Monthly Archives: April 2017

Moonlight(2016)

หนังเล่าเรื่องราวสามช่วงชีวิตชองไชรอนเกย์ผิวดำที่มีชีวิตแบบอยู่ยากในสังคม เริ่มจากวัยเด็ก ไชรอนถูกเรียกว่าลิตเติลและถูกเพื่อนๆรุมแกล้งตลอด ไชรอนวิ่งหนีไปหลบในบ้านร้าง ฮวนพ่อค้ายาพาไชรอนไปร้านอาหารแต่ไชรอนไม่ยอมพูด ฮวนพาไชรอนกลับบ้านตัวเอง เทเรซาแฟนฮวนพาไชรอนเข้าบ้านไชรอนเริ่มกล้สบอกชื่อตัวเอง คืนนั้นฮวนให้ไชรอนค้างที่บ้าน

วันต่อมาฮวนพาไชรอนไปส่งที่บ้าน ไชรอนไปที่บ้านฮวนสอนไชรอนว่ายน้ำ ต่อมาฮวนก็พบว่าแม่ไชรอนติดยามั่วผู้ชายแถมยังเป็นลูกค้าของฮวน ฮวนเข้าไปต่อว่าแม่ไชรอนแต่ถูกสวนกลับแถมยังพูดถึงไชรอนในเรื่องที่ไชรอนเบี่ยงเบนทางเพศ แม่ของไชรอนว่าไชรอนว่า “Faggot”<<<เป็นคำหยาบที่ใช้ด่ายเกย์ ไชรอนไปถามฮวนกับเทเรซาว่าหมายถึงอะไร  ฮวนอธิบายว่าเป็นเกย์ได้แต่อย่ายอมให้ใครด่าว่า faggot

ช่วงไชรอนเป็นช่วงวัยรุ่น ไชรอนยังคงไม่สู้คนเหมือนเดิม เวลาแม่รับแขกก็ไล่ไชรอนออกจากบ้าน ไชรอนไปหาเทเรซาเสมอหนังเล่าแค่ว่าฮวนตายแล้ว<<<<เสียดายหนังไม่ขยี้ส่วนที่ฮวนตายว่ามีผลยังไงบ้างกับชีวิตไชรอน ไชรอนเริ่มฝันถึงเควินเพื่อนคนเดียวของไชรอน ไชรอนไปนั่งที่ชายหาดเควินมาชวนไชรอนสูบกัญชาแล้วทั้งคู่ก็เริ่มจูบกัน เควินใช้มือช่วยไชรอนจนเสร็จ

ต่อมาเควินถูกกลุ่มเพื่อนอันธพาลท้าให้ต่อยไชรอนจนลุกไม่ขึ้นแล้วไชรอนก็ถูกรุมซ้ำจนครูมาช่วย ไชรอนไม่ยอมแจ้งความเพราะรู้ว่าไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา วันต่อมาไชรอนเลยใช้เก้าอี้ฟาดหัวหัวหน้าแกงส์จนถูกตำรวจจับ เควินได้แต่ยืนมองไชรอนถูกพาขึ้นรถตำรวนไป

สุดท้ายเป็นช่วงชีวิตของแบล็ค<<<<เป็นชื่อที่เควินเรียกไชรอน หลังออกจากเรือนจำไชรอนย้ายไปอยู่แอทแลนตากลายเป็นพ่อค้ายาตัวล่ำบึ้ก ไชรอนยังคงฝันถึงเควิน ไชรอนรับโทรศัพท์จากแม่และเควินที่บอกว่าตอนนี้เป็นพ่อครัว ไชรอนกลับมาเยี่ยมแม่หลังจากพูดคุยเปิดใจ ขอโทษกับแม่เสร็จไชรอนก็แวะหาเควินที่ร้านอาหาร เควินเล่าว่าลูกค้าเปิดเพลงที่ตู้เพลงเลยนึกถึงไชรอน เควินตอนนี้มีลูกหนึ่งคนส่วนภรรยาแยกกันอยู่ คืนนั้นเควินพาไชรอนกลับไปที่บ้าน ไชรอนสารภาพว่าตั้งแต่คืนนั้นที่ชายหาดไชรอนก็ยังไม่เคยมีอะไรกับคนอื่นเลย เควินกอดไชรอนภาพตัดไปที่ทะเลสมัยไชรอนยังเด็ก

