Daily Archives: April 26, 2012

Death at a Funeral(2010)


งานศพพ่อของแอรอน(คริส ร็อค)เริ่มงานก็วุ่นวายเพราะคนขนศพส่งมาผิดกลายเป็นศพคนจีนต้องเอากลับไปเปลี่ยน แอรอนที่ยังอาศัยอยู่บ้านพ่อแม่ฝันอยากเป็นนักเขียนชื่อดังเหมือนอย่างไรอัน(มาร์ติน ลอว์เรน)น้องชายที่แม่ภูมิใจมากแต่แอรอนไม่ยอมให้ใครอ่านต้นฉบับแม้แต่มิเชลภรรยาที่อยากมีลูกมากเพราะถูกแม่ของแอรอนต่อว่าเรื่องอยากอุ้มหลานมาตลอด ไรอันเดินทางมาถุงด้วยเที่ยวบินเฟิร์สทคลาสแต่ปฏิเสธที่จะช่วยออกเงินค่างานศพเพราะอ้างว่าไม่มีเงินสด

อีเลน(โซอี ซาลดานา)ลูกพี่ลูกน้องของแอรอนกับออสการ์(เจมส์ มาร์สเดน)แฟนของอีเลนแวะรับเจฟ(โคลัมบัส ชอร์ท)น้องชายของอีเลน ระหว่างนั้นออสการ์เกิดเครียดขึ้นมาเพราะพ่อของอีเลนไม่ชอบออสการ์ อีเลนเอายาแวเลียมของเจฟให้ออสการ์กินแต่ปรากฏว่าในนั้นไม่ใช่แวเลียมแต่เป็นยาคล้ายๆแอลเอสดีที่มีฤทธิ์หลอนประสาท พอไปถึงงานอีเลนเจอกับแดเร็ค(ลุค วิลสัน)ที่ทำงานให้พ่อของอีเลนและพยายามตามตื๊ออีเลน แดเร็คมาพร้อมกับนอร์แมน(เทรซี มอร์แกน)และลุงรัสเซล(แดนนี โกลเวอร์)ที่ต้องนั่งรถเข็น ออสการ์เริ่มมีอาการผิดปกติเจฟบอกกับอีเลนว่ายาที่ออสการ์กินเข้าไปไม่ใช่แวเลียมแต่เป็นยาหลอนประสาท

พองานเริ่มบาทหลวงเชิญแอรอนขึ้นกล่าวคำไว้อาลัย ระหว่างแอรอนชักแม่น้ำทั้งห้า ออสการ์เห็นภาพหลอนเหมือนโลงขยับได้เลยลุกขึ้นไปพังจนศพหล่นลงมา แขกในงานแตกตื่นพ่อของอีเลนโกรธออสการ์มาก ออสการ์เข้าไปขังตัวเองสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำ ตัดไปที่แอรอนเจอกับแฟรงค์คนแคระที่อ้างว่าเป็นคู่ขาของพ่อแอรอนและขู่จะบอกแม่ถ้าไม่ยอมจ่ายเงิน 3 หมื่น แอรอนเอาเรื่องไปปรึกษาไรอันที่กำลังจีบสาวม.ปลายข้างบ้าน แอรอนกับไรอันตกลงที่จะจ่ายแต่ตอนหลังแอรอนเปลี่ยนใจ แอรอนกับไรอันพยายามจับตัวแฟรงค์ก่อนจะออกไปแฉ นอร์แมนเจอยาที่เจฟทำหล่นไว้ที่สนามเลยเอาให้แฟรงค์กินไป 4-5 เม็ด เจฟเข้ามาบอกว่าไม่ใช่แวเลียม

แอรอนกับไรอันออกไปจัดการงานศพต่อให้เจฟกับนอร์แมนเฝ้าแฟรงค์ที่ถูกจับมัดไว้ อยู่ๆลุงรัสเซลก็เกิดอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา เจฟกับนอร์แมนช่วยกันซ่อนแฟรงค์จนทำให้แฟรงค์สลบไป เจฟคิดว่าแฟรงค์ตาย แอรอนเล่าเรื่องแฟรงค์ให้ภรรยาฟัง นอร์แมนมาตามแอรอนกับไรอัน ระหว่างนั้นแดเร็คพยายามจู่โจมจูบอีเลน ออสการ์เห็นเข้าพอดีเลยแก้ผ้าออกไปที่ระเบียงขู่จะโดดจากหลังคา ทุกคนเริ่มหันมาสนใจออสการ์ แอรอนกับไรอันเลยช่วยกันเอาศพแฟรงค์ไปซ่อนในโลงรวมกับศพของพ่อ อีเลนบอกกับออสการ์ว่าท้องทำให้ออสการ์สงบลง พ่อของอีเลนจำใจยอมรับออสการ์เพราะอีเลนยื่นคำขาด

พิธีศพดำเนินต่อไปแอรอนขึ้นกล่าวคำไว้อาลัยต่อ อยู่ๆแฟรงค์ก็ฟื้นและออกมาจากโลง แม่ของแอรอนเห็นรูปแฟรงค์กับพ่อของแอรอนเริ่มอาละวาด แอรอนตะโกนขึ้นมาแล้วกล่าวยกย่องส่วนที่ดีของพ่อต่อจนจบ หลังจากเสร็จงานไรอันเตรียมบินกลับมีเด็กสาวที่ไรอันจีบรออยู่ที่รถ แอรอนกับภรรยาพยายามมีลูกกันต่อ แต่ภรรยาแอรอนไม่รู้เอาแวเลียม(เจ้าปัญหา)ให้ลุงรัสเซลกิน ตอนจบลุงรัสเซลไปนั่งโป๊อยู่บนหลังคา

ฮาสับสนวุ่นวายดี ดูเพลินๆดาราคุ้นๆหน้าทั้งนั้น เหตุเกิดจากยาขวดเดียว บางทีคนเราก็มองข้ามอะไรง่ายๆ basic =  simple

Advertisements

Batman Begins(2005)


