The Hurt Locker(2010)

The Hurt Locker(2010)

เจมส์ถูกส่งไปประจำการที่อิรักแทนหน่วยเก็บกู้ระเบิดคนเก่าที่ตายไป แรกๆด้วยความบ้าระห่ำของเจมส์ทำให้ไม่ค่อยจะถูกกับคนอื่นในทีมเท่าไหร่นักโดยเฉพาะแซนบอร์น เวลาทำงานเจมส์มันชอบเสี่ยง ไม่ยอมใช้หุ่นยนต์ ไม่ใช้ชุดเกราะแถมมีครั้งนึงถอดหูฟังปาทิ้งอีกตะหาก แต่ด้วยความสามารถทำให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น ตอนนั้นทีมของเจมส์เหลือเวลาประจำการอีกแค่ประมาณ 37 วัน(จำตัวเลขแน่นอนไม่ได้ ที่แน่ๆไม่เกิน 40)

มิตรภาพของเจมส์กับแซนบอร์นเริ่มขึ้นหลังเหตุการณ์ซุ่มยิงผู้ก่อการร้ายกลางทะเลทราย<<<ฉากนี้นานมาก เจมส์สนิทกับเด็กขายดีวีดีเถื่อนชาวอิรักคนนึงชื่อเบคแฮม ซึ่งต่อมามีเด็กถูกพวกผู้ก่อการร้ายฆ่าตายยัดระเบิดไว้ในท้อง เจมส์นึกว่าเป็นน้องเบ็ค<<<ตรงนี้ซึ้งน้ำใจเจมส์มาก เห็นได้ถึงความมีมนุษยธรรม คือไอ้สถานที่พบศพนั้นเป็นคลังแสงของโจร จริงๆแล้วเจมส์จะต้องระเบิดทั้งหมดไปพร้อมกับร่างเด็ก(ที่เจมส์เชื่อว่าเป็นน้องเบ็ค) แต่เจมส์ตัดสินใจยอมเสี่ยงผ่าท้องเอาระเบิดออกเพื่อจะได้เอาศพเด็กออกไปทำพิธีตามประเพณี

พอกลับค่ายเจมส์ยังคงติดใจเรื่องนี้เลยตามพ่อค้าดีวีดีไปจนถึงบ้านหลังนึง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นบ้านน้องเบ็ค แต่กลายเป็นบ้านนักวิชาการ เจมส์ถูกภรรยาดร.นั่นไล่ออกจากบ้าน พอกลับค่ายก็มีเหตุระเบิดไฟไหม้ คืนนั้นเพื่อนในทีมเจมส์คนนึงถูกยิงที่ขาก็เพราะความบ้าเลือดของเจมส์นั่นแหละ เช้าวันต่อมาเจมส์เจอน้องเบ็คยังไม่ตาย<<<อ้าววววว คราวนี้เจมส์เลยไม่สนใจน้องเบ็คที่มาชวนเล่นบอลอีกเลย<<<เข้าใจอารมณ์อ่ะ

เหลืออีกแค่สองวันก่อนกลับสหรัฐฯ เจมส์ถูกเรียกไปกู้ระเบิดที่ถูกติดไว้กับตัวผู้ชายคนนึง แต่เจมส์ช่วยไม่ได้ทั้งที่พยายามจนถึงที่สุดแล้ว ต่อมาเจมส์กลับไปหาลูกเมียแต่เจมส์รู้ใจตัวเองว่าไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบพลเรือน ตรงนี้หนังทำออกมาดีมาก ฉากที่เจมส์เลือกซื้อซีเรียล คือมันเห็นได้ชัดเลยว่าตอนกู้ระเบิดเป็นพวงเจมส์สามารถทำได้แทบจะอัตโนมัติ แต่ไอ้การเลือกซื้อซีเรียลซักกล่องตามคำสั่งภรรยามันกลายเป็นเรื่องที่เจมส์ต้องนิ่ง…..คิดอยู่พักใหญ่<<<<ซีนนี้ชอบมาก

ที่ชอบอีกอันคือตอนที่เจมส์พูดกับลูกชายที่ยังเด็กมาก เจมส์บอกว่าตอนนี้ดูเหมือนลูกจะรักไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆตัว แต่เมื่อลูกโตขึ้นลูกจะพบว่าเหลือเพียงไม่กี่อย่างที่ลูกรัก สำหรับพ่อตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวที่พ่อรัก แล้วก็ตัดกลับไปที่อิรัก เจมส์กลับเข้ากองทัพอีกครั้ง เหลือเวลาประจำการอีก 365 วัน<<<ทำให้เข้าใจว่าอ๋อ…ไอ้การนับเวลาถอยหลังตอนต้นเรื่องกับตอนจบที่มันให้ความรู้สึกความแตกต่างในตัวของมันนะ ต้องดูทั้งเรื่องถึงจะเข้าใจสิ่งที่เค้าตั้งใจสื่อออกมา ถ้าไม่ได้รางวัลอ่ะแปลก คือเรื่องนี้สื่อออกมาชัดเจนมาก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s