Daily Archives: August 14, 2012

Somewhere in Time(1980)

ปี 1972 ริชาร์ด คอลเลอร์(คริสโตเฟอร์ รีฟ)กำลังอยู่ในงานเลี้ยงหลังจบละครเวทีที่ริชาร์ดเขียนบท มีหญิงชราเดินเอานาฬิกาพกมาให้ริชาร์ดพร้อมกับบอกว่าให้กลับมาหาเธอ แล้วหญิงชราก็กลับไปที่โรงแรมแกรนด์โฮเตลก่อนจะเสียชีวิตในวันนั้น

8 ปีต่อมาริชาร์ดขับรถไปเรื่อยจนถึงแกรนด์โฮเตล ริชาร์ดเข้าพักที่นั่น ตอนเดินสำรวจโรงแรมริชาร์ดเจอกับรูปที่แขวนอยู่ในห้องก็เกิดสนใจ ริชาร์ดสอบถามจนรู้ว่าผู้หญิงในรูปคือเอลิส แมคเคนนา(เจน ซีมัวร์)ดาราดังสมัยปี 1912 ที่อยู่ๆก็ออกจากวงการ ริชาร์ดค้นหาประวัติจนไปพบกับคนที่ดูแลเอลิสทำให้รู้ว่าเอลิสคือคนเดียวกับที่ไปหาริชาร์ดเมื่อ 8 ปีก่อน เอลิสอ่านหนังสือเกี่ยวกับการย้อนเวลาที่อาจารย์มหาวิทยาลัยที่ริชาร์ดเคยเรียนเป็นคนเขียน

ริชาร์ดไปหาอ.เล่าวว่าเคยย้อนเวลาไปได้แป๊บเดียว พอพบว่าในตัวมีของในสมัยปัจจุบันก็กลับมาที่เดิม ริชาร์ดเลยไปซื้อชุด แลกเงินและเก็บของทั้งหมด ความพยายามครั้งแรกไม่ได้ผล ริชาร์ดเลยไปหาอาเธอร์คนเก่าแก่ที่ดูแลโรงแรม อาร์เธอร์อยู่ที่โรงแรมตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก ริชาร์ดไปค้นเจอสมุดรายชื่อแขกปี 1912 พบว่ามีชื่อของตัวเองอยู่เลยมั่นใจว่าสามารถย้อนเวลาได้จริงๆ ริชาร์ดกลับไปลองใหม่ คราวนี้ได้ผลริชาร์ดตื่นขึ้นมาในปี 1912 จริงๆ

ริชาร์ดตามหาจนเจอเอลิสเดินเล่นอยู่ที่ชาดหาด แต่ถูกโรบินสัน(คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์)ผู้จัดการของเข้ามาขัดขวาง ริชาร์ดเจอเอลิสอีกครั้งในงานเต้นรำโรบินสันก็มากันท่าอีกรอบ ริชาร์ดพยายามนัดเจอกับเอลิสอีกเอลิสตกลงนัดกับริชาร์ดแล้วทั้งคู่ก็ขึ้นรถม้าไปเที่ยวด้วยกัน เอลิสบอกให้ริชาร์ดไปดูเธอแสดง ระหว่างการแสดงโรบินสันเรียกริชาร์ดออกไปพบ โรบินสันบอกว่าริชาร์ดจะทำลายอนาคตของเอลิส โรบินสันให้คนซ้อมริชาร์ดแล้วจับไปขังในคอกม้า

หลังการแสดงโรบินสันบอกกับเอลิสว่าริชาร์ดไปแล้วและคณะละครก็ย้ายไปในคืนนั้น ริชาร์ดฟื้นรีบมาตามหาแต่เอลิสไปแล้ว ริชาร์ดกำลังเศร้าก็เห็นเอลิสกลับมาที่โรงแรมคืนนั้นริชาร์ดกับเอลิสก็มีอะไรกัน ตอนเช้าริชาร์ดโชว์สูทของตัวเองให้เอลิสดูว่ามีหลายกระเป๋า ริชาร์ดล้วงไปเจอเหรียญของปี 1979 แล้วริชาร์ดก็หายไปต่อหน้าเอลิสที่ร้องเรียกริชาร์ด

