟจที่เป็นพวกต่อต้าน)ไวโอเลทแอบเปิดดูพบว่าในกระเป๋ามีเด็ก เนอร์วาจะฆ่าเด็กทิ้ง ไวโอเลทช่วยเด็กไว้และพาหนีเลยถูกตามล่าทั้งจากพวกฮีโมเฟจและพวกของเดกซัส

เด็กที่ไวโอเลทช่วยไว้มีชื่อว่าซิกซ์(คาเมรอน ไบรท์เด็กที่เล่นเรื่อง Birth)<<มาจากตัวโคลนนิงตัวที่ 6 ที่เดกซัสเพาะเชื้อไว้ในร่างกายมนุษย์โคลนซึ่งจะมีอายุแค่ 9 ชั่วโมง ไวโอเลทพาซิกซ์ไปหาการ์ท(วิลเลียม ฟิชท์เนอร์)ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ การ์ทเจาะเลือดซิกซ์ไปตรวจพบว่าไม่มีแอนติเจนที่สามารถช่วยรักษาพวกฮีโอเฟจได้ ไวโอเลทพาซิกซ์ไปแต่ซิกซ์ถูกพวกเนอร์วาที่ไปทำข้อตกลงกับเดกซัสจับตัวไป ไวโอเลทตามไปช่วยซิกซ์และพาไปที่สนามเด็กเล่นก่อนที่ซิกซ์จะตาย พอซิกซ์ตายพวกเดกซัสก็มาเอาตัวซิกซ์ไป

การ์ทช่วยไวโอเลทออกมาและถ่ายเลือดให้ ไวโอเลทที่กำลังจะตายเหมือนกันบุกไปช่วยซิกซ์ที่กำลังจะถูกเดกซักสกัดเชื้อออกจากร่าง ไวโอเลทต่อสู้กับเดกซัส จริงๆแล้วเดกซัสมีเชื้อตอนทดลองเป็นพวกฮีโมเฟจเหมือนกันแต่เดกซัสมียารักษา ไวโอเลทฆ่าเดกซัสตายและช่วยพาซิกซ์ที่เกิดใหม่เพราะได้รับเชื้อจากน้ำตาของไวโอเลท ซิกซ์บอกกับไวโอเลทว่ามีทางรักษาให้หายจากการเป็นฮีโมเฟจ…จบ

ไม่ค่อยได้ตั้งใจดู ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน อาจจะมีมั่วๆเข้าใจคลาดเคลื่อนไปบ้าง เก็บรายละเอียดได้แค่นี้ เด็กที่เล่นเป็นซิกซ์ดูซื่อไปเลยในเรื่องนี้ ผิดกับตอนเล่นเรื่อง Birth ที่แอบอ้างเป็นสามีนิโคล คิดแมน รวมๆก็สนุกในแบบแอคชัน+แฟนตาซี  

Chaos(2006)


เริ่มเรื่องด้วยเหตุการณ์คนร้ายจับผู้หญิงเป็นตัวประกันบนสะพาน ตำรวจยิงคนร้ายและตัวประกันเสียชีวิต เจสัน ยอร์ค(เวสลีย์ สไนป์)ถูกไล่ออกส่วนเควนติน คอนเนอร์ส(เจสัน สตาแทม)ถูกสั่งพักงาน ต่อมามีกลุ่มคนนำโดยลอเรนซ์ เคอร์ติส(ก็เวสลีย์ สไนป์นั่นแหละ)บุกปล้นธนาคารและจับคนในนั้นเป็นตัวประกัน มีคนตาย 1 ศพเพราะพยายามกดปุ่มสัญญาณ ลอเรนซ์เรียกร้องให้ตำรวจส่งเควนตินมามาเจรจา หัวหน้าเลยไปหาเควนตินและคืนตราให้แต่มีข้อแม้ว่าเควนตินต้องทำงานเป็นคู่หูกับเชน เดคเกอร์(ไรอัน ฟิลลิปส์)นักสืบรุ่นน้องลูกชายของตำรวจฮีโรที่ตายในหน้าที่

เควนตินรับหน้าที่ต่อจากเบอร์นี คาลโลที่อารมณ์เสียกลับไป เควนตินสั่งตัดไฟฟ้าเพื่อให้หน่วยสวาทบุกแต่จริงๆแล้วเป็นแผนของพวกโจรที่วางระเบิดไว้ที่หน้าประตูตอนหน่วยสวาทบุกและพวกคนร้ายก็หนีปะปนออกมาพร้อมตัวประกัน พอตำรวจเข้าไปก็ไม่พบใครเหลืออยู่เลยสันนิษฐานโดยโยงจากคดีก่อนว่าคนร้ายต้องการปล้นตู้เซฟของเจ้าชายจากตะวันออกกลาง