ตอนเด็กบรูซเล่นกับเรเชลแล้วตกลงไปในบ่อน้ำที่มีค้างคาว ตัดมาที่บรูซ เวย์น(คริสเตียน เบล)อยู่ในคุก(เพราต้องการตามไปฆ่านักโทษ) บรูซต่อสู้กับนักโทษจนถูกจับแยกไปขังเดี่ยว ในห้องขังบรูซเจอกับเฮนรี ดูคาร์ด(เลียม นีสัน)ที่เป็นตัวแทนของราส อัล กูลมาชวนบรูซไปพบ หลังจากถูกปล่อยตัวในวันรุ่งชึ้นบรูซเดินทางไปที่หุบเขาเก็บดอกไม้หายากตามที่เฮนรีบอกแล้วเดินทางไปพบกับราส(เลียม นีสัน)หัวหน้ากลุ่มพันธมิตรเงาชวนให้บรูซเข้าร่วมด้วย บรูซนึกย้อนกลับไปสมัยเด็กตอนที่ไปดูละครเวทีกับพ่อแม่ อยู่ๆบรูซเกิดอยากกลับพ่อกับแม่เลยพาออกมาก่อน ตอนนั้นเจอโจรมาปล้น โจรฆ่าพ่อแม่ของบรูซตาย ตำรวจจับคนร้ายได้ชื่อว่าโจ ชิล หลังเสร็จงานศพบรูซกลับไปอยู่ที่บ้านมีอัลเฟรด(ไมเคิล เคน)พ่อบ้านเป็นคนดูแล บรูซคิดว่าเป็นความผิดของตัวเองที่อยากออกจากโรงละครก่อนเวลา

บรูซกลับไปที่บ้านเพื่อฟังคำตัดสินคดีพ่อแม่ ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวโจ ชิลก่อนกำหนดเพราะโจให้ข้อมูลเกี่ยวกับคาร์มีน ฟาลโคนี บรูซพกปืนไปด้วยตั้งใจจะฆ่าโจแต่โจถูกลอบยิงไปซะก่อน เรเชล(เคธี โฮล์มส)ทำงานที่ศาลพาบรูซไปหาคาร์มีนที่เป็นคนสั่งฆ่าโจ บรูซบอกเรเชลเรื่องคิดจะฆ่าโจเรเชลรู้สึกผิดหวังในตัวบรูซ บรูซบุกไปพบคาร์มีนที่เป็นผู้มีอิทธิพลในก็อทแธม คาร์มีนพูดจาดูถูกบรูซเรื่องพ่อแม่และเรื่องที่บรูซไม่เข้าใจโลกของอาชญากรรม จากนั้นบรูซก็ออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อศึกษาชีวิตของอาชญากร บรูซกลับไปฝึกวิชากับเฮนรีที่บ้านราส ราสบอกกับบรูซว่าก็อทแธมต้องถูกทำลายและบททดสอบสุดท้ายคือบรูซต้องลงมือฆ่าอาชญากรที่ถูกราสจับตัวมา บรูซเผาสำนักของราสทิ้ง ราสถูกคานหล่นลงมาทับ บรูซกับเฮนรีถูกแรงระเบิดกระเด็นไปเกือบตกหน้าผา บรูซช่วยชีวิตเฮนรีไว้

บรูซเดินทางกลับก็อทแธม ดร.โจนาธาน เครน(ซิลเลียน เมอร์ฟี)ช่วยยืนยันว่าลูกน้องของฟาลโคนีต้องเข้ารับการบำบัดที่โรงพยายบาลของตัวเองทำให้เรเชลเริ่มสงสัย บรูซเริ่มเก็บข้อมูลเกี่ยวกับคนในเมืองและลงไปสำรวจบ่อน้ำที่เคยตกลงไปสมัยเด็ก ในนั้นเป็นถ้ำขนาดใหญ่บรูซเจอรังค้างคาวในนั้น บรูซไปที่เวย์น เอนเตอร์ไพรซ์ขอทำงานที่แผนกวิทยาศาสตร์ประยุกต์ที่มีฟ็อกซ์(มอร์แกน ฟรีแมน)เป็นคนดูแล ฟ็อกซ์ให้บรูซดูสิ่งประดิษฐ์สำหรับกองทัพที่ถูกเก็บเข้ากรุทุกอย่างอ้างว่าไม่คุ้มกับการลงทุน บรูซยืมชุดเกราะของฟ็อกซ์ไปสำรวจถ้ำ บรูซกับอัลเฟรดเริ่มปรับปรุงถ้ำและสร้างชุดสำหรับบรูซ บรูซใส่ชุดแบทแมนไปพบเจมส์ กอร์ดอน(แกรี โอลด์แมน)ตำรวจดีที่ยังเหลืออยู่ถามเรื่องการจับกุมฟาลโคนี บรูซได้ผ้าคลุมและรถเกราะจากฟ็อกซ์โดยที่ฟ็อกซ์ไม่ถาม(แต่ก็ไม่ได้โง่)ว่าบรูซเอาไปทำอะไร

แบทแมนจับตัวฟาลโคนีกับลูกน้องขึงไว้บนยอดตึกและมอบหลักฐานเอาผิดฟาลโคนีให้กับเรเชลที่เป็นอัยการ บรูซทำตัวเป็นเศรษฐีเพลย์บอยเพื่อเป็นฉากบังหน้า ดร.เครนพ่นยาใส่ฟาลโคนีที่ขู่จะเปิดโปงเรื่องยาที่ดร.เครนแอบทดลองอยู่ ฟาลโคนีเห็นภาพหลอนและถูกสรุปว่ามีอาการทางจิตต้องส่งตัวไปโรงพยาบาล อัยการพบว่ามีลังสินค้าเพิ่มขึ้นจากที่ลงบันทึกไว้ประทับตราของบ.เวย์น เอนเตอร์ไพรซ์และถูกฆ่าตาย บรูซตามรอยยาที่ฟาลโคนีจัดส่งไปและถูกผงยาทำให้เห็นภาพหลอน บรูซรีบโทรตามอัลเฟรดมารับ ฟ็อกซ์สังเคราะห์ยาถอนพิษให้บรูซสุดท้ายฟ็อกส์ถูกบอร์ดบริหารไล่ออก วันเกิดบรูซเรเชลแวะเอาของมาให้เป็นของที่เคยแย่งกันเมื่อสมัยเด็ก