ริชาร์ดกลับมาในยุคปัจจุบันพยายามจะกลับไปในอดีตอีกก็ทำไม่สำเร็จ ริชาร์ดนั่งเศร้าไม่ยอมกินไม่ยอมออกจากห้องจนอาร์เธอร์เปิดห้องมาเจอริชาร์ดอาการหนักเลยไปตามหมอมาดูอาการ แล้วริชาร์ดก็สติหลุดลอยเห็นภาพตัวเองเดินจับมือกับเอลิส … จบ

เป็นหนังที่คลาสสิคมาก ติดอันดับหนังรักที่ชอบอีกเรื่อง นับถือคนคิดคิดพล็อตที่คิดได้ในสมัยนั้นถือว่าเจ๋งมากๆ เพราะเรื่องนี้มีมาก่อน Back to the Future (ภาคแรก 1985) ที่จำได้ว่าดูครั้งแรกสมัยยังเด็กมากๆแบบว่ายังดูหนังแทบไม่เป็นเลยมั้ง เจน ซีมัวร์ล่าสุดเป็นแม่ของเจสัน ทีค(แฟนใหม่ลานา)แก่แต่ก็ยังมีเค้าโครงความสวยอยู่เลย เสียดายคริสโตเฟอร์ รีฟถ้ายังอยู่ก็น่าจะรุ่นๆเดียวกับบรูซ วิลลิสหรือจอห์น ทราโวลตรา เพราะซูเปอร์แมนเวอร์ชันรีฟก็ยังเคยดูอยู่เลยก่อนจะมาเป็นซูเปอร์แมนเวอร์ชันแบรนดอน รูธ

Advertisements

3-Way(2004)

ลู(โดมินิค เพอร์เซล)เจอภรรยานอนตายอยู่กับชู้บนเรือเลยเอาศพทิ้งทะเลพร้อมกับปืน จากนั้นก็ลงเรือยางแล้วทิ้งเรือไว้กลางทะเล หลายปีต่อมาลูมีอาชีพรับทำป้ายชื่อร้านไปติดตามข้างถนนมีแฟนใหม่ชื่อริตา(จอย ไบรอัน) ตอนปักป้ายลูเกิดไปเจอราฟกับอิโซเบลจอดรถXXXกันระหว่างนั้นก็คุยเรื่องลักพาตัวฟลอเรนซ์ภรรยาของราฟไปด้วย

ลูตามรถไปจนเจออิโซเบล ลูแกล้งเอาป้ายไปเสนอที่ร้านของอิโซเบลพอได้ที่อยู่ก็แอบฟังแผนการลักพาตัวเรียกค่าไถ่ ลูกลับมาบอกริตาว่าจะซ้อนแผนจับตัวฟลอเรนซ์มาเรียกค่าไถ่ซะเอง แต่ดันมีอุปสรรคคือเฮอร์เบิร์ตพี่ชายของชู้ภรรยาเก่าของลูเจอปืนของลูเลยเอามาขู่ เฮอร์เบิร์ตอยากรู้ว่าศพของน้องชายอยู่ที่ไหนเพื่อจะรับมรดก ลูให้ริตาหลอกพาเฮอร์เบิร์ตไปดูที่ไกลๆ

ลูมาจับตัวฟลอเรนซ์ไปแล้วโทรเรียกเงินค่าไถ่จากราฟ ริตาขอเป็นคนไปเอาเงิน เฮอร์เบิร์ตตามมาแล้วยังไงไม่รู้ฟลอเรนซ์ดันตาย<<<(ดูไปทำอย่างอื่นไปด้วยแต่ขี้เกียจรีวาย) ริตากลับมายิงเฮอร์เบิร์ตที่กำลังล็อคคอลู กระเป๋าที่ริตาเอามากลายเป็นเงินปลอม ลูเลยตามไปที่บ้านอิโซเบลบังคับให้เรียกราฟไปพอที่เรือ ตำรวจตามมาจับราฟ ลูและอิโซเบล เงินจริงอยู่ที่ริตา ตอนจบกลายเป็นว่าลูไปเที่ยวกับริตาที่ชายหาด คือริตาให้การว่าลูถูกเฮอร์เบิร์ตที่เป็นนักแบล็คเมลล์หลอก เฮอร์เบิร์ตฆ่าน้องชายตัวเอง(ชู้กับภรรยาเก่าลู)