ตำรวจได้ภาพผู้ต้องสงสัยจากกล้องของนักข่าวเลยตามไปจับ เชนขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตามคนร้ายอยู่หลายนาทีสุดท้ายเควนตินเป็นคนขับรถพุ่งชนจนจับตัวได้ ที่ห้องกองพิสูจน์หลักฐานเจอธนบัตรที่ถูกพ่นด้วยกลิ่นพิเศษเพราะเป็นของกลางจากที่ถูกเก็บไว้ในห้องเก็บหลักฐาน เควนตินไปที่ห้องเก็บหลักฐานมีเฮนรีเป็นคนเฝ้า เฮนรีให้ดูใบเบิกของปรากฏว่ามีลายเซ็นของเบอร์นี คาลโล<<ตำรวจที่รับผิดชอบคดีก่อนหน้าเควนติน พอไปถึงบ้านเบอร์นีกลับถูกฆ่าตายพร้อมกับเจอหลักฐานพิมพ์เขียวแผนผังธนาคารมัดตัวเบอร์นี

เชนตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องทั้งหมดตรงกับทฤษฎีความวุ่นวาย(Chaos) ที่เกิดจากหลายๆเหตุการณ์และคิดได้ว่าควรย้อนกลับไปธนาคารซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นตามหลักศาสนาพุทธ เชนสังเกตเห็นความผิดปกติของมุมกล้องวงจรปิดก่อนที่ไฟฟ้าจะถูกตัดเหมือนคนร้ายไม่ต้องการให้เห็นบางอย่าง ตำรวจพบว่ามีการปล่อยไวรัสโอนเงินจำนวนน้อยๆที่ไม่ถูกตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาเพื่อโอนไปยังบัญชีที่เปิดรอไว้ ซึ่งไวรัสเริ่มทำงานตอนกระแสไฟฟ้าถูกตัดนั่นแหละ ตำรวจสืบจนเจอบ้านของแฮกเกอร์แต่แฮกเกอร์ถูกลอเรนซ์เก็บซะก่อนที่เชนกับเควนตินจะมาถึง เชนถูกลอเรนซ์ที่ยังซ่อนตัวอยู่ในบ้านยิงที่แขน

เชนใช้แผนแกล้งขู่จะฉีดมอร์ฟีนเกินขนาดหลอกจนคนร้ายที่จับตัวได้ยอมเล่าเรื่องที่คนร้ายในคดีตอนต้นเรื่องก็คือน้องชายของลอเรนซ์ที่ถูกเควนตินยิงตาย และให้ที่อยู่คนร้ายที่เหลือ ตำรวจคาดว่าลอเรนซ์จะมาตามเก็บลูกน้องเลยซุ่มรออยู่แต่เกิดพลาดคนร้ายไหวตัวทันเลยต้องบุกเข้าไปรวบตัว คนร้ายถูกยิงไปหนึ่งคนจากนั้นก็เกิดระเบิดเชนหนีรอดออกมาได้แต่เควนตินติดอยู่ในบ้าน ตำรวจพบตราของเควนตินบนศพ เชนได้รับโทรศัพท์จากลอเรนซ์(จริงๆแล้วคือเควนตินที่ใช้เครื่องเปลี่ยนเสียงแบบเดียวกับที่ยอร์คใช้มาตั้งแต่ต้น) เชนเกิดสงสัยที่ลอเรนซ์พูดเรื่องเบอร์นี เชนเอาตัวเฮนรีคนเฝ้าห้องเก็บของกลางมาสอบจนสารภาพว่าถูกจ้างให้ปลอมลายเซ็นเบอร์นี ลอเรนซ์ก็คือยอร์คอดีตคู่หูของเควนตินที่ถูกไล่ออกเพราะยิงตัวประกัน(เควนตินยิงคนร้าย)บนสะพาน หลังจากที่ถูกไล่ออกยอร์คก็ปลอมตัวเป็นลอเรนซ์วางแผนปล้นหลอกๆเพื่อปล่อยไวรัสขโมยเงิน

