Daily Archives: April 23, 2012

I Know What You Did Last Summer(1997)

 

เฮเลน(ซาราห์ มิเชล เกลลา)ชนะประกวดเทพีงานเทศกาลประจำปี แม็กซ์ก็เข้ามาชวนจูลี(เจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิววิตท์)เที่ยวแต่แบรี(ไรอัน ฟิลลิป)แฟนของเฮเลนเข้ามาหาเรื่องแม็กซ์ เรย์(เฟรดดี ปรินซ์ จูเนียร์)แฟนของจูลีเข้ามาห้ามไว้ หลังจากนั้นทั้ง 4 คนก็ขับรถไปต่อกันที่ชายหาด ขากลับเรย์เป็นคนขับเพราะแบรีเมามาก แบรีเปิดเพลงเสียงดังแล้วทำเหล้าหกทำให้เรย์เสียสมาธิไปชนบางอย่างเข้า พอลงมาดูปรากฏว่าเป็นคน เรย์เข้าไปจับชีพจรบอกว่าตายแล้ว แบรีไม่อยากมีปัญหาเลยตกลงกันว่าจะเอาศพไปทิ้งทะเลแล้วเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไปจนวันตาย แม็กซ์ขับรถผ่านมาพอดีแบรีแกล้งทำเป็นเมาจอดรถลงไปอ้วกก่อนจะช่วยกันขนศพไปทิ้งที่ท่าน้ำแต่กลายเป็นว่าชายคนนั้นยังไม่ตายแถมคว้าเอามงกุฎของเฮเลนไปด้วย แบรีโดดตามลงไปเอามงกุฎมาคืนเฮเลนแล้วสัญญากันว่าจะไม่พูดถึงอีก

 หนึ่งปีต่อมา จูลีไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยกลับมาเยี่ยมบ้าน จูลีได้รับจดหมายข้างในเขียนว่า “I know what you did last summer” จูลีไปหาเฮเลนที่ตอนนี้กลับมาช่วยงานที่บ้านไม่ได้เรียนต่อ เฮเลนชวนจูลีไปหาแบรี แบรีคิดว่าเป็นฝีมือแม็กซ์เลยตามไปขู่แม็กซ์ที่เป็นชาวประมงแต่แม็กซ์บอกไม่รู้เรื่องจดหมาย ขากลับเจอกับเรย์ที่กลายเป็นชาวประมงต่อจากพ่อ เรย์ขอคุยกับจูลี ต่อมาแม็กซ์ถูกคนร้ายใส่ชุดชาวประมงใช้ตะขอฆ่าตาย คนร้ายขโมยแจ็คเก็ตของแบรีแล้วขับรถแบรีพุ่งชนแบรีแต่ยังไม่ได้ฆ่าแค่ปรากฏตัวให้เห็นในชุดชาวประมง จูลีเชื่อว่าคนร้ายคือเดวิด อีแกนที่ถูกพบศพหลายวันต่อมาเมื่อปีก่อน จูลีชวนเฮเลนไปที่บ้านของเดวิดเจอกับมิสซีพี่สาวของเดวิด มิสซีเล่าเรื่องเพื่อนบิลลี บลูเพื่อนของเดวิดที่มาร่วมงานศพ คืนนั้นคนร้ายแอบเข้าบ้านแล้วตัดผมของเฮเลนเช้าวันต่อมาเฮเลนต้องขึ้นรถขบวนแห่งานประจำปี จูลีกลับไปที่บ้านมิสซีอีกครั้งเลยรู้ว่าเดวิดเองก็ถูกขู่ฆ่าเหมือนกัน จูลีรีบขับรถกลับไปเตือนเพื่อน