เรเชลไปที่โรงพยาบาลของดร.เครนเห็นพวกคนไข้กำลังเทยาลงในท่อน้ำ เรเชลถูกวางยาและจับตัวไว้ แบทแมนอยู่ที่นั่นพ่นยาใส่ดร.เครนจนเห็นภาพหลอน ดร.เครนบอกว่าทำงานให้ราส อัล กูล ตำรวจมาถึงแบทแมนให้เจมส์ช่วยพาเรเชลออกไป จากนั้นก็รีบพาไปที่ถ้ำฉีดยาถอนพิษที่ฟ็อกส์สกัดให้ พอเรเชลฟื้นแบทแมนบอกเรเชลจะฟื้นอีกครั้งที่บ้านเรเชลต้องนำยาไปให้เจมส์ กอร์ดอนคนเดียวเท่านั้น บรูซไปร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของตัวเอง ฟ็อกส์บอกเรื่องเครื่องมือทำให้น้ำระเหยหายไป คือถ้าแค่ยาอยู่ในน้ำไม่มีผลแต่ถ้าระเหยเป็นไอจะทำให้คนทั้งเมืองถูกพิษ บรูซเจอกับเฮนรีที่จริงๆแล้วก็คือราสในงาน บรูซไล่ทุกคนออกจากงาน แผนการของราสคือเปิดเครื่องทำให้น้ำระเหยในรถไฟที่วิ่งตรงไปยังศูนย์กลางเมืองจนท่อระเบิด ราสเผาบ้านบรูซเป็นการแก้แค้น

อัลเฟรดกลับมาช่วยบรูซออกจากกองไฟลงไปในถ้ำ แบทแมนรีบบอกแผนกับเจมส์ให้เจมส์ขับรถแบทแมนไป แบทแมนช่วยเรเชลไว้อีกครั้งเรเชลจำได้ว่าเป็นบรูซ แบทแมนไปต่อสู้กับราสที่อยู่บนรถไฟ เจมส์ระเบิดรางรถไฟแบทแมนหนีออกจากรถไฟทันพอดี ฟ็อกส์ได้รับตำแหน่งประธานบอร์ดบริหารเวย์น เอนเตอร์ไพรซ์ บรูซกลับไปที่บ้านบอกจะสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนกับของเดิม เรเชลมาหาบรูที่บ้านบอกว่าบรูซที่เคยรู้จักหายตัวไปแล้ว ซักวันบรูซคนเดิมจะกลับมาเมื่อคนไม่ต้องการแบทแมนแล้ว บรูซกับอัลเฟรดเริ่มต้นสร้างบ้านและฐานลับใหม่อีกครั้ง

Source Code(2011)


โคลเทอร์ สตีเวนส์(เจค จิลเลนฮาล)ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่บนรถไฟที่มุ่งหน้าไปชิคาโก คริสตินา(มิเชล โมนาแกน)ผู้หญิงที่นั่งฝั่งตรงข้ามเรียกสตีเวนส์ว่าฌอน สตีเวนบอกว่าตัวเองเป็นนักบินขับเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐฯ รถไฟจอดที่สถานีก่อนถึงชิคาโก สตีเวนส์กลับไปที่นั่งแล้วไปเข้าห้องน้ำ สตีเวนส์เห็นตัวเองในกระจกก็ตกใจ คริสตินาตามมาดูไม่นานรถไฟก็เกิดระเบิดขึ้น สตีเวนส์ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตัวเองอยู่ในแคปซูล ผู้การกู๊ดวิน(เวรา ฟาร์ไมกา)ติดต่อกับสตีเวนส์ทางเว็บแคม กู๊ดวินช่วยฟื้นความจำให้สตีเวนส์และถามว่าใครเป็นคนวางระเบิดรถไฟ กู๊ดวินส่งสตีเวนส์กลับไปอีกครั้ง

สตีเวนส์ฟื้นในร่างฌอนบนรถไฟขบวนเดิม เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำและพยายามหาตัวผู้วางระเบิดแต่คนบนรถไฟมีจำนวนมาก รถไฟจอดที่สถานีเหมือนเดิมสตีเวนส์นึกได้ว่าระเบิดเกิดขึ้นจากด้านหลังเลยกลับไปที่ห้องน้ำและพบระเบิดอยู่บนเพดาน สตีเวนส์พยายามติดต่อกู๊ดวินแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา สตีเวนส์พยายามเตือนทุกคนและห้ามไม่ให้คนบนรถไฟใช้มือถือและแล็บท็อปแต่ก็เกิดระเบิดขึ้นอีก สตีเวนส์ฟื้นในแคปซูลอีกครั้งจำได้แค่ทำภารกิจอยู่ในอัฟกานิสถาน กู๊ดวินบอกว่าสตีเวนส์อยู่กับหน่วยงานมา 2 เดือนแล้ว กู๊ดวินให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเมื่อเช้าเกิดเหตุระเบิดรถไฟขึ้นและกำลังจะเกิดเหตุร้ายขึ้นต่อเนื่อง สตีเวนส์มีเวลา 8 นาทีที่จะกลับไปหาตัวคนวางระเบิด

สตีเวนส์กลับมาที่จุดเดิมและเริ่มหาข้อมูลคนบนรถไฟ สตีเวนส์พาคริสตินาลงจากรถไฟและตามคนที่คิดว่าเป็นคนร้ายไปแต่ปรากฏว่าไม่ใช่สุดท้ายรถไฟก็ระเบิดอยู่ดี สตีเวนส์ต่อสู้กับคนนั้นจนตกลงไปที่รางรถไฟถูกรถไฟชน สตีเวนส์ฟื้นในแคปซูลอีกครั้งคราวนี้ดร.รัทเลดจ์หัวหน้าของกู๊ดวินบอกเรื่อง Source Code ที่เป็นเครื่องมือช่วยส่งกลับไปในร่างของคนที่ตายบนรถไฟ คือสมองของคนเราจะทำหน้าที่เหมือนกับฮาร์ดไดรฟ์สามารถเก็บภาพความทรงจำได้นาน 8 นาทีก่อนตาย สตีเวนส์ถูกส่งเข้าไปในร่างของฌอนก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดรถไฟเพื่อหาตัวคนวางระเบิดจะได้หยุดยั้งวินาศกรรมครั้งต่อไป สตีเวนส์บอกเรื่องที่ช่วยคริสตินาลงจากรถไฟแต่กู๊ดวินยืนยันว่าคริสตินาตายไปแล้ว