เชนตรวจสอบจากเบอร์ที่ยอร์คใช้โทรหาเฮนรีจนได้พิกัด เชนฆ่ายอร์คตายที่ท่าเรือ หลังจากนั้นเชนนึกขึ้นได้เรื่องธนบัตรที่เชนแลกกับใบของเควนตินในร้านอาหารตอนต้นๆเรื่อง(เควนตินทิปด้วยแบงค์ใหญ่ เชนเลยเก็บแบงค์ของเควนตินแล้วเอาของตัวเองวางแทน) แล้วภาพก็แฟลชแบ็คกลับไป ธนบัตรใบนั้นเป็นธนบัตรที่ถูกพ่นกลิ่นซึ่งเป็นของกลาง เชนไปที่บ้านเควนตินเจอหนังสือเรื่องทฤษฎีความวุ่นวาย ส่วนที่เควนตินไฮไลท์ไว้ตรงกับข้อสงสัยที่เชนเคยพูดเกี่ยวกับทฤษฎีไปแล้วทั้งหมด เชนตามเควนตินที่ใช้ชื่อปลอม(ชื่อคนแต่งหนังสือ)จองตั๋วเครื่องบิน

เควนตินโทรหาเชนเฉลยเรื่องทั้งหมดว่าเควนตินร่วมมือกับยอร์ค ตอนตัดไฟก็เป็นไปตามแผน ตอนระเบิดเควนตินทิ้งตราไว้กับศพคนร้ายแล้วหนีลงห้องใต้ดินและแอบออกมาในคราบพนักงานดับเพลิง เควนตินได้เงินทั้งหมดและขึ้นเครื่องบินส่วนตัวหนีรอดไปได้

เป็นหนังหักมุมอีกเรื่องที่จัดอยู่ในกลุ่มชอบ ด้วยพล็อตเรื่องเดาได้ว่าสุดท้ายพระเอกก็คือคนร้ายเพราะมีไรอัน ฟิลลิปส์มาเล่นด้วยคงไม่ใช่แค่บทลูกน้องพระเอกธรรมดาหรอก แต่บทของยอร์ค/ลอเรนซ์ที่เวสลีย์ สไนป์เล่นน้อยไปนิด แทบจะไม่มีตัวตนเลยแต่ก็เข้าใจว่าถ้าออกมามากคนดูจะจับทางได้ พล็อตเรื่องสนุกใช้นักแสดงเยอะไปเหมือนจะเอาหลายๆตัวมาหลอกคนดู พอกระจายบทหนังมันเลยวุ่นวายสมกับชื่อเรื่อง

ลัดดาแลนด์(2011)


ธีร์(สหรัถ สังคปรีชา)ออกจากงานเดิมมาทำงานขายตรงที่มีรายได้มากขึ้น ธีร์ตัดสินใจดาวน์บ้านเดี่ยวในหมู่บ้านลัดดาแลนด์เพื่อพาครอบครัวประกอบด้วยป่าน(ปิยธิดา วรมุสิก)ภรรยา แนนลูกสาวที่ต้องไปฝากแม่ยายเลี้ยงและนัทลูกชายคนเล็กย้ายมาอยู่เชียงใหม่พร้อมหน้ากัน

แนนที่ถูกยายเลี้ยงมาแบบตามใจและถูกฝังหัวพูดจาดูถูกพ่อตลอดเวลา แต่ธีร์ก็พยายามตามใจแนนทั้งซื้อบีบี ซื้อทีวีใหม่ให้ กอล์ฟลูกชายของสมเกียรติที่อยู่ข้างบ้านเป็นเพื่อนเล่นกับนัท สมเกียรติชอบใช้ความรุนแรงกับลูกเมียเพราะเครียดที่กิจการเจ๊งแถมยังต้องเลี้ยงแม่พิการกับแมวดำเฉาก๊วยอีกตัว ธีร์จะไปตามเด็กพม่าที่ทำงานให้บ้านฝรั่งมาช่วยทำงานบ้านแต่วันต่อมาเด็กสาวพม่าก็ถูกพบเป็นศพอยู่ในตู้เย็น แนนเริ่มกลับบ้านดึก เพื่อนแนนชวนไปลองของในบ้านที่สาวพม่าตาย คืนนั้นแนนโดนผีหลอกกลับมาเล่าให้ธีร์ฟัง ธีร์ไม่เชื่อหาว่าแนนโกหก ธีร์บังคับพาแนนไปที่บ้านร้างจนแนนถูกกระจกบาด ต่อมาแนนขอย้ายไปอยู่หอกับเพื่อน