 แบรีที่เฝ้าดูเฮเลนอยู่บนนั่งร้านถูกคนร้ายฆ่าตาย เฮเลนตะโกนบอกแต่ไม่มีใครเชื่อ ตำรวจพาเฮเลนกลับไปส่งระหว่างทางเจอคนร้ายแกล้งทำเป็นรถเสียฆ่าตำรวจตาย เฮเลนหนีคนร้ายจะไปที่งานเทศกาลแต่ไม่ทันถูกคนร้ายฆ่าตาย จูลีกลับมาทที่ท่าเรือเจอกับเรย์และบอกเรื่องคนร้ายตัวจริงเป็นอีกคนที่ไม่ใช่เดวิด เรย์ชวนจูลีขึ้นเรือแต่จูลีเห็นชื่อเรือของเรย์ชื่อบิลลี บลูเลยคิดว่าเรย์เป็นคนร้าย แต่จริงๆแล้วคนร้ายตัวจริงคือเบน วิลลิสพ่อของซูซีแฟนเดวิดที่ตายเพราะเดวิดขับรถประมาท คนที่พวกเรย์ขับชนก็คือเบนและเบนก็ไม่ตายตอนที่ถูกทิ้งลงน้ำ จูลีวิ่งหนีเรย์พยายามวิ่งตามไปอธิบาย เบนแกล้งทำร้ายเรย์ช่วยจูลีไว้บอกให้ขึ้นเรือไปโทรแจ้งตำรวจ จูลีเข้าไปเจอข้อมูลเกี่ยวกับพวกตัวเอง เบนออกเรือเรย์ลงเรือเล็กตามมาช่วยจูลีแต่ถูกเบนผลักตกน้ำ จูลีหนีลงไปที่ห้องเย็นเจอศพทุกคนถูกเอามาแช่น้ำแข็งไว้ เรย์กลับขึ้นมาอีกครั้งต่อสู้กับเบนจนถูกตะขอเกี่ยวมือขาดติดอยู่กับเรือตัวเบนตกน้ำ ตำรวจมาถามว่าทำมคนร้ายถึงคิดฆ่าจูลีกับเรย์บอกไม่รู้ ตำรวจบอกไม่นานศพก็จะลอยขึ้นมา  1 ปีต่อมา จูลีคบกับเรย์และกลับไปเรียนต่อ จูลีได้รับจดหมายแต่เป็นการ์ดเชิญไปงานปาร์ตี จูลีเข้าไปในห้องน้ำพบข้อความ “I still know” อยู่บนฝาผนังแล้วก็มีฆาตกรพุ่งออกมา…หนังตัดจบ

Advertisements

I Don’t Know How She Does it(2011)

เคท(ซาราห์ เจสซิกา ปาร์คเกอร์)เป็นผู้หญิงทำงานที่ทุกคนทึ่ง เคทกับริชาร์ดมีลูกเล็กๆ 2 คน เคทพยายามแบ่งเวลา จัดตารางทำลิสท์ทุกอย่างในชีวิต เคทได้รับมอบหมายงานชิ้นใหญ่ต้องเดินทางไปต่างเมืองเพื่อทำงานร่วมกับแจ็ค(เพรียซ บรอสแนน)ส่วนริชาร์ดเองก็กำลังเริ่มโปรเจคใหญ่ทำให้ทั้งสองคนเริ่มมีปัญหากัน โมโมผู้ช่วยของเคทท้องและคิดจะเอาเด็กออกเพราะเห็นชีวิตวุ่นวายของเคทเป็นตัวอย่าง เคทพยายามทำให้โมโมเปลี่ยนใจสุดท้ายโมโมตัดสินใจเก็บเด็กไว้ เคทเริ่มสนิทและเริ่มรู้สึกพิเศษกับแจ็คแต่เคทคอยระวังตัวรักษาระยะห่างไว้ เคทเริ่มพลาดหลายอย่างในชีวิตทั้งลูกตัดผมครั้งแรก ผิดสัญญากับลูกเรื่องปั้นตุ๊กตาหิมะทำให้ลูกผิดหวังมาก เคทต้องเดินทางไปทำงานทั้งที่เป็นวันหยุดพักผ่อนของครอบครัว แจ็คมาหาเคทและบอกว่ารู้สึกพิเศษกับเคท ตอนนั้นหิมะตกพอดี เคทคิดได้รีบบอกลาแจ็คเพราะมีบางอย่างต้องทำ เคทตัดสินใจเลือกครอบครัวแทนที่จะเลือกงานเป็นอันดับแรกอย่างที่เคยโดยที่ไม่สนว่าจะถูกไล่ออก เจ้านายของเคทก็เข้าใจเหตุผล เคทไปที่โรงเรียนพบกับริชาร์ดที่มารับลูก เคทกับริชาร์ดเริ่มต้นกันใหม่ ตอนจบเคทแนะนำเพื่อนที่นิสัยคล้ายเคทให้แจ็ครู้จักซึ่งแจ็คก็พอใจส่งเมลล์มาขอบคุณเคท

