A Beautiful Mind(2001)


จอห์น แนช(รัสเซล โครว์)ได้ทุนวิจัยที่พรินซตัน จอห์นค่อนข้างเนิร์ดมีเพื่อนร่วมห้องออกแนวเพลย์บอยชาร์ลส เฮอร์แมน(พอล เบททานี) ตอนนั้นจอห์นมีคู่แข่งคือมาร์ติน แฮนเซน(จอช ลูคัส)ที่มีผลงานล้ำหน้าจอห์นไปมาก จอห์นมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคมจีบผู้หญิงไม่เป็น แต่วันนึงที่บาร์จอห์นเกิดปิ๊งไอเดียจากการแย่งกับจีบผู้หญิงจนเกิดเป็นทฤษฎีที่แย้งกับของอดัม สมิทธ์*จนเกิดเป็นทฤษฎีดุลยภาพ

จากผลงานชิ้นนั้นจอห์นได้ไปสอนที่ MIT ทางกองทัพเชิญจอห์นไปช่วยไขรหัสจากนั้นมาก็มีเจ้าหน้าที่ลับวิลเลียม พาร์เชอร์มาเสนองานให้กับจอห์น เป็นงานถอดรหัสจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารแล้วเอาไปส่งที่ตู้ไปรษณีย์โดยฝังรหัสลับไว้ที่แขนของจอห์น จอห์นเจอกับอลิเชีย ลาร์ดนักศึกษาที่มาชวนจอห์นดินเนอร์ จากนั้นก็ตกหลุมรักจนแต่งงานกัน จอห์นเจอกับชาร์ลสที่มากับมาร์ซีหลานสาว

จอห์นเริ่มหมกมุ่นกับงานสายลับจนไม่ได้ไปสอน เห็นภาพหลอนว่าตัวเองถูกไล่ล่าจากพวกรัสเซียจนต้องเข้ารับการรักษากับหมอโรเซนที่เชี่ยวชาญเรื่องโรคประสาท อลิเชียตามไปที่บ้านร้างเอาจดหมายที่จอห์นไปส่งมายืนยันว่าสิ่งที่จอห์นเห็นเป็นแค่ภาพหลอนคิดไปเอง จอห์นต้องกินยาทุกวันเพื่อไม่ให้เห็นภาพหลอนแต่จอห์นหยุดกินและเริ่มมีปัญหากับอลิเชีย พอหยุดยาจอห์นก็กลับมาเห็นภาพหลอนอีก

จอห์นเกือบทำลูกตายและเกือบทำร้ายอลิเชีย แต่เกิดได้สติเพราะนึกได้ว่ามาร์ซีหลานของชาร์ลสไม่โตขึ้นเลย อลิเชียตามหมอมาและยืนยันจะอยู่เคียงข้างจอห์น จอห์นกลับไปที่พรินซตันที่ตอนนี้มาร์ติน(ที่จอห์นเห็นว่าเป็นคู่แข่ง)เป็นผู้ดูแล จอห์นขอใช้ห้องสมุดมาร์ตินก็อนุญาต แรกๆจอห์นก็ยังเห็นภาพหลอนแต่อลิเชียขอร้องจอห์นเลยพยายามเมินเฉยกับภาพหลอนของพาร์เชอร์ ชาร์ลสและมาร์ซี

หลายปีผ่านไปมีนักศึกษามาปรึกษาจอห์นเรื่องสมการและดูเหมือนจอห์นจะดีขึ้น มาร์ตินให้จอห์นสอนจนกระทั่งมีคนจากคณะกรรมการโนเบลที่จอห์นได้รับการเสนอชื่อมาดูว่าจอห์นสามารถขึ้นรับรางวัลได้หรือไม่ จอห์นได้กลับเข้าห้องอาจารย์อีกครั้งคราวนี้เพื่อนร่วมงานเอาปากกามามอบให้จอห์นมากมาย(การมอบปากกาหมายถึงการยกย่อง) ตอนจบจอห์นขึ้นรับรางวัลโนเบลและกล่าวขอบคุณอลิเชีย ขากลับจอห์นเห็นภาพหลอนอีกแต่พออลิเชียถามจอห์นบอกไม่มีอะไร