จริงๆน่าจะจบแบบริตาเอาเงินไปคนเดียวทั้งหมด ปล่อยให้ลูติดคุกไปก็ได้นะเพราะริตาจับได้ว่าลูนอกใจตอนที่เกือบมีอะไรกับฟลอเรนซ์ พล็อตเรื่องอ่ะดีนะแต่ถ่ายทอดออกมาแล้วไม่ค่อยสนุก เรื่องนี้น่าจะติดเรทด้วยมั้ง ถึงภาพจะไม่ได้ออกเห็นกันจะๆแต่ฉากแบบนั้นเยอะเกินไปมั้ยเอาไปใส่รายละเอียดอย่างอื่นน่าจะดีกว่า พระเอกก็คนที่เล่นเป็นลินคอล์นพี่ชายของสกอฟิลด์ใน Prison Break เล่นเรื่องนี้แปลกๆแข็งๆยังไงบอกไม่ถูก ลุคมันไม่ตรงตามคาร์แรคเตอร์อ่ะ ตอนหลังใส่ชุดนักโทษนี่ถึงจะใช่ อาจจะติดภาพไปเองก็ได้ สรุปไม่ชอบเรื่องนี้เท่าที่ควร

 

 

 

About a Boy(2002)

วิล(ฮิวจ์ แกรนท์)ใช้ชีวิตอย่างสบายโดยไม่ต้องทำงานด้วยค่าลิขสิทธิ์เพลงของพ่อ วิลเกิดความคิดอยากเดทกับพวกซิงเกิลมัมเลยไปเข้าชมรม SPAT วิลโกหกว่ามีลูกชายอายุสองขวบ วิลเจอกับซูซีจากนั้นก็ออกเดทกันโดยซูซีพามาร์คัสลูกชายของเพื่อนไปด้วย ตอนกลับไปส่งมาร์คัสที่บ้านแม่ของมาร์คัสกินยาฆ่าตัวตาย วิลกับซูซีช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล

มาร์คัสแอบตามดูวิลจนมั่นใจว่าวิลไม่มีลูก มาร์คัสไปที่บ้านวิลขู่ว่าจะบอกซูซี มาร์คัสไปบ้านวิลทุกเย็นจนกลายเป็นเรื่องปกติ มาร์คัสขอให้วิลออกเดทกับแม่แต่ก็ไม่เวิร์ค วิลพามาร์คัสไปซ็อปปิงจนมาร์คัสหายเชย มาร์คัสชอบผู้หญิงก็ปรึกษาวิล วิลเจอกับเรเชล(เรเชล ไวส์)เรเชลเข้าใจผิดคิดว่าวิลมีลูกเลยบอกว่ามีลูกชายอายุเท่ามาร์คัส วิลเลยไปขอร้องให้มาร์คัสช่วย ต่อมาวิลสารภาพว่ามาร์คัสไม่ใช่ลูกจากนั้นก็เลิกกับเรเชล

มาร์คัสเจอแม่มีอาการจะฆ่าตัวตายอีกมาขอให้วิลช่วยไปคุยกับแม่แต่ตอนนั้นวิลกำลังเสียใจเรื่องเรเชลเลยไล่มาร์คัสไป มาร์คัสไปเจอประกาศรับสมัครประกวดร็อคแบนด์ มาร์คัสสมัครเพราะอยากร้องเพลงให้แม่ฟัง(เพลงที่ร้องกับแม่บ่อยๆ)เผื่อแม่จะดีขึ้น