A Perfect Murder(1998)


สตีเวน(ไมเคิล ดักลาส)นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแต่งงานกับเอมิลี(กวินเน็ท พัลโทรว์)ชีวิตแต่งงานของทั้งคู่เป็นที่น่าอิจฉา สตีเวนรู้ว่าเอมิลีเป็นชู้กับเดวิด(วิคโก มอร์เทนเซน)ที่เป็นศิลปินวาดภาพ ธุรกิจของสตีเวนมีปัญหาสตีเวนต้องการเงินในส่วนของเอมิลีเลยคิดแผนฆาตกรรมขึ้นโดยการนัดเจอเดวิด สตีเวนจ้างให้เดวิดฆ่าเอมิลีด้วยเงินค่าจ้าง 5 แสน ตอนแรกเดวิดปฏิเสธแต่ถูกสตีเวนขู่เปิดโปงอดีตที่เดวิดเคยฆ่าผู้หญิงตายเพื่อเงินมาก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อแล้วหนีมาอยู่อเมริกา เดวิดยอมตกลงสตีเวนพาเดวิดไปที่บ้านเพื่อบอกแผนและให้เงินล่วงหน้า 1 แสน สตีเวนจะออกไปเล่นไพ่แล้วแอบขโมยกุญแจของเอมิลีซ่อนไว้ให้เดวิดเปิดเข้ามาจากนั้นสตีเวนจะโทรมาตอน 4 ทุ่มตรงพอเอมิลีรับสายให้เดวิดฆ่าเอมิลีให้เหมือนไม่มีมูลเหตุจูงใจ

 สตีเวนทำตามแผนที่วางไว้โทรกลับบ้านตอน 4 ทุ่มแต่ไม่มีใครรับสายเพราะเกิดผิดแผนเอมิลีต่อสู้แล้วใช้ที่วัดอุณหภูมิเนื้อแทงคอคนร้ายจนตาย สตีเวนรีบกลับมาที่บ้านพบว่าเอมิลียังไม่ตาย ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงสตีเวนรีบเอากุญแจจากศพไปใส่ในพวงกุญแจของเอมิลีแล้วจัดการงัดประตูให้เหมือนคนร้ายงัดเข้ามาปล้น ตำรวจมาถึงเปิดหน้าคนร้ายปรากฏว่าไม่ใช่เดวิดแต่เป็นคนที่เพิ่งพ้นโทษ ตำรวจเชิญเอมิลีไปให้การที่โรงพัก สตีเวนพาเอมิลีไปพักที่บ้านแม่ของเอมิลี เอมิลีโทรหาเดวิดแต่เดวิดรับไม่ทัน สตีเวนกดปุ่มโทรซ้ำกลับไปนัดเจอกับเดวิดอีกครั้ง เอมิลีบอกแม่เรื่องที่กำลังจะเลิกกับสตีเวน ต่อมาเอมิลีรู้เรื่องที่สตีเวนเริ่มมีปัญหาทางการเงิน เอมิลีไปพบนักสืบที่ไว้ใจได้บอกเรื่องสตีเวนกำลังมีปัญหา นักสืบให้เอมิลีดูรูปคนร้าย เอมิลีเห็นที่อยู่คนร้ายก็นึกขึ้นได้ว่ากุญแจที่มีอยู่ไขเข้าบ้านตัวเองไม่ได้ เอมิลีไปที่บ้านคนร้ายปรากฏว่าเปิดได้เป็นกุญแจของคนร้ายเลยสงสัยว่าทำไมกุญแจของคนร้ายมาอยู่ในพวงกุญแจของตัวเอง