จากทฤษฎีเกม Nash Equilibrium (ในซับแปลว่าดุลยภาพ) คือแนวความคิดที่ว่าผู้เล่นจะต้องคาดเดากลยุทธ์ของคู่แข่งและหาจุดตรงกลางเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ยกตัวอย่างทฤษฎีเกมเอาไปใช้ในหลายเรื่อง ที่ดังๆคือPrisoner’s Dilemma ที่เอาไว้สอบสวนนักโทษโดยการแยกสอบ เป็นการหลอกล่อให้ต่างคนต่างเกิดความไม่ไว้ใจจนสารภาพความจริงออกมา นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างอีกหลายเรื่องเรื่องร้านกาแฟ เรื่องการแบ่งเงิน เรื่องการวางแผนการรบ<<< เคยไปนั่งฟังบรรยายเรื่องนี้มาสนุกมาก หาอ่านในเนตก็มี

*จากการหาข้อมูลพบว่าที่มาของทฤษฎีในหนังเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น คือในหนังกลุ่มเพื่อนแนชจะแข่งกันจีบสาวที่สวยที่สุดเพราะอิงจากทฤษฎีของอดัม สมิทธ์ที่ว่าทุกคนต้องแข่งขันเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์สูงสุด แต่แนชบอกว่าถ้าแย่งกันจีบสาวสวยทุกคนก็จะอดทั้งหมด เพราะคนที่สวยน้อยกว่าจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า แต่ถ้าแยกกันไปจีบสาวที่สวยน้อยกว่าทุกคนก็จะได้สาวๆมาครอบครอง<<< อันนี้หนังสร้างให้มันสนุกเฉยๆ

ความเห็นส่วนตัว  ไม่ชอบคนแบบจอห์น แนชเพราะจากที่ดู(และรู้สึกไปเอง)คิดว่าคนแบบจอห์น แนชนั่นแหละเป็นคนประเภทเดียวกับทฤษฎีของอดัม สมิทธ์ เช่น ไปดูถูกผลงานคนอื่น พยายามแข่งขันเพื่อเอาชนะมาร์ตินตอลดเวลาแม้แต่ตอนที่มาของานเค้าทำยังมีหน้าไปบอกว่าสุดท้ายคุณก็ชนะ คือมาร์ตินเค้าอาจจะไม่ได้แข่งด้วยเลยก็ได้ อีกอันตอนที่เล่นหมากล้อม(เกมโกะ)แล้วแพ้มาร์ติน แนชรับไม่ได้เลยล้มกระดานทิ้งช่างไม่มีน้ำใจนักกีฬา

ที่ชัดๆอีกอันคือตอนเค้าให้เลือกผู้ช่วย แนชเลือกเพื่อนสองคนแทนที่จะเลือกชาร์ลสที่คอยสนับสนุน(อันนี้ไม่เกี่ยวกับว่าชาร์ลสจะมีตัวตนหรือไม่)คอยช่วยให้หายเครียด (คิดเองว่า)อาจะเพราะแนชเห็นว่าชาร์ลสทำประโยชน์ไม่ได้(ในเรื่องลุดของชาร์ลสจะเป็นแบบเสเพลนิดๆ) พอทำงานจริงแนชก็ไม่ได้ให้เกีรยติเพื่อนร่วมงาน เอาแต่ความดีไว้เอง จุกมากตอนที่แนชกลับจากกองทัพแล้วมาบ่นว่าทำงานหลายปีเพิ่งได้ไปกลาโหมแค่สองครั้ง แต่เพื่อนพูดว่าก็ยังมากกว่าพวกผมตั้ง 2 ครั้ง <<<<โดนนนนนนมากช็อตนี้ แต่แนชยังคงไม่รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด ยังคงบ่นเรื่องที่ได้ขึ้นปก Time ว่าน่าจะได้ขึ้นแค่คนเดียว(ในนั้นได้ขึ้นปกกัน 4 คน) มันก็เลยสมควรแล้วที่ตอนตกต่ำไม่เหลือใคร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s