Advertisements

Tale of Tales(2015)

หนังเล่าสามเรื่องไปพร้อมๆกัน เรื่องแรกเป็นเรื่องของราชินีที่อยากมีลูกมาก พ่อมดหรือหมอผีนี่แหละเลยแนะนำให้ไปเอาหัวใจปิศาจใต้น้ำมาให้สาวบริสุทธิ์ปรุงเป็นอาหารให้เสวย พระราชารักราชินีมากเลยลงไปล่าเอาหัวใจปิศาจมาให้แต่พระราชาบาดเจ็บสาหัสต่อมาก็ตาย ราชินีเอาหัวใจมาให้สาวใช้ปรุงสาวใช้ตั้งท้องในระหว่างปรุงอาหาร ราชินีกินเข้าไปไม่นานก็ท้องคลอดเจ้าชายเอลเลียสออกมา

เจ้าชายเอลเลียสผูกพันทนิทสนมกับโจนาห์เกิดจากลูกสาวใช้ที่ปรุงอาหารมากจนราชินีไม่พอใจ ราชินีส่งโจนาห์เข้าป่าหลายวันต่อมาเจ้าชายออกไปตามหาโจนาห์แล้วก็เจอโจนาห์บาดเจ็บ ราชินีขอให้หมอผีช่วยตามหาเจ้าชายกลับมาหมอผีบอกต้องแลก ตัดไปที่เจ้าชายฆ่าสัตว์ประหลาดเพื่อปกป้องโจนาห์ เจ้าชายพาโจนาห์กลับมาส่งคืนให้ครอบครัว กลายเป็นว่าสัตว์ประหลาดที่เจ้าชายฆ่าตายนั่นคือราชินี

เรื่องต่อมาเป็นเรื่องของกษัตริย์บ้าตัณหาที่ไม่รู้จักพอ กษัตริย์ได้ยินเสียงร้องเพลงก็หลงเสียงส่งของขวัญไปให้ที่บ้านแต่เจ้าของเสียงคือหญิงชราสองพี่น้องดอรากับอิมมาที่อาศัยอยู่ด้วยกัน กษัตริย์มาที่บ้านดอราบอกให้กษัตริย์กลับมาในอีก 7 วันแล้วจะโชว์นิ้วมือให้ดู พอครบกำหนดกษัตริย์กลับมาดอรายื่นนิ้วอิมมาออกไปกษัตริย์ก็หลงใหลชวนเข้าวัง

ดอราให้อิมมาใช้กาวติดผิวหนังเหี่ยวย่นของตัวเองแล้วเข้าวังตอนกลางคืนมีอะไรกับกษัตริย์ กษัตริย์แอบเอาไฟมาส่งดูก็พบว่าสาวที่นอนด้วยเป็นคนแก่เลยสั่งทหารจับดอราโยนทิ้งออกนอนหน้าต่างทั้งผ้าห่ม ผ้าไปติดกิ่งไม้ดานาเลยรอด บังเอิญมีแม่มดผ่านมาแม่มดให้ดอราดูดนมแล้วดอราก็กลับมาสาวอีกครั้ง กษัตริย์ออกมาล่าสัตว์เจอดอราในร่างสาวสวยก็พาตัวเข้าวังถึงขั้นจัดพิธีอภิเษก ดอราส่งการ์ดเชิญพร้อมชุดมาให้อิมมาใส่ไปร่วมงาน

หลังจบงานอิมมาไม่ยอมกลับแถมยังคาดคั้นถามดอราว่าทำไมถึงกลับมาสาว ดอราตัดบทไปว่าเฉือนหนังตัวเอง กษัตริย์เข้ามาพอดีดอราให้อิมมาแอบอยู่ในห้องแต่อิมมาดันมาแอบดูกษัตริย์กับดอรามีเซ็กส์กัน กษัตริย์หันมาเห็นสั่งทหารจับตัวอิมมาแต่ดอราขอชีวิตอิมมาไว้ อิมมาจ้างคนเฉือนหนังตัวเองจากนั้นก็เดินเลือดโชกมุ่งหน้าไปที่วัง<<<ยังไม่จบ