 เอมิลีไปพบสตีเวนถามเรื่องกุญแจเพราะมีแค่สตีเวนที่ทำได้ สตีเวนเอาจดหมายขู่ที่มีรูปเอมิลีกับเดวิดให้ดู สตีเวนสร้างเรื่องเป็นว่าเดวิดข่มขู่เอาเงินจากสตีเวนและสตีเวนต้องการปกป้องเอมิลี เดวิดอัดเทปตอนที่สตีเวนบอกแผนการทั้งหมดไว้แล้วใช้นำมาขู่สตีเวนแลกกับเงิน 5 แสน สตีเวนไปพบเดวิดแต่เดวิดนัดเจอในที่สาธารณะ ตอนนั้นมีโทรศัพท์มาคอนเฟิร์มตั๋วที่เดวิดจองไว้พอดี หลังจากได้เงินเดวิดขึ้นรถไฟแต่ถูกสตีเวนตามไปฆ่าแล้วเองเงินกลับคืนมา ก่อนตายเดวิดให้ดูใบเสร็จจากพัสดุที่เดวิดส่งก๊อปปีเทปไปให้เอมิลี สตีเวนรีบกลับมาที่บ้านเอมิลียังไม่ได้เปิดซอง เดวิดรีบเก็บเงินกับเทปในตู้เซฟแล้วไปอาบน้ำ เอมิลีเห็นถุงเกิดสงสัยเลยเปิดเซฟ เอมิลีเปิดเทปให้สตีเวนฟัง สตีเวนจะทำร้ายเอมิลี เอมิลีใช้ปืนยิงสตีเวนตาย ตำรวจนักสืบมาที่บ้านเอมิลีเปิดเทปให้ฟังตำรวจบอกเป็นการป้องกันตัวและขอให้พระเจ้าคุ้มครองเอมิลีก่อนจะกลับไป

หนังเก่าสุดคลาสสิค หักมุมแล้วหักมุมอีก พล็อตเรื่องดีนักแสดงดีเป็นอีกเรื่องที่คู่ควรเก็บสะสม

Stepmom(1998)


ลุค(เอ็ด แฮริส)กับแจ็คกี(ซูซาน ซาแรนดอน)แยกกันอยู่แต่ยังช่วยกันดูแลลูก 2 คนคือแอนากับเบน ปัจจุบันลุคคบอยู่กับอิซาเบล(จูเลีย โรเบิร์ต)ที่เป็นช่างภาพ อิซาเบลมีปัญหาเรื่องการดูแลลูกๆของลุค แอนนาไม่ชอบอิซาเบลที่จะมาแทนที่แม่ ลุคติดงานอิซาเบลรับหน้าที่ดูแลเด็กๆเลยพาเบนกับแอนนาไปทำงานด้วย แอนนาหลับเบนหายตัวไปแต่สุดท้ายก็หาเจอทำให้แจ็คกีที่ไม่ชอบอิซาเบลอยู่แล้วมั่นใจว่าอิซาเบลดูแลลูกๆไม่ได้ แอนนามีปัญหาอิซาเบลช่วยแก้ปัญหาได้และแอนนาเริ่มเปิดใจรับอิซาเบลมากขึ้น แจ็คกีไปตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง หมอแนะนำให้รักษาด้วยคีโม แจ็คกีไม่ยอมบอกใครเรื่องมะเร็งทำให้ไม่มีเวลาอยู่กับลูก แจ็คกีโกหกว่ากลับไปทำงานอีกครั้งเพื่อเป็นข้ออ้างเรื่องเข้ารับการรักษา