งานของธีร์เริ่มมีปัญหาคนที่ชวนธีร์มาทำงานชิ่งกลับกรุงเทพ ธีร์ตกงานเริ่มเครียดระแวงกลัวป่านจะมีชู้เพราะเจ้านายเก่าเปิดสาขาที่เชียงใหม่มาชวนป่านไปทำงานด้วย ธีร์ไปทำงานที่ร้านมินิมาร์ทป่านมาเจอเข้าพอดี นัทเล่นกับกอล์ฟแล้วถูกกอล์ฟขังในตู้ ธีร์โกรธเลยพากอล์ฟไปส่งบ้านและฟ้องสมเกียรติ สมเกียรติตบลูกโชว์ ธีร์เจอกล้องจากปลอกคอแมวเห็นนัทไปที่บ้านที่สาวพม่าตาย ระหว่างนี้หนังก็บิวท์ไปเหมือนว่านัทอยู่ในตู้เย็นพอธีร์จะเปิดป่านก็โทรมาบอกซะก่อน ธีร์ทวงเงินที่ภรรยาสมเกียรติเคยยืมจากป่านสมเกียรติโกรธมากเอาเงินมาโยนคืนใส่หน้าธีร์ ต่อมาตำรวจพบศพครอบครัวสมเกียรติตายยกครัวเพราะสมเกียรติเครียดที่ต้องแบกรับภาระเลยฆ่าตายทั้งครอบครัว

ป่านขอให้ธีร์ย้ายกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพ ธีร์ไม่ยอมเลยทะเลาะกับป่าน ป่านบอกให้แนนที่กลับมาจากหอเก็บของ ระหว่างเก็บผ้า ผ้าปลิวไปบ้านข้างๆแนนปีนข้ามไปเจอผีภรรยาสมเกียรติหลอกจนแนนช็อคเสียสติ ธีร์พานัทกลับบ้าน กลางดึกธีร์ตื่นมาพบว่านัทหายไป ธีร์ไปตามหาที่บ้านสมเกียรติเจอผีกอล์ฟ ผีสมเกียรติ ธีร์ใช้ปืนยิงผี ธีร์ยิงใส่ตู้ที่นัทซ่อนอยู่มีเลือดหยดออกมาธีร์คิดว่ายิงถูกลูกตัวเองเลยฆ่าตัวตาย

ป่านพาลูกกลับกรุงเทพระหว่างทางป่านเล่าให้แนนฟังว่า ตอนท้องป่านจะทำแท้งแต่ธีร์ไม่ยอมไปหาแม่และขอป่านแต่งงาน ธีร์โดนด่าแต่ธีร์บอกแค่ว่า “ครอบครัวผม ผมดูแลได้ ครอบครัวผม ผมต้องดูแลให้ได้” แล้วป่านก็ร้องไห้ แนนก็น้ำตาไหล หนังย้อนภาพกลับไปสมัยที่แนนยังเด็กตอนนั้นครอบครัวเล็กๆแต่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

หนังผี GHTที่มีคนแนะนำว่าดี(ยังมึนๆกะ 5 แพร่งไม่หาย) ในความรู้สึกส่วนตัวไม่เกี่ยวกะใครคิดว่าเป็นหนังผีที่ดรามามากกว่าน่ากลัว มีลุ้นๆ เรื่องนี้บทดีมาก เข้าใจได้ที่แนนดูถูกพ่อเป็นเพราะถูกยายเลี้ยงมาแบบนั้น พี่ก้องเหมาะกับบทผู้ชายรักครอบครัวแต่พอถึงช่วงเครียดพี่แกก็โหด(ปิดประตูทับแมวตาย) แรง พูดคำหยาบด้วย<<อึ้ง+ฮามากตอนโดนไล่ออก พี่แกบอกกูไม่ออก ถ้าออกแล้วกูจะเอาอะไรแ_ก 55555 ป๊อกก็เล่นดีบทส่งด้วย ต้องคอยรับทั้งสามีและแม่แถมยังต้องดูแลลูกอีก 

Yes Man(2008)