สตีเวนส์ถูกส่งกลับไปที่รถไฟอีกครั้ง สตีเวนส์แอบเข้าห้องคนตรวจตั๋วเพื่อขโมยปืนแต่สุดท้ายถูกจับใส่กุญแจมือ สตีเวนส์ถามคริสตินาว่าจะทำอะไรถ้าเหลือเวลาแค่นาทีเดียว สตีเวนส์เลือกที่จะโทรหาพ่อแล้วรถไฟก็เกิดระเบิด สตีเวนส์กลับมาที่แคปซูลขอโทรหาพ่อ สตีเวนส์เห็นตราสัญลักษณ์บนเสื้อคลุมของกู๊ดวินก่อนจะถูกส่งกลับไปอีกครั้ง สตีเวนส์พยายามค้นหาอุปกรณ์เพื่อระบุตัวผู้ต้องสงสัยบนรถไฟ สตีเวนส์วาดรูปสัญลักษณ์ขอให้คริสตินาช่วยตรวจสอบตัวย่อชื่อหน่วยงานและช่วยตามหาข้อมูลของสตีเวนส์(อ้างว่าเป็นเพื่อนกัน)ให้ สตีเวนส์ขอยืมโทรศัพท์โทรติดต่อกองทัพอากาศแจ้งข่าวกับรัทเลดจ์ คริสตินามาบอกข่าวเรื่องสตีเวนส์ตายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พ่อของสตีเวนส์กำลังจะรับเหรียญกล้าหาญแทน

สตีเวนส์ถามกู๊ดวินเรื่องที่ตัวเองฮ.ตกตายไปแล้ว กู๊ดวินบอกว่าสตีเวนส์เหลือแต่ส่วนสมองที่ยังทำงานอยู่ ดร.รัทเลดจ์บอกกับสตีเวนส์ว่าเหตุการณ์ที่ย้อนกลับไปเป็นแค่เหตุการณ์ในโลกคู่ขนานไม่ว่าสตีเวนส์จะทำอะไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนเหตุการณ์บนโลกที่แท้จริงในปัจจุบันไม่ได้ สตีเวนส์ขอเลือกตายรัทเลดจ์บอกจะยอมก็ต่อเมื่อภารกิจสำเร็จ(แต่พูดออกแนวไร้มนุษยธรรม)แล้วก็ส่งสตีเวนส์กลับไปอีกให้ทำยังไงก็ได้จะต้องฆ่าใครก็ทำไปขอแค่ได้ตัวมือวางระเบิด และต้องทำซ้ำๆไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ตัวมือระเบิด รัทเลดจ์เปิดเสียงพ่อของสตีเวนส์กระตุ้นให้สตีเวนส์ทำภารกิจต่อ

สตีเวนส์กลับไปกู้ระเบิดได้สำเร็จแล้วใช้มือถือโทรกลับไปแต่ดันสงสัยผิดคน สตีเวนส์ตามชายอีกคนที่ทำกระเป๋าสตางค์ตกไป ชายคนนั้นชื่อแดเร็ค ฟรอสท์(ไมเคิล อาร์เดน) ฟรอสท์ตั้งใจทิ้งกระเป๋าไว้เพื่อจะได้ให้คนคิดว่าตายบนรถไฟ พอมีคนเอากระเป๋ามาคืนฟรอสท์ก็กลับไปทิ้งบนรถไฟอีก สตีเวนส์เก็บกระเป๋ากระโดดลงจากรถไฟตามฟรอสท์ไปที่รถตู้ ในรถมีระเบิดอยู่เป็นจำนวนมาก สตีเวนส์ต่อสู้กับฟรอสท์ คริสตินาที่ตามสตีเวนส์ลงมาถูกฟรอสท์ยิงตาย ฟรอสท์ขึ้นรถขับออกไป สุดท้ายรถไฟก็ระเบิดอยู่ดีเพราะยังมีโทรศัพท์ที่เป็นตัวตั้งเวลาอยู่อีกเครื่อง สตีเวนส์กลับมาที่แคปซูลบอกชื่อฟรอสท์และหมายเลขทะเบียนรถตู้เท่ากับว่าภารกิจสำเร็จ สตีเวนส์ขอกลับไปช่วยชีวิตคนบนรถไฟอีกครั้งแต่รัทเลดจ์ไม่ยอม ฟรอสท์ถูกจับได้ในที่สุด สตีเวนส์ขอให้กู๊ดวินช่วยส่งกลับไปอีกครั้งขอเวลาแค่ 8 นาทีแล้วปิดเครื่องเลย กู๊ดวินยอมช่วยบอกกับสตีเวนส์ว่าจะไม่ได้กลับมาอีก

สตีเวนส์กลับไปบนรถไฟชวนคริสตินาโดดงานแวะกินกาแฟด้วยกัน สตีเวนส์ไปปลดระเบิดเรียบร้อยทั้งสองด้านแล้วกลับมาจับตัวฟรอสท์ล็อคกุญแจไว้ก่อนลงจากรถไฟ สตีเวนส์โทรแจ้งตำรวจ รัทเลดจ์สั่งให้กู๊ดวินล้างความจำสตีเวนส์แล้วดำเนินการ Source Code ต่อไม่ยอมให้สตีเวนส์ตายอย่างที่สัญญาไว้ กู๊ดวินไปที่ตู้พบว่าสตีเวนส์เหลือแค่ครึ่งตัวอยู่ได้ด้วยอุปกรณ์ช่วยชีวิต สตีเวนส์ส่งเมลถึงกู๊ดวินแล้วโทรหาพ่อบอกว่าเสียใจเรื่องที่ก่อนหน้าเคยพูดไม่ดีต่อกันไว้ สตีเวนส์กลับไปจ้างนักแสดงตลกโชว์ให้คนบนรถไฟได้หัวเราะกัน สตีเวนส์จูบคริสตินากู๊ดวินกดปุ่มปิดเครื่องช่วยชีวิตสตีเวนส์ที่อีกโลกแล้วเวลาก็หยุดนิ่งไป ไม่นานภาพก็ต่อเนื่องสตีเวนส์กับคริสตินาแวะเดินเล่นที่สวนสาธารณะกลางเมืองชิคาโก สตีเวนส์กับคริสตินาไปยืนหน้าโลหะยักษ์แต่ภาพสะท้อนไม่ใช่สตีเวนส์แต่เป็นฌอน

ตัดมาที่กู๊ดวินมาทำงานและได้รับอีเมลล์จากสตีเวนส์ กู๊ดวินเข้าพบรัทเลดจ์และได้ยินชื่อฟรอสท์ซึ่งตรงกับอีเมลล์ที่ถูกส่งมา กู๊ดวินไปที่ตู้เก็บร่างของสตีเวนส์ เสียงจากเมลล์ของสตีเวนส์บอกว่าโรงการของรัทเลดจ์ไม่ใช่แค่สร้างเหตุการณ์แค่ 8 นาทีและขอให้กู๊ดวินช่วยบอกกับสตีเวนส์ที่นอนรอทำภารกิจว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย

เรื่องนี้ดูง่ายกว่า Inception เยอะ ดูในโรงไปรอบนึงแล้วแต่รายละเอียดมันเยอะเลยรอเก็บแผ่นมาเก็บรายละเอียดอีกรอบ พล็อตเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับโลกคู่ขนานอีกแล้วยิ่งดูมากก็ยิ่งเชื่อเป็นการส่วนตัวว่าโลกคู่ขนานอาจจะมีอยู่จริงมีอยู่นับไม่ถ้วน จำได้ว่าตอนดูครั้งแรกมั่นใจว่าเห็นสตีเวนส์ในภาพสะท้อนเป็นหน้าของฌอนแต่ไม่มีใครสังเกตด้วย พอดูแผ่นอีกครั้งชัดเจนเท่ากับว่าในโลกนั้นสตีเวนส์มีชีวิตอยู่ต่อไปในร่างของฌอน ส่วนในอีกโลกสตีเวนส์ที่เหลือครึ่งตัวในตู้ก็นอนรอทำภารกิจ Source Code ที่กำลังจะเกิดขึ้น

Now and Forever(2006)


มินซูเพลย์บอยหุ้นส่วนบริษัทผลิตเกมมัวแต่จีบสาวจนเกิดอุบัติเหตุ ยุงมินเพื่อนของมินซูบอกให้มินซูไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ระหว่างทางรถของยุงมินขับเร็วจนน้ำกระเด็นไปโดนเฮวอนที่ยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ มินซูถอยรถลับมารับเฮวอนพอรู้ว่าจะไปโรงพยาบาลมินซูเลยอาสาไปส่ง เฮวอนลืมมือถือไว้ในรถมินซูคิดจะจีบเฮวอนและเข้าใจว่าเฮวอนทำงานที่โรงพยายาลแต่จริงๆแล้วเฮวอนเป็นคนไข้ของโรงพยาบาล เฮวอนหลบพยาบาลเข้าไปในห้องมินซูพอดี มินซูบอกว่าเจอมือถือของเฮวอนแต่ทำหายไปแล้ว(จริงๆแอบเก็บไว้) มินซูบอกจะพาไปซื้อเครื่องใหม่

เฮวอนเปลี่ยนเสื้อผ้ากับซูจินเพื่อนสนิทแล้วหนีออกไปกับมินซู มินซูซื้อมือถือใหม่ให้เฮวอน มินซูเจอกับแฟนเลยพยายามกันออกไป ยุงมินชอบซูจินเพื่อนของเฮวอนมาปรึกษาเรื่องจีบผู้หญิงกับมินซู เฮวอนออกไปเที่ยวกับมินซูบ่อยๆมินซูเริ่มรู้ตัวว่าหลงรักเฮวอน ยุงมินช่วยแสดงเป็นตัวประกอบให้ซูจินที่ทำงานในกองถ่าย มินซูขอเฮวอนป็นแฟนแต่เฮวอนบอกว่ามินซูต้องไปขอโทษผู้หญิงทุกคนที่มินซูเคยคบมาก่อนพร้อมหลักฐาน หมอขอคุยกับมินซู มินซูเป็นเนื้องอกในสมอง(จริงๆหนังยังไม่บอก)จากนั้นมินซูก็เริ่มเครียด เฮวอนเกิดหมดสติไประหว่างไปเที่ยวกับมินซู เฮวอนเป็นโรคความดันโลหิตสูงในช่องปอดกำลังจะตายในเร็วๆนี้ มินซูยืนยันจะรักกับเฮวอนแต่เฮวอนไม่ยอม

เฮวอนขอหมอกลับบ้าน มินซูไปหาแต่เฮวอนไม่ยอมพบกับมินซู มินซูไปขอโทษผู้หญิงทุกคนและกลับมาหาเฮวอนพร้อมหลักฐานเฮวอนยอมรับว่ารักมินซูเหมือนกัน ยุงมินรวบรวมความกล้าเอาดอกไม้ไปสารภาพรักซูจิน เฮวอนอาหารทรุดหนักมินซูเริ่มมีอาการปวดหัว ยุงมินรู้เรื่องมินซูเป็นเนื้องอกในสมองเสนอให้มินซูไปผ่าตัดแต่มินซูปฏิเสธเพราะกลัวว่าผ่าตัดแล้วจะลืมเฮวอน มินซูบอกตอนนี้มินซูมีความสุขแล้ว เฮวอนชวนมินซูกลับไปที่บ้าน ที่นั่นมีต้นไม้สองต้นที่พาดกิ่งเข้าหากันตั้งแต่เฮวอนยังเด็ก มินซูพาเฮวอนกลับไปมินซูเริ่มมีอาการแต่ไม่ยอมบอกเฮวอน ขากลับอาการเฮวอนเริ่มทรุดหนัก มินซูรีบพาส่งโรงพยาบาล มินซูเองก็อาการกำเริบล้มระหว่างทาง ยุงมินกับซูจินมาถึงไม่เจอมินซู ก่อนเฮวอนสิ้นใจเฮวอนเรียกชื่อมินซูแต่มินซูไปต่อไม่ไหวหยุดอยู่ที่หน้าห้อง มินซูกลับไปที่ต้นไม้ที่เฮวอนชอบ มินซูได้รับเมลล์คลิปวิดีโอจากเฮวอน(แบบเดียวกับที่มินซูเคยส่งให้เฮวอน) เฮวอนบอกว่ารู้เรื่องที่มินซูเองก็ป่วยแต่ไม่ยอมบอก เฮวอนขอบคุณมินซูบอกมั่นใจตัวเองว่าเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก อยากทำสิ่งดีๆตอบแทนให้มินซูและตัวเฮวอนจะเหมือนกับต้นไม้ที่ยื่นกิ่งไปหาและจะอยู่กับมินซูตลอดไป

ดูไปน้ำตาไหลแต่ยังไม่มากเท่า More than Blue ซีนที่พระเอกอยู่หน้าห้องแต่ไปต่อไม่ไหวมันเจ็บที่อีกนิดเดียวแค่ไปดูใจครั้งสุดท้ายยังไม่ได้เพราะว่าไปไม่ไหว ช่วงเฉลยว่านางเอกรู้ว่าพระเอกเองก็ป่วยยังพีคไม่พอ ถ้าขยี้ซีนนี้อีกนิดอาจจะน้ำตาไหลพราก เฮ่อ….หนังเกาหลีนี่ยังไงนะ พล็อตป่วยตายซ้ำๆแต่ก็ทำออกมากี่เรื่องๆก็สะกิดต่อมน้ำตาได้ตลอด 