 ลุคขออิซาเบลแต่งงาน ลุคขอให้แจ็คกีช่วยพูดกับลูก ต่อมาแจ็คกีป่วยมากไปรับเบนไม่ไหวเลยให่อิซาเบลไปแทน อิซาเบลทำที่อยู่หายโทรไปที่ทำงานของแจ็คกีเลยรู้ว่าแจ็คกีไม่ได้กลับไปทำงานอย่างที่บอก อิซาเบลเจอจดหมายพร้อมตั๋วเครื่องบินคิดว่าแจ็คกีจะพาลูกไปจากลุค อิซาเบลเถียงกับแจ็คกีจนแจ็คกีเห็นว่าอิซาเบลรักลุคกับลูกๆจริงเลยยอมบอกเรื่องเป็นมะเร็ง แจ็คกีบินไปรับการรักษาที่แอลเอ อิซาเบลช่วยแก้ปัญหาให้แอนนาแจ็คกีไม่พอใจสุดท้ายก็เข้าใจกัน การรักษาไม่ได้ผลแจ็คกีไม่ยอมไปรักษาต่อขอใช้ชีวิตที่เหลืออย่างคุ้มค่า แจ็คกีจัดงานคริสมาสที่บ้านให้ของขวัญกับลูกๆ ตอนจบแจ็คกีชวนอิซาเบลมาร่วมถ่ายภาพครอบครัว

จริงๆรายละเอียดเยอะกว่านี้มากๆหนังประมาณ 2 ชั่วโมงดรามาพอประมาณไม่ถึงกับเครียดหรือเศร้าน้ำตาแตก แต่ดูไว้นานเริ่มเลือนลางลำดับเหตุการณ์ไม่ถูก

Philadelphia(1993)


แอนดรูว์ แบคเก็ท(ทอม แฮงส์)ทนายความฝีมือดีได้รับมอบหมายให้ทำคดีสำคัญ ต่อมาแอนดรูว์ถูกไล่ออกเพราะชาร์ลส วีลเลอร์เจ้าของบริษัทกับบอร์ดบริหารรู้ว่าแอนดรูว์เป็นพวกรักร่วมเพศและกำลังป่วยด้วยโรคเอดส์ แอนดรูว์รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะถูกกลั่นแกล้งเรื่องทำสำนวนฟ้องหายและหาเจอในนาทีสุดท้าย ชาร์ลยกเรื่องที่แอนดรูว์เกือบทำคดีสำคัญเสียหายมาอ้างปลดแอนดรูว์ออก ครอบครัวของแอนดรูว์ยอมรับและเข้าใจในตัวแอนดรูว์ทุกเรื่อง แอนดรูว์ตัดสินใจฟ้องชาร์ลสครอบครัวก็สนับสนุนเต็มที่โดยไม่ห่วงว่าจะกระทบชื่อเสียง แอนดรูว์ไปขอให้โจ มิลเลอร์(แดนเซล วอชิงตัน)ทนายความที่เคยเจอกันในศาลบ่อยครั้งช่วย แอนดรูว์เล่าเรื่องที่ตัวเองเป็นเอดส์และรักร่วมเพศโจปฏิเสธแอนดรูว์ในทันทีเพราะโจมีทัศนคติไม่ดีต่อพวกรักร่วมเพศอยู่ก่อนแล้วและไม่มีความรู้เรื่องโรคเอดส์จนต้องรีบไปหาหมอทันทีหลังจากแอนดรูว์กลับไป