คาร์ล อัลเลน(จิม แครีย์)พนักงานปล่อยสินเชื่อหลังจากหย่ากับสเตฟานี(มอลลี ซิมส์)ก็ตัดขาดจากเพื่อนฝูง คาร์ลเคยชินกับการปฏิเสธทุกเรื่องในชีวิต คาร์ลถูกพีท(แบรดลีย์ คูเปอร์)เพื่อนที่เป็นทนายชวนไปดื่มที่บาร์กับรูนีย์เพื่อนอีกคน คาร์ลได้เจอกับเจสซิกาอดีตภรรยากับแฟนใหม่ คาร์ลเริ่มหนีหายจากเพื่อนอีกครั้ง พีทมาชวนคาร์ลไปงานฉลองหมั้นพร้อมกับขู่ให้คาร์ลปรับปรุงตัว

คาร์ลถูกนิคเพื่อนเก่าชวนไปเข้าชมรม Yes คาร์ลถูกบังคับให้สัญญาว่าจะตอบตกลงในทุกเรื่องที่ถูกร้องขอ ไม่เช่นนั้นชีวิตของคาร์ลจะเจอโชคร้าย พอออกจากงานคาร์ลถูกคนจรจัดขอร้องให้ไปส่ง คาร์ลยอมรับปาก ขากลับรถเกิดนั้มันหมด โทรศัพท์(ที่ถูกคนจรจัดยืมใช้จน)แบตหมด คาร์ลเจอกับอลิสันที่ปั๊ม อลิสันขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งคาร์ลที่รถ คาร์ลขอจูบอลิสันยอมก่อนจะแยกย้ายกันไป

เช้าวันต่อมาคาร์ลถูกหญิงชราเพื่อนบ้านขอร้องให้ช่วยต่อชั้นวางของ หญิงชราเสนอออรัลเซ็กส์ให้คาร์ล คาร์ลปฏิเสธจากนั้นก็ตกบันไดแถมเจอหมาไล่กัดจนคาร์ลต้องยอมและเริ่มเชื่อว่าถ้าปฏิเสธแล้วจะเจอกับโชคร้ายจริงอย่างที่ได้ไปสัญญาไว้ ต่อมาคาร์ลปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ที่มากู้ทุกรายจนได้เลื่อนตำแหน่ง คาร์ลกลับไปสนิทกับเพื่อนและกลายเป็นคนโปรดของนอร์แมนผู้จัดการแบงค์ที่ชอบจัดงานแฟนซีแต่งตัวเลียนแบบหนังดัง คาร์ลทำทุกอย่างที่อยากทำ ไปเรียนภาษาเกาหลี เรียนขับเครื่องบิน ตอบรับเว็บหาคู่สาวเปอร์เชีย รับจัดงานสละโสดให้กับคู่หมั้นของพีท คาร์ลไปช่วยคู่หมั้นพีทเลือกของจัดงานและได้ช่วยคนที่กำลังจะโดดตึกไว้ ยอมไปดูคอนเสิร์ตตามใบปลิวจนได้เจอกับอลิสันที่เป็นนักร้องนำอีกครั้ง

คาร์ลเริ่มจีบอลิสันอย่างจริงจัง ไปวิ่งถ่ายรูปตอนเช้า ไปเดทมั่วๆตามไฟลท์แรกที่เครื่องออก อลิสันชวนคาร์ลย้ายมาอยู่ด้วยกัน คาร์ลนิ่งคิดไปพักนึงก่อนจะตอบตกลง คาร์ลถูกจับเพราะตำรวจคิดว่าคาร์ลวางแผนก่อการร้าย<<<เรียนภาษาเกาหลี เรียนขับเครื่องบิน เข้าเว็บหาคู่เปอร์เชีย คาร์ลโทรหาพีทที่เป็นทนาย พีทช่วยอธิบายว่าคาร์ลไปเข้าชมรม Yes จนตำรวจยอมปล่อยตัว อลิสันเข้าใจว่าที่คาร์ลยอมตกลงเรื่องย้ายมาอยู่ด้วยกันและก่อนหน้านี้ที่คาร์ลทำดีด้วยเป็นเพราะคาร์ลจำเป็นต้องตอบตกลงตามที่ไปสัญญาไว้ อลิสันเลยโกรธหนีไป