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของพระราชากับเจ้าหญิงไวโอเล็ต พระราชาแอบเลี้ยงเห็บไว้จนกลายเป็นเห็บยักษ์แล้วเห็บยักษ์ก็ตายไป พระราชาประกาศหาลูกเขยด้วยการให้คนมาทายว่าหนังสัตว์ที่แขวนไว้เป็นตัวอะไร ยักษ์เข้ามาร่วมทายแล้วดันทายถูก พระราชาเลยยกเจ้าหญิงให้ไปทั้งที่เจ้าหญิงไม่เต็มใจ เจ้าหญิงถูกยักษ์พาตัวไปที่ถ้ำบนภูเขาสูงแล้วก็ถูกยักษ์ข่มขืน อยู่มาวันนึงเจ้าหญิงเจอผู้หญิงอีกคนบนหน้าผาอีกฝั่งเลยขอความช่วยเหลือ ผู้หญิงคนนั้นสัญญาว่าจะพาลูกชายกลับมาช่วย วันต่อมาก็กลับมาช่วยจริงๆโดยให้ลูกชายที่อยู่คณะละครสัตว์เดินบนเชือกไปช่วยเจ้าหญิงกลับมา

ยักษ์สงสัยที่เจ้าหญิงออกไปนานเลยตามออกมาดู ยักษ์โหนเชือกตามมาแต่ถูกพวกคณะละครสัตว์ตัดเชือกยักษ์ตกจากหน้าผาแต่ไม่ตาย ยักษ์มาไล่ฆ่าพวกชาวคณะรวมทั้งสองแม่ลูกที่ช่วยพาเจ้าหญิงหนีตายหมด เจ้าหญิงแกล้งทำเป็นยอมกลับไปกับยักษ์แล้วใช้มีดที่หยิบมาฆ่ายักษ์ตาย เจ้าหญิงกลับไปที่วังพร้อมหัวยักษ์ พระราชาหลังจากที่เจ้าหญิงถูกยักษ์พาตัวไปก็ล้มป่วย พอเจ้าหญิงกลับมาพระราชาก็คุกเข่าร้องไห้เจ้าหญิงก็ร้องไห้

เจ้าหญิงได้ขึ้นเป็นราชินี ในงานราชาภิเษกเจ้าชายเอลเลียสก็มาร่วมงานรวมทั้งกษัตริย์บ้ากามก็มาพร้อมกับดอรา ระหว่างที่ทุกคนกำลังแหงนหน้าดูโชว์เดินบนเชือก ผิใหนังของดอราก็กลับมาเหี่ยวย่นอีกครั้ง ดอรารีบออกจากวังก่อนที่จะมีใครสังเกตเห็นความผิดปกติ

The Autopsy of Jane Doe(2016)

ตำรวจพบศพหญิงสาวนิรนามถูกฝังอยู่ในห้องใต้ดินบ้านที่มีคนตายแบบหาสาเหตุไม่ได้ ศพหญิงนิรนามถูกส่งไปชันสูตรที่บ้านของทอมมีกับออสตินสองพ่อลูกตระกูลทิลเดนที่สืบทอดกิจการของตระกูลมายาวนาน ออสตินอยู่ช่วยพ่อเลยเลื่อนนัดเอ็มมาแฟนสาวออกไป ทอมมีเริ่มบันทึกภาพขณะชันสูตร ศพมีลักษณะไม่เหมือนกับศพทั่วไปคือดูปกติไม่เหมือนคนตาย พอเปิดปากดูก็พบว่าศพถูกตัดลิ้น

พอเริ่มผ่าก็มีเลือดไหลออกมาซึ่งผิดจากศพทั่วไป อยู่ๆวิทยุก็เกิดคลื่นแทรก อวัยวะภายในมีรอยเหมือนถูกกรีด ปอดก็ไหม้ดำเหมือนถูกเผาทั้งที่ร่างกายภายนอกปกติดี ออสตินได้ยินเสียงผิดปกติเลยออกไปดูก็เจอแมวบาดเจ็บอยู่ในช่องอากาศทอมมีจัดการฆ่าแมวเพื่อไม่ให้ทรมานแล้วรีบเอาไปเผา สองพ่อลูกเจอเศษผ้าเหมือนยันต์ห่อฟันของศพอยู่ในท้อง พอผ่าหนังออกก็พบลายเหมือนถูกสักอยู่ด้านในผิวหนังเป็นแบบเดียวกับลายบนเศษผ้า