 แอนดรูว์ค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อว่าความให้ตัวเอง ที่ห้องสมุดโจเห็นแอนดรูว์ถูกเจ้าหน้าที่แสดงท่าทีรังเกียจโจเลยเข้ามาคุยกับแอนดรูว์เรื่องคดี โจให้คำปรึกษาแอนดรูว์และรับทำคดี โจนำหมายศาลไปส่งให้ชาร์ลส ชาร์ลสกับพวกตกลงกันว่าจะทำเป็นไม่รู้เรื่องที่แอนดรูว์เป็นเอดส์และเป็นเกย์ก่อนจะถูกไล่ออกเพื่อเลี่ยงประเด็นที่ว่าให้แอนดรูว์ออกเพราะเป็นเอดส์ ระหว่างขึ้นศาลสอบพยานไปเรื่อยๆอาการของแอนดรูว์ก็เริ่มแย่ลงแต่ได้มิเกล(แอนโตนิโอ แบราเดอราส)คู่รักของแอนดรูว์คอยดูแล ก่อนขึ้นให้การนัดสุดท้ายที่แอนดรูว์ต้องขึ้นเป็นพยานแอนดรูว์ชวนโจมาปาร์ตีเกย์ที่บ้าน หลังจากปาร์ตีโจขอคุยและซ้อมสอบพยานแต่แอนดรูว์มัวแต่เคลิบเคลิ้มกับโอเปรา โจเริ่มเคลิ้ม(หรือรำคาญไม่แน่ใจ)บอกแอนดรูว์พร้อมอยู่แล้ว

 ที่ศาลทนายฝ่ายชาร์ลสเล่นประเด็นที่แอนดรูว์ปิดบังเรื่องรอยแผลที่เกิดขึ้นตามร่างกายให้แอนดรูว์ส่องกระจกว่าไม่เห็นรอยแผลที่แอนดรูว์ใช้เมคอีพปิดปังไว้ โจแก้เกมด้วยการให้แอนดรูว์ถอดเสื้อโชว์แผลที่เกิดขึ้นตามร่างกาย หลังจากนั้นอาการของแอนดรูว์ก็เริ่มแย่ลงจนหมดสติกลางศาล คณะลูกขุนลงมติเกือบเป็นเอกฉันท์ให้แอนดรูว์ชนะคดี ชาร์ลสต้องจ่ายเงินชดเชย 4 ล้านกว่าให้แอนดรูว์ โจไปเยี่ยมแอนดรูว์ที่โรงพยาบาล  ครอบครัวของแอนดรูว์อยู่กันพร้อมหน้าร่วมกันแลดงความยินดีกับโจ ตอนนั้นตาข้างหนึ่งของแอนดรูว์มองไม่เห็นแล้ว ครอบครัวของแอนดรูว์บอกลาแอนดรูว์เป็นครั้งสุดท้ายแอนดรูว์จบชีวิตตัวเองโดยมีมิเกลอยู่เคียงข้าง คืนนั้นมิเกลโทรบอกโจเรื่องแอนดรูว์เสียชีวิต ตอนจบโจมางานศพของแอนดรูว์ ในงานเปิดวิดีโอเทปสมัยแอนดรูว์ยังเด็กไปเที่ยวกับครอบครัวแล้วหนังก็ค่อยๆเฟดจบไป

หนังเก่าแล้วแต่พอดีเปิดเจอเลยนั่งดู เป็นอีกเรื่องที่สมควรดูซักครั้งในชีวิต หนังดรามากว่าที่คิด ชอบหนังแนวชิงไหวชิงพริบในศาลเป็นการส่วนตัว ตอนใกล้จบเกือบเสียน้ำตาซีนที่น้องชายแอนดรูว์เข้ามากอดแล้วร้องไห้กลายเป็นแอนดรูว์ที่ปลอบน้องว่าพรุ่งนี้พบกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนอื่นๆเป็นคนพูดบอกลาแอนดรูว์<<ตรงนี้สื่อให้เห็นพฤติกรรมของคนหลายรูปแบบ อวัจนภษาชัดเจนกว่าวัจนภาษาจริงๆ

Pet Sematary 2(1992)

 