วิลคิดได้ไปคุยกับแม่ของมาร์คัส แม่ของมาร์คัสชวนวิลไปดูวิลประกวด วิลเป็นห่วงกลัวมาร์คัสโนล้อไปตลอดชีวิตเลยรีบตามไปห้ามแต่มาร์คัสยืนยันจะร้อง ตอนที่มาร์คัสกำลังโดนโห่วิลก็ออกมาเล่นกีตาร์เป็นแบ็คอัพให้จนผ่านไปด้วยดี ตอนหลังกลายเป็นวิลเองที่โดนไล่ ที่งานวิลเจอกับเรเชลอีกครั้งเพราะเรเชลมาดูลูกประกวด ตอนจบวิลคืนดีกับเรเชล มาร์คัสกับแม่และคนอื่นๆก็มาฉลองคริสมาสที่บ้านวิล

เหมือนจะชอบแต่ไม่ชอบ รำคาญมาร์คัสตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่ได้รู้สึกกับมาร์คัสดีขึ้น มาร์คัสคือตัวแปรสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนความคิดของวิล ตอนหลังชัดเจนว่าวิลดีขึ้นแต่มาร์คัสล่ะ?? ส่วนเดียวที่รู้สึกดีกับมาร์คัสคืออย่างน้อยมาร์คัสก็อยากทำ(ร้องเพลง)เพื่อแม่ แต่ก็ยังไม่ถึงกับชอบเพราะมันก็แค่นั้น ตลอดทั้งเรื่องไม่มีซีนประทับใจในตัวมาร์คัสเลย แทนที่จะอยู่กับแม่(แทนที่จะไปร้องเพลงตอนจบ)มาร์คัสกลับหนีไปใช้ชีวิตอยู่กับวิล มาร์คัสไม่ยอมรับในจุดอ่อนของตัวเองที่โดนเพื่อนแกล้งเพื่อนล้อมันก็เพราะมาร์คัสไม่ปรับตัวให้เข้ากับสังคมเอง แอบรู้สึกเองด้วยซ้ำว่าลึกๆมาร์คัสเองก็อยากจะเป็นมีชีวิตสุขสบายแบบวิล<<<เป็นความรู้สึกส่วนบุคคล ห้ามลอกเลียนแบบ อคติล้วนๆจากพื้นฐานไม่ชอบเด็กเป็นทุน

 

 

 

The Green Mile(1999)

พอล เอจคอมบ์ตอนแก่อาศัยอยู่ที่บ้านพักคนชรา ตอนที่ดูทีวีกันพอลเกิดสะเทือนใจจนต้องลุกออกมา พอลเล่าเรื่องให้หญิงชราอีกคนฟังว่าสมัยหนุ่มๆ พอล(ทอม แฮงส์)เป็นผู้คุมนักโทษรอประหารที่เรียกกันว่า Green Mile เพราะทางเดินไปสู่เก้าอี้ไฟฟ้าจะถูกทาสีเขียว

พอลเล่าเรื่องของจอห์น คอฟฟี(ไมเคิล คลาก ดันแคน)นักโทษผิวดำร่างยักษ์แต่ท่าทางใจดีแถมกลัวความมืดอีกตะหาก ถูกจับข้อหาข่มขืนและฆ่าเด็กสองคน ตอนนั้นพอลเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะได้จอห์นเป็นคนช่วยไว้ คือพอจอห์นมีพลังพิเศษสัมผัสที่ตัวโรคของคนนั้นก็จะหายแล้วจอห์นก็จะปล่อยคล้ายๆฝูงแมลงออกจากปาก

เพอร์ซีผู้คุมนิสัยเสียที่ชอบข่มขู่ ทำร้ายนักโทษผิดกับพอลและผู้คุมอีกสามคนที่ปฏิบัติต่อนักโทษอย่างเป็นธรรมแต่ทำอะไรเพอร์ซีไม่ได้เพราะเพอร์ซีเส้นใหญ่ เพอร์ซีขอเป็นคนสั่งสับสวิทช์ประหาร พอลยอมให้เพอร์ซีเป็นคนสั่งแต่ขอแลกกับการที่เพอร์ซีทำเรื่องขอย้ายไปอยู่ที่อื่น  