อยู่ๆหลอดไฟก็ระเบิดทั้งห้อง ทอมมีเหมือนถูกทำร้ายจากสิ่งที่มองไม่เห็น ทอมมีโทรแจ้งตำรวจแต่สัญญาณถูกรบกวนแล้วโทรศัพท์ก็ใช้การไม่ได้ ออสตินจุดไฟเผาศพ ไฟลุกลามไปทั่วห้องเลยต้องใช้ถังดับเพลิงดับไฟที่ไหม้กล้อง ไฟที่ศพดับไปเองและศพไม่มีรอยไหม้แม้แต่น้อย สองพ่อลูกได้ยินเสียงกระดิ่งที่ผูกไว้กับนิ้วเท้าศพในตู้เก็บศพเผื่อยังไม่ตาย ทอมมีกับออสตินหนีเข้าไปในลิฟท์ ทอมมีเห็นศพเดินได้เลยใช้ขวานฟันแต่กลายเป็นฟันถูกเอ็มมาแฟนออสติน ทอมมีถูกทำร้ายอีกครั้ง ออสตินช่วยพาพ่อกลับมาที่ห้องชันสูตรได้สำเร็จ

ออสตินผ่าเปิดกระโหลกแล้วก็พบว่าสมองยังไม่ตาย ออสตินลองพับเศษผ้าได้ตัวเลขในไบเบิล ทอมมีเจอข้อความในไปเบิลเกี่ยวกับแม่มด ออสตินเชื่อว่าเป็นการแก้แค้น ทอมมีเสนอตัวเองแลกกับความปลอดภัยของลูกชาย ทอมมีเริ่มเจ็บปวดและมีอารการแบบเดียวกับศพเริ่มจากกระดูกข้อมือข้อเท้าแตก อวัยวะภายในบาดเจ็บสาวนศพก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติรอยผ่าหายไปหมด ออสตินใช้มีดแทงพ่อตายให้พ้นจากความทรมาน

ออสตินได้ยินเสียงตำรวจบอกว่ากำลังตัดต้นไม้ที่ล้มทับประตู ออสตินเห็นผีพ่อตกใจจนตกราวระเบียงตาย ตัดมาที่ตำรวจเข้ามาในห้องชันสูตรคุยกันเรื่องส่งศพหญิงสาวนิรนามไปที่อื่น ศพถูกขนออกมาขึ้นรถหลังจากรถขับออกไปอยู่ๆวิทยุในรถก็เปลี่ยนคลื่นเองแล้วนิ้วเท้าก็ขยับได้ยินเสียงเหมือนกระดิ่ง

The Salesman(2016)

อีมัดกับรานาต้องย้ายออกจากอพาร์ทเมนต์เก่าเพราะตึกร้าวจากการขุดดินข้างๆ อีมัดกับรานาเป็นนักแสดงละครเวทีกำลังจะแสดงเรื่อง Death of a Salesman ซึ่งทั้งคู่แสดงเป็นตัวนำของเรื่อง บาบัคเพื่อนนักแสดงรู้เรื่องเลยแนะนำห้องเช่าของตัวเองทั้งคู่ไปดูแล้วตกลง คนเช่าเก่าไม่ยอมมาขนของออกจากห้องอ้างว่ายังหาที่อยู่ใหม่ไม่ได้ อีมัดกับรานาจำเป็นต้องใช้ห้องเลยขนของออกมากองไว้หน้าห้อง

หลังจบการแสดงอีมัดต้องอยู่คุยธุระต่อรานาเลยกลับก่อน รานากำลังจะอาบน้ำสระผมได้ยินเสียงโทรศัพท์ขอให้เปิดประตูรานาไม่ทันได้ดูว่าใครก็รีบเปิดประตูแล้วเข้าห้องน้ำไป ตัดมาที่อีมัดกลับมาถึงเจอรอยเลือดที่บันไดพอขึ้นไปดูก็ไม่เจอใครมีแต่รอยเลือดอยู่ในห้องน้ำ อีมัดตามไปที่โรงพยาบาลเพื่อนบ้านเล่าว่าได้ยินเสียงนึกว่าสามีภรรยาทะเลาะกันกว่าจะขึ้นไปดูและช่วยรานาคนร้ายก็วิ่งหนีลงไปแล้ว คือผู้เช้ารายก่อนเป็นโสเภณีเพื่อนบ้านสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นแขกที่มาใช้บริการ อีมัดเลือกไม่แจ้งความเพราะรานาเป็นคนเปิดประตูเอง