เรเนแม่ของเจฟเป็นนักแสดงถูกไฟช็อตตายระหว่างถ่ายทำ เชสพ่อของเจฟที่กำลังอยู่ระหว่างขอคืนดีกับเรเนเอาศพเรเนกลับไปฝังที่บ้านเกิด เชสเป็นสัตวแพทย์เปิดคลินิกที่นั่น เจฟเจอแมวเลยขอเลี้ยงไว้ ระหว่างนั้นดรูว์พาโซวีหมาที่บาดเจ็บมารักษา กัสนายอำเภอพ่อเลี้ยงของดรูว์เข้ากับดรูว์ไม่ค่อยได้ เจฟถูกเพื่อนที่โรงเรียนแกล้ง ไคลด์ขโมยแมวของเจฟไปไว้ที่สุสาน ตอนหลังเจฟกับดรูว์กลายเป็นเพื่อนกัน โซวีจะกัดกระต่ายที่กัสเลี้ยงไว้ กัสโกรธไล่ยิงโซวีจนตาย ดรูว์ชวนเจฟเอาศพโซวีไปฝังที่สุสาน ต่อมาโซวีฟื้นกลับมาที่บ้านกัสโกรธที่ดรูว์โกหกเรื่องโซวีตาย

 เชสพาโซวีกลับมารักษาต่อที่บ้านและส่งเลือดของโซวีไปตรวจต่อมาทางแล็บแจ้งว่าเป็นเลือดของสัตว์ที่ตายแล้ว เจฟเริ่มฝันถึงแม่ เจฟกับดรูว์ไปงานฮัลโลวีนพอกัสรู้ก็ออกไปตามหาที่สุสาน โซวีกัดกัสจนตาย เจฟกับดรูว์ช่วยกันเอาศพกัสไปฝังที่สุสาน ต่อมากัสก็ฟื้นจากความตายและดีกับดรูว์ผิดปกติ เจฟถูกไคลด์แกล้งขี่มอเตอร์ไซค์ไล่จนตกลงไปข้างทาง กัสมาช่วยเจฟและฆ่าไคลด์ตายดรูว์มาเห็นเข้าพอดี กัสไล่ตามดรูว์ไปที่บ้าน ดรูว์หนีลงจากหน้าต่างขึ้นรถแม่ที่เพิ่งกลับมา กัสขับรถไล่ตามจนรถของดรูว์กับแม่เกิดอุบัติเหตุ กัสเอาศพไคลด์ไปฝังที่สุสานเดียวกับตัวเอง คืนนั้นกัสแอบไปขุดศพเรเนเพื่อให้เจฟฝังแม่ที่สุสานอินเดียนแดง เจฟกลับมาที่บ้านคนดูแลบ้านแอบใส่ชุดของเรเน เรเนฟื้นจากความตายมาฆ่าแม่บ้านตาย เชสไปที่บ้านกัสและฆ่ากัสตายอีกครั้ง เชสกลับมาที่บ้านพบกับเรเนแต่เรเนไม่ใช่เรเนคนเดิม ไคลด์ตามมาจะทำร้ายเจฟ เชสถูกไคลด์ทำร้ายได้รับบาดเจ็บ เรเนเผาบ้านทิ้งตั้งใจจะฆ่าทุกคน เจฟตัดสินใจช่วยพาพ่อออกมาจากบ้านเพราะคิดได้ว่าแม่สมควรจะตายจริงๆ ตอนจบเจฟกับพ่อย้ายกลับไปอยู่แอลเอ

Pet Sematary(1989)

ครอบครัวของลูอิสเพิ่งย้ายมาอยู่บ้านชานเมือง จัดเพื่อนบ้านมาเตือนเรื่องระวังรถบรรทุกเพราะลูอิสกับเรเชลมีลูกเล็กๆคือแอลลีกับเกจที่เพิ่งหัดเดิน(บ้านอยู่ติดถนนที่รถบรรทุกวิ่งผ่าน) จัดเล่าเรื่องสุสานสัตว์เลี้ยงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านลูอิส เชื่อกันว่าถ้านำสัตว์ไปฝังที่นั่นจะฟื้นคืนชีพ ลูอิสเป็นหมอพยายามช่วยชีวิตวิคเตอร์ที่บาดเจ็บแต่ช่วยไม่ทันเพราะมาช้าเกินไป วิคเตอร์เตือนลูอิสว่าจะมีสิ่งชั่วร้ายมาทำลายชีวิตลูอิส คืนนั้นลูอิสฝันเห็นวิคเตอร์มาพาลูอิสไปที่สุสานสัตว์เลี้ยง พอตื่นขึ้นมาลูอิสพบว่าเท้าของตัวเองเปื้อนโคลนแต่ลูอิสไม่ได้บอกใคร เรเชลพาลูกๆไปเยี่ยมพ่อแม่ต่างเมือง เชิร์ชแมวของแอลลีถูกรถบรรทุกชนตาย ลูอิสกลัวว่าลูกกลับมาจะเสียใจเลยชวนจัดเอาแมวไปฝังที่สุสานสัตว์เลี้ยง จัดพาลูอิสขึ้นไปถึงที่ฝังศพของพวกอินเดียนแดง