เดลนักโทษประหารอีกคนฝึกหนูจนเชื่อง ตั้งชื่อหนูว่ามิสเตอร์ทิงเกิล เพอร์ซีเหยียบมิสเตอร์ทิงเกิลของเดลจนตายแต่จอห์นช่วยชุบชีวิตหนู พอถึงวันประหารเดล พอลกับผู้คุมอีกสามคนช่วยกันปลอบใจเดลว่าจะพามิสเตอร์ทิงเกิลไปอยู่คณะละครสัตว์ แต่พอร์ซีบอกความจริงว่าผู้คุมหลอกแล้วแกล้งลืมชุบน้ำที่ฟองน้ำจนสมองของเดลไหม้ เดลต้องตายอย่างทรมาน 

ภรรยาของฮาล(เพื่อนของพอล)ป่วยหนักเป็นเนื้องอกในสมองจนเห็นภาพหลอน พอลตัดสินใจให้จอห์นช่วยภรรยาฮาลโดยจับผู้คุมเพอร์ซีใส่ชุดคนบ้าแล้วขังห้องขังเดี่ยว แอบใส่ยานอนหลับให้ไวลด์ บิลนักโทษอีกคนที่ป็นฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าข่มขืนเด็กในคดีของจอห์น<<<จอห์นเป็นภาพตอนบิลมาจับแขน เลยถ่ายทอดพลังให้พอลได้เห็นด้วย จอห์นช่วยภรรยาของฮาลจนหายแต่จอห์นไม่ยอมคายแมลงออกจากปาก

พอกลับถึงคุกจอห์นคายแมลงใส่ปากเพอร์ซี จากนั้นเพอร์ซีก็คุมสติไม่ได้กระหน่ำยิงบิลตายคาห้องขัง เพอร์ซีถูกจับไปอยู่โรงพยาบาลโรคจิต ใกล้ถึงวันประหารจอห์น พอลมาคุยกับจอห์นว่าจะปล่อยจอห์นไป แต่จอห์นบอกว่าตัวเองเหนื่อยแล้ว ตอนประหารจอห์นเป็นซีนที่เศร้ามาก นั่งดูไปน้ำตาซึม

ตัดกลับมาที่พอลพาหญิงชราไปดูกระท่อมร้างที่ตัวเองเดินไปทุกเช้า พอลเอาขนมปังไปให้มิสเตอร์ทิงเกิลที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะได้รับพลังจากจอห์นเหมือนๆกับพอลที่ตอนนี้อายุ 108  ปีแล้ว พอลเล่าว่าตัวเองอยู่ดูคนที่รักจากไปคนแล้วคนเล่า ขนาดมิสเตอร์ทิงเกิลยังมีชีวิตอยู่นานขนาดนี้แล้วตัวเองจะขนาดไหน ได้แต่อธิษฐานขอให้ตัวเองพ้นจากโลก

เป็นหนังที่ยาวมาแต่ก็ดีมาก ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ หนังทอม แฮงส์มันดีทุกเรื่องจริงๆ เรื่องนี้สอนอะไรเยอะมาก เรื่องของศรัทธา กรรมดี กรรมชั่ว ปาฏิหาริย์ ก็ต้องยอมรับว่าโลกนี้มันมีคนแบบเพอร์ซีอยู่จริง แล้วผลกรรมที่ได้รับก็สาสม คนที่รับบทจอห์น คอฟฟี(แต่สะกดไม่เหมือนกัน)เล่นดีมาก คือนั่งดูยังรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนของคนคนนี้ ทอม แฮงส์ซีนสั่งประหารที่เดินเข้าไปจับมือจอห์นนี่ดูไปน้ำตาจะไหล ในขณะที่คนมาดูการประหารพากันสาปแช่งจอห์น แต่ผู้คุมทุกคนรู่อยู่แก่ใจว่าจอห์นเป็นคนบริสุทธิ์และจิตใจดี มันสะเทือนใจมากๆตอนจอห์นบอกว่ารู้สึกได้ว่ามีคนที่เกลียดผมอยู่ในนี้หลายคนแต่ผู้คุมบอกงั้นรู้สึกแบบเราสิ เราไม่เกลียด<<<ง่ายๆแต่กินใจสุดๆ