รานากลับมาที่บ้านแต่มีอาการหวาดผวาไม่กล้าอยู่คนเดียวไม่กล้าเข้าห้องน้ำตลอด อีมัดเจอกุญแจรถที่คนร้ายลืมไว้ อีมัดลงไปหาจนเจอรถปิคอัพเลยขับมาจอดไว้ในตึกแต่เพราะที่จอดรถเต็มเพื่อนบ้านต้องคอยตามรานาไปขยับรถ รานาเครียดจัดจนไม่สามารถแสดงละครต่อได้ อีมัดที่มีงานสอนวรรณกรรมที่โรงเรียนเลยให้พ่อของนักเรียนที่ทำงานอยู่ขนส่งช่วยตามหาที่อยู่เจ้าของรถให้

รานาพาลูกชายเพื่อนนักแสดงกลับมาที่บ้าน พออีมัดรู้ว่าเงินที่รานาใช้ซื้ออาหารเป็นเงินที่คนร้ายทิ้งไว้คืนนั้นอีมัดก็เทอาหารทิ้งหมด อีมัดเจอรถที่ร้านขนมปังเลยขับตามไป อีมัดหลอกขอเบอร์ว่าจ้างเจ้าของรถมาช่วยขนของ พอถึงเวลานัดที่อพาร์ทเมนต์เก่าของอีมัดกลายเป็นพ่อตามาแทนเพราะเจ้าของรถต้องไปซื้อของกับลูกสาวเตรียมแต่งงาน อีมัดให้ชายแก่โทรตามเจ้าของรถให้ได้ แต่สุดท้ายถามไปมากบวกกับแผลที่เท้ากลายเป็นชายแก่นั่นแหละที่เป็นคนร้ายข่มขืนรานาในคืนนั้น ตอนแรกตาแก่ยังไม่ยอมรับบอกไม่ได้ทำอะไรแต่สุดท้ายก็ยอมรับว่ารู้ว่าคนละคนแต่อดใจไม่ไหว อีมัดขังชายแก่ไว้ในห้องล็อคประตู

หลังจบการแสดงอีมัดพารานาไปที่ห้อง อีมัดลากตัวชายแก่ออกมาอาการแย่มากอีมัดต้องไปหายามาช่วยให้ฟื้น อีมัดโทรตามครอบครัวของชายแก่มาตอนแรกตั้งใจจะให้ชายแก่สารภาพเรื่องเลวๆทั้งหมดกับครอบครัวแต่ชายแก่ขอร้องไว้ไม่อยากให้ภรรยาที่แต่งงานกันมา 35 ปีรู้ รานาใจอ่อนขอให้อีมัดปล่อยชายแก่ไป พอครอบครัวมาถึงภรรยาชายแก่ที่เดินไม่ค่อยไหวเป็นห่วงชายแก่มาก ถึงตอนกลับชายแก่จะเอาแว่นตาอีมัดเรียกชายแก่ไปเอาในห้องด้วยตัวเอง อีมัดคืนเงินกับของให้และตบหน้าชายแก่ไปทีนึง พอออกจาก้องไม่นานชายแก่ก็ช็อคคาบันไดลูกสาวลูกเขยช่วยกันปฐมพยาบาลระหว่างรอรถพยาบาล รานากับอีมัดยืนมองลงมาจากหน้าต่าง จบด้วยรถพยาบาลมาถึงไม่รู้ว่ารอดหรือตาย