Charlie’s Angels 2: Full Throttle(2003)


นางฟ้าชาร์ลีชุดเก่า นาตาลี(คาเมรอน ดิแอซ) ดีแลน(ดรูว์ แบรีมอร์)และอเล็กซ์(ลูซี ลิว)ไปมองโกเลียเพื่อช่วยเรย์ คาร์เตอร์(โรเบิร์ต แพทริค)ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน คนร้ายถอดแหวนของเรย์ไปก่อนที่สามสาวจะช่วยพาเรย์หนีรอดออกมาได้ ตัดไปที่เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม(บรูซ วิลลิส)ถูกคนร้ายฆ่าตายชิงแหวนอีกวงไปขณะกำลังขึ้นเครื่อง พีท(โอเวน วิลสัน)ย้ายมาอยู่กับนาตาลี อเล็กซ์อยู่ในช่วงพักกับเจสัน(แมทท์ เลอบลัง)ที่ตอนนี้กำลังแสดงหนังเรื่อง ME-2 ต่อจากภาคที่แล้ว สามสาวได้จิมมี บอสลีย์(เบอร์นี แมค)น้อชายของบอสลีย์คนเก่าจากภาคที่แล้วมาช่วยงานแทน ชาร์ลีมอบหมายภารกิจต่อไปคือติดตามเอาแหวนทั้งสองวงที่ถูกขโมยไปกลับคืนมา ถ้าแหวนสองวงประกบกันจะสามารถอ่านข้อมูลรายชื่อพยานที่เข้าโปรแกรมคุ้มกันพยานที่ถูกเข้ารหัสไว้

สามสาวต้องไปแกะรอยจากศพมีบอสลีย์เป็นผู้ช่วย ผู้ต้องสงสัยเป็นนักโต้คลื่นที่มีรอยแผลเป็นบนเข่า พ่อของอเล็กซ์แวะมาเยี่ยม อเล็กซ์โกหกพ่อว่าทำงานเป็นหมอ นาตาลีเจอเมดิสัน ลี(เดมี มัวร์)อดีตนางฟ้าที่เคยทำงานให้กับชาร์ลีบนชายหาด ทั้งสามสาวปลื้มเมดิสันที่เป็นรุ่นพี่มาก พอได้ข้อมูลนักโต้คลื่นต้องสงสัยทั้งสามคนตามไปที่สนามแข่งมอเตอร์ไซค์วิบาก นาตาลีลงแข่ง มีการฆ่ากันในสนามพอให้ได้ตื่นเต้น สามสาวช่วยชีวิตแม็กซ์(ไชอา ลาบัฟ)เหยื่อที่ถูกตามฆ่าไว้ได้ แม็กซ์เป็นหนึ่งในพยานที่ชี้ตัวคนร้าย ทินแมนจากภาคที่แล้วตามมาช่วยแม็กซ์อยู่ห่างๆ มารู้ตอนหลังว่าแม็กซ์เคยอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กเดียวกับทินแมนมาก่อน บอสลีย์พาแม็กซ์ไปฝากไว้กับแม่ เจสันเล่าเรื่องที่อเล็กซ์ทำงานกับชาร์ลีให้พ่อของอเล็กซ์ฟัง

สมัยก่อนดีแลนชื่อเฮเลน เคยอยู่ในโปรแกรมคุ้มครองพยานก่อนจะมาทำงานกับชาร์ลี ตอนนั้นดีแลนแจ้งตำรวจจับเชมัสแฟนเก่าที่เป็นคนร้ายเข้าคุก(ดีแลนขึ้นชื่อเรื่องหลงรักผู้ร้าย) สามสาวไปที่ท่าเรือแล้วหาทางแอบเข้าไปเพื่อเอาแหวนกลับคืนมาปรากฏว่าเจอกับเชมัสที่นั่น เชมัสขู่จะฆ่าเพื่อนๆของดีแลนก่อนที่ดีแลนกับเพื่อนจะหนีไปได้ อเล็กซ์สารภาพกับพ่อว่าไม่ได้เป็นศัลยแพทย์ก่อนจะรีบไปทำงานต่อ ดีแลนหนีหายไปเพราะกลัวว่าเพื่อนๆจะเป็นอันตราย เรย์มารับแหวนคืนแต่เรย์พลาดอเล็กซ์จับได้เรื่องที่อเล็กซ์เคยซี่โครงหัก จริงๆแล้วเรย์อยู่เบื้องหลังเป็นคนที่ต้องการแหวนสองวง อเล็กซ์กับนาตาลีตามรถเรย์ แอบดักฟังและแกะรอยโทรศัพท์ที่เรย์นัดพบผู้ซื้อ เรย์ถูกเมดิสันอดีตนางฟ้าที่เป็นคนอยู่เบื้องหลังตัวจริงฆ่าตาย นาตาลีกับอเล็กซ์ตามไปไม่ทัน ดีแลนตามมาสมทบช่วยกันต่อสู้กับเมดิสันทั้งสามคนถูกเมดิสันยิงร่วงหมด

เมดิสันไปที่ออฟฟิศรอชาร์ลีติดต่อมา ชาร์ลีพยายามห้ามแต่เมดิสันไม่สน เมดิสันเจอบัตรเชิญงานเปิดตตัวหนังของเจสัน สามสาวยังไม่ตายเพราะใส่ชุดเกราะ นาตาลีนึกออกรู้ว่าเมดิสันนัดขายข้อมูลที่ไหน สามสาวลวงพวกคนที่มาซื้อข้อมูลไปอีกตึกที่มีตำรวจรออยู่แล้วทั้งสามคนก็ไปดักรอเมดิสันที่สถานที่นัดพบ มีแต่เชมัสที่ไม่หลงกลตามมา เมดิสันใช้แผนบีพยายามกดระเบิดที่วางไว้ ทินแมนตามมาช่วยแต่สุดท้ายก็ถูกเชมัสฆ่าตาย เดวอนถีบเชมัสตกจากตึก เมดิสันกดระเบิด บอสลีย์ช่วยเซฟระเบิดลูกสุดท้ายทันก่อที่จะทำลายงาน สามสาวตามเมดิสันไป นาตาลีต่อสู้กับเมดิสันและเสียท่า นาตาลีบอกกับเมดิสันว่ามีสิ่งที่เมดิสันไม่มีก็คือ “เพื่อน” แล้วอเล็กซ์กับดีแลนก็ตามมาพอดีเมดิสันตกลงไปถูกไฟครอกตาย สาวๆได้แหวนคืนจากนั้นก็กลับไปที่งานปาร์ตี ครอบครัวของบอสลีย์รับแม็กซ์เป็นลูก พีทซื้อหมามาเลี้ยงกับนาตาลี ดีแลนนึกว่าพีทขอนาตาลีแต่งงาน สุดท้ายนาตาลีบอกว่ายังไม่คิดจะลาออก