 

 

 

Wild Wild West(1999)

เริ่มเรื่องด้วยนักวิทยาศาสตร์ถูกใส่ปลอกคอแล้วก็ถูกใบเลื่อยยักษ์ตัดคอขาด เจมส์ เวสท์(วิล สมิทธ์)กับกอร์ดอน(เคลวิน ไคลน์)ตามจับนายพลแมคกราทที่สั่งสังหารหมู่ชาวบ้านแต่จับไม่ได้ พอกลับมาที่ทำเนียบขาวประธานาธิบดีสั่งให้ทั้งคู่ทำงานร่วมกัน กอร์ดอนเป็นนักประดิษฐ์แกะรอยจากหัวของนักวิทยาศาสตร์ตอนต้นเรื่องว่าแมคกราทจะไปงานเลี้ยงของดร.เลิฟเลสอดีตนักวิทยาศาสตร์ที่พิการเหลืออยู่แค่ครึ่งตัว

เวสท์ได้แผนที่จากห้องของเลิฟเลส ส่วนกอร์ดอนช่วยริตาที่บอกว่าเป็นลูกสาวของศจ.เอสโคบาร์ที่ถูกเลิฟเลสจับตัวไว้ เลิฟเลสใช้รถเกราะสังหารหมู่ทหารของนายพลแมคกราธแล้วฆ่าแมคกราธทิ้ง เลิฟเลสดัดแปลงรถเกราะเป็นรถไฟกำลังมุ่งหน้าไปหาประธานาธิบดีที่กำลังจะตอกหมุดเปิดเส้นทางรถไฟ

เลิฟเลสดักทำร้ายรถไฟของเวสท์กับกอร์ดอนแล้วจับตัวริตาไป ทิ้งเวสท์กับกอร์กอนจับใส่ปลอกคอแม่เหล็กที่ดูดใบเลื่อยไว้กลายทะเลทราย กอร์ดอนบังเอิญเจอรางรถไปของเลิฟเลสตามมาแต่เลิฟเลสเปลี่ยนเป็นหุ่นแมงมุมยักษ์มุ่งหน้าไปหาประธานาธิบดีแล้ว กอร์ดอนปลอมตัวเป็นประธานาธิบดีแต่ดันโดนจับไปพร้อมประธานาธิบดี ส่วนเวสท์ถูกยิงร่วงจากแมงมุมยักษ์แต่ได้เสื้อเกราะของกอร์ดอนช่วยไว้

เลิฟเลสบังคับประธานาธิบดีเซ็นมอบรัฐให้กับพวกของตัวเอง เวสท์ตามมาช่วย ต่อมาเวสท์กับกอร์ดอนใช้เครื่องบินที่กอร์ดอนประดิษฐ์บินตามขึ้นไปบนหุ่นแมงมุมยักษ์ช่วยประธานาธิบดีได้สำเร็จ เลิฟเลสตาย ตอนหลังริตาบอกว่าจริงแล้วไม่ใช่ลูกสาวของศจ.เอสโคบาร์ แต่ศจ.เป็นสามี เวสท์กับกอร์ดอนได้รับมอบหมายภารกิจคู่กันต่อไป

หนังตลก+แอคชันดูแล้วขำๆตามแบบของวิล สมิทธ์ ดูแล้วรู้สึกว่าคุ้มเพราะลงทุนสูง แบบว่าออกแนวไซไฟนิดๆมีหุ่นมีสิ่งประดิษฐ์แถมมีกลิ่นคาวบอยแบบตะวันตก ทำออกมารวมๆแล้วสนุก

Meet Dave(2008)

