Departures(2008)

Departures(2008)

เปิดเรื่องมาด้วยพิธีศพ(แรกที่ลงมือเองของพระเอก)<<เกือบฮาตรงที่ศพดู(แต่หน้า)เป็นผู้หญิงแต่จริงๆแล้วเป็นผู้ชาย แล้วก็เล่าเรื่องย้อนกลับไปที่โคบายาชิ พระเอกเป็นนักดนตรี(เล่นเชลโลในวงออเคสตรา) แต่วงถูกยุบทั้งที่พระเอกเพิ่งซื้อเชลโลใหม่ ทำให้เป็นหนี้ 18 ล้านเยน สุดท้ายก็เลือกที่จะขายเชลโลแล้วกลับไปอยู่บ้านเก่าของแม่ที่บ้านนอก พอไปสมัครงาน(ที่พระเอกเข้าใจว่าเป็นงานเกี่ยวกับทัวร์เพราะมันลงประกาศว่าเกี่ยวกับการเดินทาง)ปรากฏว่าเป็นงานที่จัดการเกี่ยวศพ เงินเดือนสูงมาก แต่พระเอกไม่กล้าบอกภรรยาว่าเป็นงานอะไร เพราะที่ญี่ปุ่นอาชีพนี้มันออกจะแปลกๆอยู่ แต่จากที่ดูเป็นอาชีพที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมาก

เริ่มงานวันแรกพระเอกต้องนอนเป็นศพเพื่อถ่ายทำวีดีโอสาธิตขั้นตอนการจัดการศพ<<<ฮา+ได้ความรู้แปลกๆดี ชอบท่านประธานหน้าตายตลอดทั้งเรื่อง 5555 งานแรกของพระเอกเป็นคุณป้าที่อยู่คนเดียวตายมา 3 อาทิตย์ โอ้ว!!!! พระเอกก็อ้วกแถมตัวเหม็นกลับไป พระเอกแวะอาบน้ำเจอเพื่อนเก่าที่ทำร้านอาบน้ำคิดว่าพระเอกได้งานดี ยิ่งทำให้ไม่กล้าบอกใครว่าทำอาชีพอะไร พระเอกรื้อเชลโลเก่า(กับก้อนหินที่มีเรื่องราว)ที่บ้านมาเล่นแล้วก็คิดถึงแม่+รู้สึกผิดที่ทิ้งแม่ไป<<ตรงนี้ภาพสวยมากกกก หนังสื่อได้ดีมากตรงที่พระเอกไปยืนที่สะพานดูปลาแซลมอนว่ายทวนกระแสน้ำแล้วมีปลาตายลอยสวนตามน้ำไป ลุงที่ผ่านมาบอกว่าที่ปลามันพยายามว่ายทั้งๆที่สุดท้ายก็ตายเพราะมันอยากกลับบ้าน

อีกงานของพระเอก(ที่นั่งดูท่านประธานทำ)เป็นแม่บ้าน สามีที่นั่งเงียบมาตลอดพิธีร้องไห้แล้วมาขอบคุณท่านประธานตอนหลัง บอกว่าไม่เคยเห็นภรรยาสวยขนาดนี้มาก่อน ภรรยาพระเอกเริ่มสงสัยเพราะพระเอกต้องแอบออกไปทำงานตอนดึก ต่อมาภรรยาของพระเอกได้ดูวิดีโอสาธิตที่พระเอกไปเป็นศพแล้วเกิดรับไม่ได้เลยหนีไป เพื่อนพระเอกก็แสดงท่าทางรังเกียจ<< ตรงนี้งงมาก อะไรวะ?? อาชีพที่เกี่ยวกับศพมันสกปรกสังคมรังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ???