Charlie’s Angels(2000)


เริ่มมาด้วยภารกิจกู้ระเบิดบนเครื่องบินของสามสาว นาตาลี(คาเมรอน ดิแอซ) ดีเลน(ดรูว์ แบรีมอร์)และอเล็กซ์(ลูซี ลิว) ทั้งสามคนทำงานให้กับชาร์ลีที่ไม่เปิดเผยตัวตนส่งมาแต่เสียงตามสาย ตอนไม่ได้ทำภารกิจทั้งสามคนต่างก็ใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง อเล็กซ์เป็นแฟนกับเจสัน(แมทท์ เลอบลัง)ที่เป็นนักแสดง บอสลีย์คนกลางของชาร์ลีกับสามสาวรับภารกิจใหม่ อีริค น็อกซ์(แซม ร็อคเวล)ผู้คิดค้นซอฟท์แวร์ถอดรหัสเสียงถูกลักพาตัวไป วิเวียน วูด(เคลลี ลินช์)หุ้นส่วนของอีริคเป็นคนว่าจ้างให้ตามหาตัวอีริค สามสาวต้องเริ่มสืบจากผู้ต้องสงสัยคือโรเจอร์ คอร์วิน(ทิม เคอรี)เจ้าของบริษัทโทรคมนาคมที่เป็นเจ้าของดาวเทียม ชาร์ลีสงสัยว่าคอร์วินวางแผนใช้ซอฟท์แวร์ของน็อกซ์รวมกับดาวเทียมคราวนี้ทุกคนก็จะถูกติดตามได้จากโทรศัพท์มือถือ

สามสาวขโมยข้อมูลส่วนตัวของคอร์วินและได้รูปทินแมนที่คิดว่าทำงานให้คอร์วิน บอสลีย์กับสาวๆไปงานเลี้ยงของคอร์วิน นาตาลีเจอและปิ๊งกับพีท(โอเวน วิลสัน)ที่เป็นบาร์เทนเดอร์ อเล็กซ์เจอตัวทินแมนทั้งสามคนรีบตามไปต่อสู้กันพอเป็นพิธี ทินแมนหายตัวไปแต่เจอน็อกซ์ถูกจับมัดไว้ในท่อระบายน้ำ สามสาวตามคอร์วินไปที่สนามแข่งรถแอบติดกล้องจิ๋วไว้กับกระเป๋าเอกสารของคอร์วิน นาตาลีแข่งรถกับทินแมนจนออกไปนอกสนาม ทินแมนขับรถตกสะพานไป น็อกซ์คิดว่าซอฟท์แวร์ถูกซ่อนอยู่ในห้องนิรภัยที่ต้องตรวจลายนิ้วมือและสแกนม่านตาเจ้าหน้าที่ซึ่งก็ไม่ยากเกินไปสำหรับนางฟ้าของชาร์ลีที่จะเข้าไปติดตั้งระบบติดตาม น็อกซ์ขอเป็นคนรับข้อมูลและถอดรหัสเองแต่สาวๆไม่ยอมให้ข้อมูลทั้งหมดกับน็อกซ์

ดีแลนเห็นรูปพ่อของน็อกซ์ที่น็อกซ์บอกว่าถูกเพื่อนร่วมงานฆ่าตาย ดีแลนมีอะไรกับน็อกซ์ นาตาลีไปเดทกับพีทแต่เจอคนตามล่า อเล็กซ์ก็ถูกคนมาลอบยิงที่รถบ้านของเจสัน ดีแลนรู้ตัวว่าถูกน็อกซ์หลอก จริงๆแล้วทั้งหมดเป็นแผนการของน็อกซ์ร่วมมือกับวิเวียนไม่เกี่ยวอะไรกับคอร์วินที่สุดท้ายก็ถูกเก็บไปอีกคน เป้าหมายที่แท้จริงของน็อกซ์ก็คือต้องการฆ่าชาร์ลีเพื่อล้างแค้นเพราะที่น็อกซ์เชื่อว่าชาร์ลีเป็นคนฆ่าพ่อ น็อกซ์ยิงดีแลนตกจากตึกแต่ดีแลนไม่ตายกลับมารวมกลุ่มกับนาตาลีและอเล็กซ์ บอสลีย์ถูกวิเวียนจับตัวไป น็อกซ์ระเบิดสำนักงานของชาร์ลีทิ้ง บอสลีย์พยายามติดต่อสาวๆจากเครื่องส่งสัญญาณที่ติดอยู่ที่ฟัน(ตั้งแต่ต้นเรื่อง) เสียงนกทำให้สาวๆรู้ว่าบอสลีย์ถูกจับตัวไว้ประภาคารของน็อกซ์ ดีแลนอาศัยเรือของแชดแฟนเก่าตามไปที่นั่น สามคนแยกกันทำงาน นาตาลีไปช่วยบอสลีย์ ดีแลนเจอตัวน็อกซ์แต่ก็ถูกจับตัวไว้ อเล็กซ์แอบติดเครื่องดักสัญญาณกับระบบGPSของน็อกซ์