คาร์ลถูกขอร้องให้เป็นคนไปแจ้งข่าวกับนอร์แมนผู้จัดการแบงค์เรื่องที่สาขาจะถูกปิด งานสละโสดที่คาร์ลจัดให้พีทกับคู่หมั้นมีแขกมากมายทั้งเพื่อนและคนที่คาร์ลอนุมัติสินเชื่อ คาร์ลแนะนำให้นอร์แมนรู้จักกับผู้หญิงเกาหลีพนักงานร้านที่คาร์ลเจอตอนไปช่วยคู่หมั้นพีทเลือกของ สเตฟานีมีปัญหากับแฟนโทรเรียกให้คาร์ลไปหา สเตฟานีจูบคาร์ล คาร์ลปฏิเสธสเตฟานีและเริ่มจะโชคร้ายอีกครั้ง   คาร์ลไปหาผู้นำชมรม Yes เพื่อให้ช่วยถอนคำสัญญาให้จนรถเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บทั้งคู่ พอฟื้นผู้นำชมรมบอกกับคาร์ลว่าไม่มีไม่มีคำสาปอะไรทั้งสิ้น เป็นแค่จิตวิทยา ในช่วงแรกให้เริ่มต้นตอบรับทุกๆโอกาส แต่สุดท้ายจะต้องตอบรับเฉพาะเรื่องที่อยากทำจริงๆปฏิเสธในเรื่องที่ไม่อยากทำก็ได้

คาร์ลรีบยืมมอเตอร์ไซค์จากบุรุษพยาบาล(ที่คาร์ลปล่อยสินเชื่อ)ไปหาอลิสัน คาร์ลไปบอกกับอลิสันว่าเรื่องที่อลิชันชวนให้อยู่ด้วยกันคาร์ลตอบรับเพราะเป็นสิ่งที่อยากทำจริงๆ แล้วก็คืนดีกันจบแบบแฮปปี ตอนท้ายคาร์ลไปขอรับบริจาคเสื้อผ้าล็อตใหญ่จากคนที่มางานชมรม Yesจนกลายเป็นนูดกันทั้งห้องประชุม

19(2000)


เด็กอายุ 19 สามคนตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลังจากยองเอจมน้ำตายปริศนา ทั้งสามคนถูกสอบสวนจากนั้นก็หนีออกมาได้ ทั้งสามคนตัดสินใจหนีไปพร้อมกันโดยไม่ได้บอกชื่อ เรียกกันว่าหมายเลขหนึ่ง หมายเลขสองและหมายเลขสิบสาม หนึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานกับยองเอ คืนก่อนยองเอตายยองเอชวนหนึ่งไปเที่ยวและขอให้หนึ่งดูแล สองเป็นเพื่อนกับยองเอ สองต้องทำงานหาเงินรักษาแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็ง ก่อนตายยองเอขอยืมเงินจากสอง สิบสามเป็นลูกเศรษฐีที่แอบชอบยองเอเลยแอบถ่ายรูปยองเอเก็บไว้

หนึ่งโทรขอร้องให้เฮียเจ้าของร้านช่วย เฮียเอาเงินมาให้แล้วเฮียก็แจ้งตำรวจ ทั้งสามคนเกือบถูกจับได้แต่ก็หนีรอด หลังจากไปถึงทะเลทั้งสามคนก็แยกกัน หนึ่งเอาของมาคืนสิบสามและช่วยกันออกตามหาสองจนเจอและช่วยสองที่กำลังถูกลวนลาม ทั้งสามคนเริ่มเปิดเผยความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับยองเอ หนึ่งโทรบอกเฮียว่าอยู่ที่วัด เฮียแจ้งตำรวจ ทั้งสามคนเริ่มสงสัยว่าตำรวจรู้ที่อยู่จากเฮีย

ตำรวจตามมาจนเจอทั้งสามคนขู่ว่าจะโดดตึก ตำรวจอีกคนเลยช่วยให้หนีไป หนึ่งมาหาเฮียถามเรื่องยองเอ รูปที่สิบสามแอบถ่ายมีเฮียอยู่ในนั้นด้วย สองบอกว่ายองเอเคยเล่าว่าคบกับคนที่มีครอบครัว เฮียสารภาพว่าแอบคบกับยองเอ คืนนั้นยองเอมาขอเลิก เฮียไม่อยากเลิกเลยทะเลาะกันจนพลาดผลักยองเอตกน้ำ ตำรวจที่ตามมาแอบฟังได้ยินเรื่องทั้งหมดเลยจับเฮียเข้าคุก ทั้งสามคนถูกจับไปด้วยเพราะหลบหนี ขโมยรถตำรวจแต่วันต่อมาตำรวจก็ปล่อยตัว ทั้งสามคนบอกชื่อกันสุดท้ายต่างคนต่างก็ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองฝัน..จบ