ศพต่อมาแม่รับสภาพลูกสาววัยรุ่นตัวเองไม่ได้ทั้งสีผมอะไรต่างๆที่เปลี่ยนไป งานก็วุ่นวายพระเอกถูกด่ากระทบ แบบว่าคนละเรื่องเดียวกันเลย พระเอกเลยมาขอลาออก ท่านประธานเล่าเรื่องภรรยาที่ตายไป เล่าได้ชิลมากเล่าไปกินไป สิ่งมีชีวิตต้องกินสิ่งที่ตายแล้วเพื่อมีชีวิตรอด พระเอกเริ่มชินกับงานที่ทำ เศร้าบ้าง ยิ้ม(ทั้งน้ำตา)ได้บ้าง มีงานนึงน่ารักมากหลานๆแต่งตัวให้คุณย่าแบบวัยรุ่น ต่อมาพระเอกเล่นเชลโลให้ท่านประธานฟังที่ร้านอาหาร คือพ่อของพระเอกทิ้งไปตั้งแต่ยังเด็กโดยที่พระเอกเข้าใจว่าพ่อเปิดร้านคอฟฟีช็อปแล้วหนีไปกับเด็กเสริฟ แล้ววันนึงภรรยาพระเอกก็กลับมาพร้อมข่าวดีว่าท้องและขอให้พระเอกเลิกทำอาชีพนี้ซะ ต่อมาพระเอกถูกตามให้ไปทำศพคุณป้าเจ้าของร้านอาบน้ำ(แม่ของเพื่อนที่เคยดูถูกพระเอกนั่นแหละ) ช่วงนี้หนังเดินเรื่องแบบเงียบๆแต่ได้อารมณ์มาก มันมีรายละเอียดมากมายในนั้น จุดที่ชัดมากคือพระเอกเอาผ้าพันคอมามาผูกให้คุณป้า คือคุณป้าแกจะผูกผ้าแบบนี้อยู่เสมอ ภรรยาพระเอกก็เข้าใจงานที่พระเอกทำอยู่มากขึ้น ลุง(มารู้ทีหลังว่าเป็นสัปเหร่อ)ที่มานั่งเล่นหมากรุกคนเดียวที่ร้านอาบน้ำทุกวันเล่นเอาน้ำตาซึมเลยทีเดียว บทสนทนากินใจมาก

เฉลยเรื่องก้อนหินที่ใช้แทนจดหมาย ถ้าก้อนหินเรียบแสดงว่าผู้ส่งอารมณ์ดี พ่อพระเอกเคยสัญญาว่าจะส่งก้อนหินมาให้ทุกปี แต่ไม่เคยส่งมาเลย ต่อมามีจดหมายถึงแม่พระเอกบอกว่าพ่อพระเอกตายแล้ว ท่านประธานให้รถพร้อมโลงศพกับพระเอก ที่จริงพ่อพระเอกไปช่วยชาวประมงทำงาน พระเอกทนไม่ได้ที่เห็นคนจัดการกับศพพ่อแบบง่ายๆลวกๆขอทำพิธีเอง ตรงนี้เป็นครั้งแรกที่ภรรยาพระเอกพูกออกมาว่าสามีของชั้นเป็นคนจัดการศพค่ะ ระหว่างจัดการศพทั้งน้ำตาพระเอกเจอหินก้อนเล็ก(ก้อนนั้นที่สมัยเด็กๆเคยแลกกับพ่อ)ที่พ่อกำไว้ในมือ ภรรยาพระเอกยื่นก้อนหินส่งให้พระเอกส่งให้ลูกในท้อง<<<< หนังจบได้สวยมาก

ดูหลายรอบมากเรื่องนี้ เป็นหนังที่เหมือนไม่มีอะไรเล่าเรื่องไปเรื่อยๆแต่มันมีอะไรซ่อนอยู่ในแต่ละซีนเยอะมาก ไม่ได้เศร้าจนน้ำตาแตกแบบเรื่องอื่นๆ แต่ดูจบแล้วรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเวลาสองชั่วโมงที่ดูไป… แค่นั้นก็พอแล้ว

 

PS ชื่อไทยของเรื่องนี้คือ “ความสุขนั้น…นิรันดร” จริงๆด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s