ชาร์ลีโทรหาบอสลีย์ น็อกซ์ใช้ซอฟท์แวร์ติดตามเสียงกับดาวเทียมแกะรอยจนได้ที่อยู่ของชาร์ลี ดีและหลุดออกมาได้ นาตาลีต่อสู้กับวิเวียน น็อกซ์ขึ้นฮ.เตรียมไปฆ่าชาร์ลีก่อนไปน็อกซ์ระเบิดประภาคารทิ้ง บอสลีย์เอารถมารับสามสาวรีบตามน็อกซ์ไป อเล็กซ์ยิงธนูไปที่ฮ.ของน็อกซ์แล้วแอบเกาะตามไป น็อกซ์สั่งยิงมิสซายน์ถล่มบ้านของชาร์ลี อเล็กซ์ถอดสายซะก่อนทำให้มิสซายน์วนกลับมาที่ฮ. สามสาวกระโดดหนีทัน น็อกซ์ถูกระเบิดตายคาเครื่อง สามสาวเข้าไปในบ้านชาร์ลีเจอแต่ลำโพงชาร์ลีหายตัวไปแล้ว ตอนจบชาร์ลี(ก็เดินอยู่บนหาดนั้น)ติดต่อบอสลีย์กับสามนางฟ้าที่พักผ่อนอยู่ที่ชายหาดบอกจะสร้างออฟฟิศให้ใหม่

The Twilight Saga: Breaking Dawn(2011)


เอ็ดเวิร์ดกับเบลลาวางแผนแต่งงานกันหลังจากเรียนจบ เจค็อบได้รับการ์ดเชิญก็โกรธออกจากบ้านไป เอ็ดเวิร์ดพยายามทำให้เบลลาเปลี่ยนใจเป็นครั้งสุดท้ายด้วยการเล่าเรื่องที่เคยฝ่าฝืนกฎของคาร์ไลน์ออกไปล่ากินเลือดพวกคนชั่ว เบลลาไม่ยอมเปลี่ยนใจ คืนนั้นเบลลาฝันร้ายเห็นตัวเองกับเอ็ดเวิร์ดอยู่บนกองซากศพ พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นที่บ้านคัลเลน เพื่อนๆของเบลลาคิดว่าเบลลาท้องเลยต้องรีบแต่งงานตั้งแต่อายุ 18 หลังเสร็จพิธีเอ็ดเวิร์ดพาเบลลาไปพบเจค็อบที่หายตัวไปตั้งแต่รู้ข่าวเรื่องเบลลาจะแต่งงาน พวกแซมเข้ามาพาตัวเจค็อบไปก่อนที่จะมีเรื่องกับเอ็ดเวิร์ด เอ็ดเวิร์ดพาเบลลาไปฮันนีมูนบนเกาะส่วนตัวที่บราซิล เบลลาวางแผนจะแกล้งสร้างข่าวว่าตายแล้วหายตัวไปจากทุกคน คืนนั้นเบลลากับเอ็ดเวิร์ดมีอะไรกัน วันต่อมาเอ็ดเวิร์ดพบว่าทำให้เบลลาบาดเจ็บเลยไม่กล้าแตะต้องเบลลาอีกแต่เบลลายืนยันว่าต้องการ

 หลังจากนั้น 14 วันเบลลารู้สึกว่าตัวเองตั้งท้อง เอ็ดเวิร์ดเชื่อว่าเด็กในท้องเป็นปิศาจรีบพาเบลลากลับบ้านคัลเลน อาการของเบลลาเริ่มแย่ลงเรื่อยๆเพราะเด็กในท้องดูดสารอาหารจากเบลลาไปหมด คาร์ไลน์แนะนำให้ฆ่าเด็กแต่เบลลาอยากเก็บลูกไว้ เจค็อบไปหาเบลลาที่บ้านคัลเลน เอ็ดเวิร์ดขอร้องให้เจค็อบช่วยพูดกับเบลลาแต่เบลลาก็ไม่ยอม เจค็อบกลับไปที่ฝูงแซมจะฆ่าเบลลากับลูกเจค็อบเลยออกจากฝูงมาที่บ้านคัลเลน ลีอากับเซทขอออกจากฝูงตามเจค็อบมาด้วย คาร์ไลน์ให้เบลลาดื่มเลือดจนกระทั่งเลือดหมด คาร์ไลน์ออกไปล่าเจอหมาป่าไล่ตาม เจค็อบไปทำข้อตกลงกับแซมจะเป็นคนฆ่าลูกเบลลาเองแต่ขอให้แซมรับลีอากับเซ็ทกลับเข้าฝูง เอ็ดเวิร์ดได้ยินเสียงลูกในท้องเบลลารู้ว่าลูกไม่ได้ชั่วร้ายอย่างที่คิด เบลลาเจ็บท้องจะคลอดหลังจากผ่าเด็กออกมาเบลลาก็ตาย เอ็ดเวิร์ดใช้วีนอมของตัวเองฉีดเข้าไปที่หัวใจเบลลาแต่เบลลาไม่ฟื้น เจค็อบโกรธมากแต่ไม่ฆ่าเอ็ดเวิร์ดอย่างที่เคยตกลงกันไว้ว่าถ้าเบลลาตายเอ็ดเวิร์ดจะยอมให้เจค็อบฆ่าเพราะอยากให้เอ็ดเวิร์ดอยู่อย่างเจ็บปวด ฝูงหมาป่ามาที่บ้านคัลเลน เอ็ดเวิร์ดออกมาต่อสู้พวกคาร์ไลน์กลับมาพอดี เจค็อบเห็นลูกสาวของเบลลาที่เบลลาตั้งชื่อว่าเรเนสมีแล้วนึกถึงเบลลาเลยตัดสินใจผูกวิญญาณกับเรเนสมี นั่นเท่ากับว่าฝูงหมาป่าทำอะไรเรเนสมีไม่ได้เป็นกฎเหล็กของพวกหมาป่า พวกแซมเลยยอมกลับไป เบลลาค่อยๆกลับมามีเนื้อมีหนังและฟื้นคืนชีพอีกครั้งตาสีแดงเหมือนพวกแวมไพร์ ระหว่างเครดิตพวกโวลทูรีได้รับข่าวเรื่องลูกเบลลา อโรบอกพวกคัลเลนมีสิ่งที่ต้องการนอกเหนือจากเรื่องที่ขัดแย้งกับพวกคัลเลน

ว่าจะรอปิดตำนานค่อยอัพรวดเดียวแต่พอดีจัดระเบียบไฟล์เลยอัพซะเลย ไม่ได้ชอบพล็อตเรื่องแต่ก็ติดตามมันทุกภาคตามกระแส เซ็งกับพฤติกรรมของเบลลาเป็นการส่วนตัวตั้งแต่เริ่มต้นและคงเบื่อไปจนจบ ภาคนี้ไม่มีดาโกตาตามคาดแต่จะมีใน part 2 ก็ต้องรอติดตามตอนต่อไปให้มันจบๆไปอีกเรื่อง