เศษอุกาบาตจากนอกโลกตกใส่ตู้ปลาของจอช มอริสันที่พ่อตายอาศัยอยู่กับแม่แค่สองคน หลังจากนั้นเดฟ(เอ็ดดี เมอร์ฟี)ก็ตกจากฟ้าลงมากลางเกาะอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ภายในตัวของเดฟมีมนุษย์ต่างดาวจากดาวนิลที่เหมือนคนทุกอย่างขนาดประมาณ 1 คืบหลายคนบังคับยานที่ทำเลียนแบบมนุษย์โลกอยู่ โดยมีกัปตัน(เอ็ดดี เมอร์ฟีนั่นแหละ)เป็นหมายเลข 1 เป้าหมายคือมาตามหาหินที่ใช้สำหรับดูดน้ำจากมหาสมุทรไปจนหมดโลกเพื่อเอาไปใช้เป็นแหล่งพลังงานของดาวตัวเองที่กำลังจะหมดพลังงาน

จากนั้นก็เริ่มฮาเมื่อมนุษย์ต่างดาวมาเจอความวุ่นวายต่างๆบนโลก ทำให้พวกต่างดาวเริ่มค้นพบตัวเอง เช่น 3 ที่หลงรัก 1 ก็เริ่มหึงเดฟที่ไปสนิทกับแม่ของจอช 4 ก็รู้ตัวว่าตัวเองเป็นเกย์ เดฟถูกจีนา แม่ของจอชขับรถชนแล้วเดฟก็หายตัวไป จีนาชวนเดฟที่จอดซ่อมแซมอยู่ไปที่บ้าน เดฟเห็นรูปจอชถ่ายคู่กับเศษอุกาบาตเลยตามไปที่โรงเรียน แต่จอชถูกเพื่อนเกเรแย่งเอาหินไป จอชชวนเดฟไปงานวันเกิดจีนา เดฟตกลง เดฟเอาหินคืนมาได้ แต่เดฟมัวไปเต้นรำกับจีนา 2 กลัวว่าภารกิจจะล้มเหลวเลยยึดอำนาจจับ 1 ไปขังไว้ 3 ช่วย 1 ออกมาเลยถูกปล่อยทิ้งออกจากยานเดฟทั้งคู่

จากนั้นเดฟถายใต้การนำของ 2 ถูกตำรวจที่เชื่อเรื่อง X-File ตามจับตัวเพราะเชื่อว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว 2 ทลายโรงพักแล้วไปที่ทะเลเพื่อดูดเอาน้ำไปจากโลก แล้วเดฟก็ทิ้งหินลงในน้ำ 1 กับ 3 ยึดอำนาจคืนจาก 2 ได้เพราะพวกต่างดาวทั้งยานยืนยันว่าจะช่วยมนุษย์ เลยใช้พลังที่เหลือทั้งหมดดูดหินจากมหาสมุทรจนเหลือพลังงานไม่พอกลับดาว 17 ที่เมาหลุดออกมาจากยานตกลงไปในถ้วยกาแฟของตำรวจ เลยพาตำรวจตามไป แต่จอชเชื่อว่าเดฟไม่ใช่คนร้ายเลยเอาเครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตเดฟทำให้เดฟมีพลังงานอีกครั้ง 1 ออกมาเจรจาสงบศึก ตำรวจคืน 17 ให้ ระหว่างกำลังจะกลับดาวตำรวจก็แห่กันมายิงตาข่ายใส่เดฟจนร่วงแต่พวกต่างดาวก็หนีไปได้ด้วยรองเท้าที่เป็นยานสำรอง จากนั้นเรื่องก็จบลงอย่างแฮปปี

สนุกดี แค่หน้าเอ็ดดี เมอร์ฟีก็ฮาแล้ว เรื่องนี้แอบแทรกอะไรไว้เยอะดี ชอบๆ มีแอบจิกกัดสังคมเล็กน้อยแต่ก็มีด้านดีๆของมนุษย์โลกเอาไว้ให้ต่างดาวหลงรักได้เหมือนกัน

 

 

 

The Omen(2006)

แคเทอรีนภรรยาของโรเบิร์ต ธอร์นคลอดลูกแล้วหมอบอกว่าลูกตายในอิตาลี บาทหลวงเลยแนะนำให้รับเด็กที่แม่ตายตอนคลอดไปเลี้ยงแทนโดยไม่ต้องบอกภรรยา โรเบิร์ตตกลงหลังจากนั้นโรเบิร์ตก็ได้งานเป็นผู้ช่วยทูตสหรัฐฯประจำลอนดอน แต่ทูตประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตโรเบอร์ตเลยได้รับตำแหน่งแทน