ความเห็นส่วนตัวคิดว่าอภัยง่ายเกินไปสมมติว่าตายยิ่งง่ายเกินไปสำหรับกรรมในครั้งนี้  คือผู้หญิงที่ถูกข่มขืนจนไม่กล้าอยู่คนเดียวไม่กล้าแม้แต่จะเข้าห้องน้ำบ้านตัวเองนี่ต้องทรมานขนาดไหน จะว่าเห็นใจครอบครัวเห็นใจภรรยาที่แต่งงานมา 35 ปีก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะไอ้แก่นั่นมันนอกใจกับโสเภณีมาก่อนแล้ว มาเจอรานาที่เป็นคนละคนมันยังไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจนี่มัน$&*%$^%$(* ถ้ารอดก็ต้องอยู่กับความสำนึกผิด หรือถ้าตายไปอย่างน้อยก็ต้องถูกประณาม ความรักความเคารพที่เคยได้รับจากคนอื่นมันต้องลดลงบ้างดิ…….อินหนักมาก คือเกลียดตั้งแต่นอกใจแล้ว รับไม่ได้เป็นการส่วนตัวกับเรื่องแบบนี้  55555

The Gift(2015)

ไซมอนกับโรบินคู่สามีภรรยาย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหม่หลังจากที่ไซมอนเพิ่งได้งาน ตอนไปซื้อเฟอร์นิเจอร์กอร์ดอนหรือกอร์โดเพื่อนเก่าของไซมอนเข้ามาทัก ไซมอนบอกกับโรบินว่าจำไม่ได้ว่ากอร์โดเป็นใคร ต่อมากอร์โดส่งไวน์ให้เป็นของขวัญที่หน้าบ้านไซมอน กอร์โดมาที่บ้านไซมอนเจอโรบินอยู่บ้านคนเดียว โรบินเชิญไซมอนเข้าบ้านและชวนทานมื้อค่ำ กอร์โดชวนไซมอนคุยเรื่องสมัยเรียนที่ไซมอนไม่อยากพูดถึงเท่าไหร่ คือสมัยวัยรุ่นไซมอนเป็นพวกหัวโจกอารมณ์ประมาณเกมไซมอน เซย์ที่ไซมอนพูดอะไรคนก็ทำตาม

กอร์โดส่งปลาคาร์พมาใส่บ่อหน้าบ้านไซมอนตามที่โรบินเคยบอกว่าอยากได้ กอร์โดแวะมาที่บ้านไซมอนอีกครั้ง กอร์โดเห็นข้อความเขียนล้อเลียนตัวเองที่ไซมอนเขียนแต่ ไซมอนเล่าให้เพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมงานฟังว่ากอร์โดเพี้ยน กอร์โดชวนไซมอนกับโรบินไปทานอาหารที่บ้าน ไซมอนกับโรบินไปที่บ้านกอร์โดพบว่าบ้านหลังใหญ่มาก ไม่นานกอร์โดก็รับโทรศัพท์แล้วขอออกไปธุระ ระหว่างนั้นไซมอนก็พูดถึงกอร์โดว่าคงแอบชอบโรบิน ไซมอนชวนโรบินสำรวจบ้านกอร์โดเจอเสื้อผ้าผู้หญิงและห้องนอนเด็ก กอร์โดกลับมาถึงบ้านและยอมรับว่ามีปัญหากับภรรยาที่พาลูกๆออกจากบ้านไป ไซมอนเคลียร์กับกอร์โดเรื่องไม่อยากให้กอร์โดมายุ่งกับชีวิตอีก

วันต่อมาปลาตายทั้งบ่อไซมอนบุกไปที่บ้านกอร์โดปรากฏว่านั่นไม่ใช่บ้านกอร์โด ต่อมาหมาของไซมอนก็หายตัวไปไซมอนแจ้งตำรวจแต่สุดท้ายหมาก็กลับมาเอง โรบินขโมยยานอนหลับมาจากเพื่อนบ้าน หลังจากทานยาโรบินก็วูบหมดสติไป แม่กับน้องสาวของไซมอนมาที่บ้านในวันคริสมาส โรบินถามน้องสาวไซมอนเรื่องเกี่ยวกับกอร์โดเพราะข้องใจจดหมายฉบับสุดท้ายที่กอร์โดบอกให้เลิกแล้วต่อกัน น้องสาวไซมอนเล่าว่ากอร์โดสมัยก่อนถูกล้อว่าเป็นเกย์และเคยถูกรุ่นพี่ลวนลามในรถ โรบินพบว่าไซมอนแอบจ้างนักสืบสืบเรื่องกอร์โด โรบินไปถามเพื่อนไซมอนสมัยเด็กอีกคนที่เคยร่วมกันแกล้งกอร์โดได้ความว่าสมัยเด็กไซมอนร้ายมาก ไซมอนแกล้งใส่ร้ายกอร์โดจนกอร์โดไม่มีคนคบถึงขั้นพ่อกอร์โดเกือบจะฆ่ากอร์โดทิ้งก่อนที่กอร์โดจะหนีไปเป็นทหาร

ไซมอนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเพราะไซมอนจ้างนักสืบจากนั้นก็ใส่ร้ายคู่แข่ง วันที่ฉลองกันคนที่ถูกไซมอนใส่ร้ายก็บุกมาปากระจกบ้านไซมอน โรบินปวดท้องคลอดไซมอนรีบพาส่งโรงพยาบาลต่อมาไซมอนก็ถูกไล่ออก โรบินคลอดลูกชายกอร์โดมาเยี่ยมโรบินที่โรงพยาบาล ไซมอนกลับไปที่บ้านเจอของขวัญจากกอร์โดเป็นการ์ด คลิปเสียงวันที่ไซมอนไปบ้านปลอมๆของกอร์โดและวิดีโอเทปวันที่โรบินวูบหมดสติ กอร์โดเข้ามาในบ้านและเริ่มลวนลามโรบินก่อนที่ภาพจะตัดไปให้สงสัย ไซมอนรีบกลับไปที่โรงพยาบาลไซมอนเห็นกอร์โด ไซมอนพยายามวิ่งไล่กอร์โดโทรหาไซมอนพูดยั่วเรื่องลูกว่าเป็นลูกใครกันแน่ จบด้วยไซมอนยืนดูโรบินที่กำลังจะให้นมลูกก่อนม่านจะปิดและไซมอนได้แต่นั่งกุมขมับ<<<<<<ไม่เครียดขนาดนั้นมั้ง เด็กกฌออกมาแล้วก็ตรวจ DNA สิหนังก็ไม่ได้อยู่ในยุค80ซะหน่อย

ด้วยความที่ไม่อ่านเรื่องย่อ คิดไปเองว่าเป็นหนังแนวฆาตกรรมโหด ดูจนจบก็ขำและสงสารตัวเอง แต่เข้าใจสิ่งที่หนังต้องการสื่อนะ เรื่องการโกหก ล้อกันเล่นแต่ส่งผลทั้งชีวิตกับคนคนนึงนี่มันไม่ใช่เรื่องขำๆ เคยเจอคนที่มีปมเพราะคำพูดล้อของคนอื่นคือมันเป็นเรื่องซีเรียสมากนะ ไซมอนนี่ก็โกหกสร้างเรื่องให้ร้ายคนอื่นจนเป็นสันดานเลย

Death Race 2050(2017)

เหตุการณ์ในปี 2050ที่วิทยาการก้าวไกลประชากรเลยล้นโลก การจัดแข่งขันเดธเรซกติกาคือฆ่าคนดูระหว่างการแข่งขันให้ได้คะแนนมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันก็มีแฟรงเกนสไตน์เจ้าเก่าที่ตอนนี้เป็นมนุษย์กึ่งไซบอร์ก แฟรงเกนสไตน์ต้องแข่งกับคู่แข่งเช่นสาวโหด สาวบ้าเซ็กส์ หนุ่มที่มีฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติและรถเอไอที่สั่งการด้วยตัวเองโดยมีคนข้างข้างๆติดกล้องเพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ชมแบบเสมือนจริง

การแข่งขันเริ่มขึ้นไม่นานแฟรงเกนสไตน์ก็ถอดหน้ากาก สาวที่นั่งกับแฟรงเกนสไตน์คือแอนนี แอนนีรับคำสั่งให้ขัดขวางและกำจัดแฟรงเกนสไตน์แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ แข่งไปเรื่อยๆก็หายไปทีละคันจนเหลือแฟรงเกนสไตน์กับเพอร์เฟคตัส แฟรงเกนสไตน์เป็นฝ่ายชนะแต่ก่อนเข้าเส้นชัยแฟรงเกนสไตน์ตัดสินใจพุ่งชนคนจัดแทนแล้วบอกกับกล้องถึงผู้ชมว่าให้ลุกขึ้นมาแข่งด้วยตัวเองแล้วก็เกิดจราจ<<<<<<ภาคนี้ไม่ดูก็ไม่เสียดาย