วันต่อมาเชิร์ชกลับมามีชีวิตจริงๆ เชิร์ชข่วนหน้าลูอิสตอนพยายามจับตัวเชิร์ชมาสำรวจ แอลลีฝันว่าพ่อฝังเชิร์ชแต่กลับมาพบว่าเชิร์ชยังอยู่ เรเชลเริ่มหลอนเรื่องพี่สาวที่ตายอย่างประหลาดตั้งแต่สมัยเรเชลยังเด็ก ต่อมาเกจเล่นว่าวแล้วถูกรถบรรทุกชนตาย หลังจากงานศพพ่อแม่ของเรเชลพาเรเชลกับแอลลีกลับไปด้วย ลูอิสตัดสินใจขุดศพเกจขึ้นมาจากสุสานแล้วนำไปฝังที่เดียวกับที่เคยฝังเชิร์ชทั้งที่จัดเตือนเพราะเคยมีคนเอาศพลูกชายไปฝังแล้วพอฟื้นกลับมากลายเป็นปิศาจ แอลลีฝันเห็นวิคเตอร์ วิคเตอร์ดลใจเรเชลให้กลับมาห้ามไม่ให้ลูอิสทำ รถของเรเชลยางแตก เรเชลต้องโบกรถมาส่งที่บ้านผีวิคเตอร์บอกว่าสายเกินไปแล้วแต่เรเชลมองไม่เห็นวิคเตอร์ หลังจากฝังศพเกจเสร็จลูอิสกลับมาที่บ้านแล้วเข้านอน คืนนั้นเกจฟื้นขึ้นมาจริงๆ เกจกลับมาที่บ้านขโมยมีดผ่าตัดของลูอิสไปฆ่าจัดตาย แล้วเกจก็ฆ่าเรเชล ลูอิสตื่นมารับโทรศัพท์เป็นเสียงเกจบอกว่าถึงตาพ่อแล้ว ลูอิสฉีดยาใส่เชิร์ช ลูอิสเจอศพจัดกับเรเชล ลูอิสตามหาเกจจนเจอลูอิสหลอกล่อเกจแล้วฉีดยาที่คอเกจจากนั้นก็จุดไฟเผาบ้าน

ลูอิสอุ้มศพของเรเชลออกมาจากบ้านที่ไฟกำลังลุก ลูอิสจะเอาศพเรเชลไปฝังที่สุสานเพื่อให้เรเชลฟื้นคืนชีพอีกครั้งเพราะเชื่อว่าเรเชลเพิ่งตายจะต้องได้ผล ผีวิคเตอร์มาเตือนลูอิสแต่ลูอิสไม่ยอมฟัง หลังจากฝังศพเรเชลเสร็จลูอิสกลับมานั่งเล่นไพ่รอเรเชลอยู่ที่บ้าน เรเชลฟื้นขึ้นมาจริงๆพร้อมกับแผลเหวอะที่เกจทำไว้ เรเชลกอดลูอิสอีกมือก็คว้ามีดแล้วหนังก็ตัดไปได้ยินแต่เสียงร้องของลูอิส

สร้างจากนิยายของสตีเฟน คิงส์ ดูจบแล้วรู้สึกว่าอยากจะ…ปล่อยวาง…. จากทุกสิ่ง ยิ่งยึดติดก็ยิ่งทุกข์