โรเบิร์ตตั้งชื่อลูกว่าเดเมียน ในงานวันเกิดเดเมียน อยู่พี่เลี้ยงที่มองเห็นสุนัขล็อตไวเลอร์ก็ขึ้นไปผูกคอตายบนหลังคา บาทหลวงเบรนแนนที่เป็นมะเร็งกำลังจะตายมาหาโรเบอร์ตบอกว่าลุกของโรเบิร์ตจะฆ่าทุกคนแล้วครอบครองทุกอย่างที่เป็นของโรเบิร์ต โรเบิร์ตไม่เชื่อหลังจากนั้นเบรนแนนก็ถูกฟ้าผ่าเสาลงมาปักอกตาย คีธนักข่าวที่มาสัมภาษณ์โรเบิร์ตถ่ายภาพเบรนแนนก่อนตายพบว่ามีแสงประหลาดผ่านร่างของเบรนแนน

เบย์ล็อคมาสมัครเป็นพี่เลี้ยงคนใหม่ของเดเมียนแคทเทอรีเริ่มรู้สึกว่าเดเมียนไม่ใช่ลูก วันที่ไปโบสถ์เดเมียนอาละวาดจนแคทเทอรีนได้รับบาดเจ็บ ต่อมาแคทเทอรีนรู้ตัวว่าท้องแต่ก็ถูกเดเมียนขับสกูตเตอร์ชนจนแท้งลูก แคทเทอรีนบอกกับโรเบิร์ตเรื่องเดเมียน คีธมาพบโรเบิร์ตเอารูปถ่ายให้ดูแล้วไปตามสืบเรื่องแม่ของเดเมียนกันที่อิตาลี พอเปิดโลงศพปรากฏว่าศพแม่ของเดเมียนไม่ใช่คน ส่วนศพเด็กในโลกจริงๆคือลูกของโรเบิร์ตที่ถูกฆ่าตายแล้วเปลี่ยนเอาเดเมียนมาให้ เพราะหวังจะใช้หน้าที่การงานที่เกี่ยวกับการทูตของโรเบิร์ตตามตำนานปิศาจ

เบย์ล็อคพาเดเมียนไปเยี่ยมแคทเทอรีนที่โรงพยาบาลแล้วเบย์ล็อคก็ฆ่าแคทเทอรีน โรเบิร์ตไปพบบาทหลวงบูเกนฮาเกนตามที่แกะรอยจากเบรนแนน บูเกนฮาเกนให้มีดหลายเล่มกับโรเบอร์ตบอกต้องแทงเดเมียนที่โบสถ์เป็นรูปกางเขน โรเบิร์ตไม่ยอมฆ่าโยนมีดทิ้ง คีธเลยไปเก็บบอกจะทำเองแล้วคีธก็ถูกป้ายหล่นมาตัดหัวขาดต่อหน้าโรเบิร์ต

โรเบิร์ตกลับมาตัดผมเดเมียนดูจนพบรอยรูปเลข 666 บนหัวเดเมียนที่เป็นสัญลักษณ์ของปิศาจ โรเบิร์ตถูกเบย์ล็อคเข้ามาขัดขวางแต่ก็จับเดเมียนขึ้นรถไปจนถึงโบสถ์ ตอนที่กำลังจะแทงเดเมียนโรเบิร์ตก็ถูกตำรวจที่ตามมายิงตาย ตอนจบในพิธีศพของโรเบิร์ต เดเมียนยืนยิ้มพร้อมกับสายตาน่ากลัวแล้วก็ตัดจบ…..

ดูเรื่องนี้จบกลายเป็นโรคจิตกลัวเด็กนั่งชิงช้าไปเลย 555 เด็กที่เล่นเป็นเดเมียนเค้าเลือกมาดีนะ แค่อยู่เฉยๆก็น่ากลัวแล้ว เรื่องนี้เคยถูกสร้างมาแล้วสมัยยังไม่เกิดแต่ยังไม่เคยดูเวอร์ชั่นเก่า