October Sonata(2009)


แสงจันทร์กลับจากงานศพมิตร ชัยบัญชาบังเอิญเดินมาชนรถของรวีที่กำลังจะไปหาเพื่อนที่ชลบุรีก่อนจะไปเรียนต่อในวันรุ่งขึ้น แสงจันทร์ขอติดรถไปด้วย แสงจันทร์อยากไปที่ที่มิตร ชัยบัญชาตกเฮลิคอปเตอร์ แต่คืนนั้นฝนตกทั้งสองคนต้องพักค้างคืนที่บังกะโลแสนมุก ตามแบบฉบับหนังไทยก็ต้องเหลือห้องว่างแค่ห้องเดียว

รวีอ่านหนังสือ “สงครามชีวิต” ของศรีบูรพาให้แสงจันทร์ฟังทั้งคืน รวีไม่รู้ว่าแสงจันทร์อ่านหนังสือไม่ออก รวีให้หนังสือกับแสงจันทร์ไว้แล้วสัญญากันว่าอีกสองปีจะกลับมาเจอกันในวันที่ 8 ตุลาคม พอเช้ารวีหายไปทิ้งไว้แต่จดหมายที่แสงจันทร์อ่านไม่ออก แสงจันทร์เข้าใจว่ารวีจากไปโดยไม่ลาจนกระทั่งให้เจ้าของร้านเย็บผ้าช่วยอ่านให้ถึงได้รู้ว่ารวีบอกว่าเอาของไปฝากบ้านเพื่อนแล้วจะกลับมารับแสงจันทร์กลับกรุงเทพ

แสงจันทร์ไปเรียนหนังสือเจอกับลิ้มที่มาคอยตามรับตามส่ง พาแสงจันทร์ไปเรียนตัดเสื้อเป็นเรื่องเป็นราว แสงจันทร์บอกกับลิ้มว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นเพลินตามนางเอกในหนังสือ สองปีผ่านไปแสงจันทร์กลับมาที่บังกะโลแต่ไม่เจอรวี ต่อมาลิ้มขอแสงจันทร์แต่งงาน แสงจันทร์เริ่มหมดหวังในการรอคอยยอมเปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นแสงจันทร์เหมือนเดิมแล้วแต่งงานกับลิ้ม ลิ้มอยู่กับแสงจันทร์โดยไม่ได้ล่วงเกิน วันที่ 8 ตุลาของทุกปีแสงจันทร์จะไปที่บังกะโล

จนกระทั่งปีนึงแสงจันทร์ได้เจอกับรวี ถึงได้รู้ว่าวันที่สัญญาไว้ครั้งแรกรวียังอยู่ต่างประเทศแต่ได้ฝากจดหมายถึงแสงจันทร์ไว้ที่เคาน์เตอร์ แต่ว่าแสงจันทร์ดันลงชื่อเข้าพักว่าเพลินเลยไม่ได้รับจดหมาย แสงจันทร์นัดพบกับรวีอีกในปีถัดไป รวีให้เครื่องพิมพ์ดีดกับแสงจันทร์ แสงจันทร์สัญญาว่าจะพิมพ์ต้นฉบับมาส่งในปีต่อไป คืนนั้นแสงจันทร์เกือบมีอะไรกับรวีแต่ยับยั้งชั่งใจทัน แสงจันทร์ขับรถตัดหน้ารถไฟรอดหวุดหวิด พอกลับบ้านเลยตัดสินใจเก็บของออกจาบ้านลิ้มมาเช่าห้องนั่งพิมพ์งานด้วยเครื่องพิมพ์ดีดที่รวีให้ไว้ <<< ประมาณว่าพอรอดจากรถไฟแสงจันทร์ก็ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตแล้ว

ปีต่อมาเป็นช่วงปฏิวัติรวีต้องหนีเข้าป่าแสงจันทร์มาเลยไม่เจอ แสงจันทร์ยังคงมาทุกปีจนบังกะโลเจ๊ง ปีต่อมาแสงจันทร์กลับมาอีกครั้งเห็นรถจอดอยู่นึกว่าเป็นรวีแต่กลายเป็นลิ้ม คืนนั้นลิ้มใช้กำลังข่มขืนแสงจันทร์ ตัดไปที่รัฐบาลยอมให้นักศึกษาที่หนีเข้าป่าออกมามอบตัวได้ รวีมาที่บังกะโลเจอแต่เศษกระดาษของแสงจันทร์ รวีไปที่ร้านของแสงจันทร์เจอลิ้มที่ตอนนี้มีลูกมีเมียใหม่ไปเรียบร้อย รวีถามจนรู้ว่าแสงจันทร์หนีหายไป

รวีกลับมาที่บังกะโลอีกครั้ง คุณสมชายเจ้าของคนใหม่อนุญาตให้รวีอยู่ที่บังกะโลพร้อมให้เครื่องพิมพ์ดีดกับรวี รวีเริ่มพิมพ์ต้นฉบับไประหว่างนั้นรวีก็เริ่มป่วย หลายปีต่อมาแสงจันทร์มาที่โรงพิมพ์เพราะมีต้นฉบับที่ราวกับเป็นเรื่องเดียวกันกับเรื่องของแสงจันทร์ถูกส่งมาที่โรงพิมพ์ คนส่งต้นฉบับบอกไว้ว่าจะรอแสงจันทร์ที่บังกะโลในวันที่ 8 ตุลาคม

แสงจันทร์กลับไปอีกครั้ง เจอลิ้มนั่งรออยู่ ที่แม้ลิ้มก็คือคุณสมชายเจ้าของบังกะโลคนใหม่ ลิ้มบอกกับแสงจันทร์ว่ารวีป่วยเป็นมาลาเรียตายไปเมื่อวันที่ 8 ซึ่งปีนั้นจริงๆแสงจันทร์ก็ไปที่บังกะโลแต่เห็นรถของลิ้มจอดอยู่แสงจันทร์เลยเลี้ยวรถกลับ แล้วหนังก็จบที่แสงจันทร์ที่ดูมีอายุยืนอยู่ที่ชายหาดกำลังคิดถึงเรื่องราวของตัวเองกับรวี คนที่ทำให้ชีวิตของแสงจันทร์เปลี่ยนไป

จบเศร้าแต่ว่าชอบอ่ะ  ชอบบท ชอบวิธีการสื่อ ตั้งแต่เรื่องที่ว่าคนทุกคนแตกต่างหรือไม่แตกต่างกัน ถ้าสังเกตจะเห็นว่าความคิดของแสงจันทร์เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ตามการศึกษา แสงจันทร์ในตอนแรกที่เจอกับรวีใหม่ๆเป็นเด็กใสๆ ช่างฝันคนนึง พอหนังเดินเรื่องไปเรื่อยๆ ความคิดของแสงจันทร์เปลี่ยนไปอย่าตอนที่เถียงกับคุณนายเรื่องความยุติธรรมชอบอีกอันตรงหิ่งห้อย ที่รวีบอกตอนรอให้รถไฟผ่านว่าถ้าเราดับไฟเราจะได้เห็นอีกโลกที่แตกต่าง แต่ถ้าเราดับไฟเราก็จะไม่มีแสงนำทาง พอมาฉากที่แสงจันทร์ตัดสินใจขับรถตัดหน้ารถไฟ มันเหมือนพอผ่านจุดนั้น แสงจันทร์ก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเอายังไงกับชีวิต แล้วก็มาชอบอีกทีตรงต้นฉบับที่เป็นเรื่องเดียวกันแต่ถ่ายทอดจากคนสองคน โห…… เป็นความชอบที่บรรยายไม่ได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s